ข่าว

"กระทรวงพาณิชย์เร่งระบายข้าว...เพื่อใคร?"

"กระทรวงพาณิชย์เร่งระบายข้าว...เพื่อใคร?"

28 พ.ค. 2552

หลังจากคณะรัฐมนตรีตีกลับโครงการระบายสินค้าทางการเกษตรของกระทรวงพาณิชย์ที่เป็นกระทรวงในโควตาของพรรคภูมิใจไทยถึงสองครั้ง จนถูกมองว่าอาจเป็นชนวนความขัดแย้งระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทยและอาจส่งผลต่ออายุรัฐบาล

รายการ คม ชัด ลึก ประจำวันพุธที่ 27 พฤษภาคม เสนอเรื่อง "กระทรวงพาณิชย์เร่งระบายข้าว...เพื่อใคร?" โดยเชิญผู้เกี่ยวข้องมาหารือว่าการตีกลับโครงการดังกล่าวจะส่งผลต่อการระบายข้าวรวมทั้งกระทบต่อชาวนาหรือไม่อย่างไร

"ระบายข้าวลอตใหญ่ทำตลาดป่วน"

รศ.ดร.สมพร อิศวิลานนท์ คณะเศรษฐศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์

  การจัดการบริหารสต็อกข้าวของรัฐบาลที่ผ่านมาขาดความละเลยในการนำประโยชน์ชาติมาเป็นตัวตั้ง จนเกิดการสต็อกข้าวจำนวนมาก แต่การบริหารจัดการที่ดีต้องไม่ระบายทีเดียวลอตใหญ่แบบนี้ เพราะจะทำให้กลไกตลาดปั่นป่วน ที่ผ่านมาเอาภาษีไปซื้อคะแนนนิยมโดยพยายามยกราคาจำนำให้สูงกว่าราคาตลาด โดยเฉพาะสมัยรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ที่ยกราคาข้าวถึง 1.4 หมื่นบาทต่อเกวียน เมื่อไหร่ที่ทำให้ราคาจำนำสูงกว่าราคาตลาด จะทำให้ชาวนาไม่มาไถ่ถอน ทำให้ตลาดกลางเสียหายหมด 

 นอกจากนี้การบริหารสต็อกข้าวของไทยกำลังจะพังตลาดต่างประเทศ เมื่อใดที่เร่งระบายข้าวออกจะทำให้คุณภาพข้าวไม่ดี และในฐานะที่ไทยเป็นตลาดใหญ่ ประเทศอื่นก็จะรอดูตลาดข้าวของเรา สุดท้ายก็จะกัดกร่อนไปทุกธุรกิจที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ที่ผ่านมา 3 รัฐบาล รวมทั้งรัฐบาลประชาธิปัตย์ก็ต้องตามน้ำไม่สามารถฝืนกระแสได้

 การที่เข้าไปแทรกแซงคือการเข้าไปรับซื้อจากเอกชน โดยบอกว่าต้องการช่วยเหลือเกษตรกรโดยยกระดับจำนำสูงขึ้นต้องใช้งบประมาณสูง ทำให้คนในธุรกิจล้มหาย เพราะสู้ราคารัฐไม่ได้ จึงเหลือรัฐเพียงเจ้าเดียว ในอนาคตการเปลี่ยนแปลงผลผลิตไม่เหมือนเดิม จะเกิดการแกว่งตัวรุนแรงเป็นความเสี่ยงที่ชาวนาต้องเผชิญ รัฐบาลต้องเข้าไปดูแลประกันความเสี่ยงให้ จึงจะทำให้เราเป็นศูนย์กลางการค้าข้าวได้ ไม่ใช่การไปซื้อข้าวมาเก็บแล้วคิดว่าเราจะมีอำนาจสูงขึ้น สุดท้ายเราก็จะต้องซื้อข้าวมากินแพงขึ้น

"ควรระบายแบบข้าวรัฐต่อรัฐ"

ปราโมทย์ วานิชานนท์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมโรงสีข้าวไทย

 การระบายข้าวที่เกิดขึ้นได้ตั้งข้อสังเกตเห็นอาการผิดปกติทำไมลุกลี้ลุกลนที่จะเซ็นสัญญาจนเกินไป ทั้งที่ยังไม่มีการนำเข้า ครม.วิธีการระบายรัฐต่อรัฐจะทำให้การขายไม่ถูกอ้างอิงตลาดโลกขายอย่างไรก็ได้ราคา สินค้าถูกส่งออกแน่นอน ถ้านักการเมืองยังเล่นเรื่องราคา เพื่อหาเสียง และมองว่าเป็นแหล่งเงินของนักการเมืองคุณภาพข้าวจะต่ำลง จะไม่ทำให้ชาวนาดีขึ้น รัฐควรอัดฉีดชาวนาสร้างความเข้มแข็งให้ชาวนา ตราบใดการระบายข้าวใช้วิธีประมูลส่วนใหญ่มีใต้โต๊ะควรจะระบายแบบรัฐต่อรัฐ แต่ขณะนี้ไม่มีใครให้ความสำคัญ เพราะการระบายโดยวิธีการประมูลลอตใหญ่มีคนซื้อ

 รัฐบาลควรมีสวัสดิการชาวนาให้มีความมั่นคง ประกันภัยความเสี่ยงจากการลงทุน ตอนนี้รัฐบาลไม่ควรทำอะไรแลกกับเสถียรภาพของรัฐบาล โดยไม่ห่วงประชาชน

"วิธีระบายข้าวอย่าให้ขาดทุน"

ประสิทธิ์  บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย

 วัตถุประสงค์ของคนที่จะระบายคือ เพื่อระบายข้าวออกจากโกดัง และรับข้าวจากเกษตรกรเข้ามาใหม่ได้ แต่การระบายข้าวครั้งนี้โปร่งใสแค่ไหนเป็นการทำลายตลาดหรือไม่ ผลประโยชน์จะตกกับชาวนาจริงหรือไม่ เป็นคำถามที่ถูกถามมาตลอด อนาคตข้างหน้าถ้าเราไม่ปล่อยข้าวจะมีปัญหา และตอนนี้โครงการรับจำนำ 4 ล้านตันก็ใกล้จะเต็มแล้ว และจะเป็นข้ออ้างของผู้รับผิดชอบว่าไม่สามารถจะรับข้าวใหม่ได้ในอีก 2 เดือนข้างหน้า เนื่องจากโกดังโรงสียังไม่ได้ระบายออก และเป็นข้ออ้างของรัฐบาลที่จะไม่ขยายการรับจำนำ

 ปีนี้แก้ปัญหาไม่ทันแต่ระยะยาวควรมีการประกันราคาให้ชัดเจน ต้องมีประกันภัยความเสี่ยงจากการลงทุน มีสวัสดิการชาวนาให้มีความมั่นคงโดยจดทะเบียนเกษตรกรคล้ายกับการทำประกันสังคม วิธีการระบายข้าวอย่าให้ขาดทุนตลาดเป็นตัวชี้วัดอยู่แล้วที่ระบายตอนนี้ราคาระบายอยู่ที่ 14-15 บาทต่อกิโลกรัม แต่ราคาตลาดอยู่ที่ 17บาทต่อกิโลกรัม เห็นอยู่แล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น