
'ม็อบอียิปต์'ปะทะเดือดตาย5เจ็บ350
เกิดการปะทะเดือดขึ้นอีกครั้งในอียิปต์ ระหว่างกลุ่มผู้ประท้วงที่ต่อต้านการเพิ่มอำนาจตัวเองของปธน. กับกลุ่มสนับสนุนเมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย
6 ธ.ค. 55 เหตุปะทะกันรุนแรงเกิดขึ้นรอบทำเนียบประธานาธิบดีภายในกรุงไคโร เมืองหลวงของอียิปต์ โดยผู้ประท้วงและผู้สนับสนุนประธานาธิบดีต่างขว้างระเบิดขวดและก้อนหินใส่กัน ท่ามกลางความขัดแย้งรุนแรงต่อการประกาศเพิ่มอำนาจตัวเองของประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซี และการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างเร่งรีบที่เตรียมให้มีการจัดทำประชามติในวันที่ 15 ธันวาคมนี้
กลุ่มผู้ประท้วงตั้งเต้นท์พักอยู่ใกล้กับทำเนียบประธานาธิบดี ก่อนถูกกลุ่มผู้สนับสนุนเข้าขับไล่ จึงมีการจุดไฟเผารถยนต์ในพื้นที่นั้น และโยนระเบิดใส่กัน จนกระทั่งเกิดเป็นการปะทะกันอย่างรุนแรง และตำรวจพยายามเข้าไปปราบปรามเหตุปะทะ แต่ไม่เป็นผล เมื่อทั้ง 2 ฝ่ายมีกำลังมากกว่า และเดินหน้าปะทะกันต่อไปจนถึงเช้ามืดวันนี้ และมีเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะ
การปะทะกันครั้งนี้ทำให้มีผู้ถูกยิงเสียชีวิต 5 ราย และมีผู้บาดเจ็บราว 350 คน ซึ่งเป็นเหตุการณ์รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่นายมอร์ซี เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือน มิ.ย. และ 1 ในผู้เสียชีวิตเป็นสมาชิกของกลุ่มมุสลิมภราดรภาพของนายมอร์ซี และสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่ถูกกลุ่มผู้ประท้วงโจมตีในเมืองอเล็กซานเดรีย และสำนักงานของกลุ่มมุสลิมภราดรภาพ ถูกจุดไฟเผาในหลายเมือง ล่าสุดกลุ่มนี้ได้เรียกร้องให้ทั้ง 2 ฝ่ายยุติความรุนแรงแต่ไม่เป็นผล
นายโมฮาเหม็ด เอลบาราเด อดีตเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ หนึ่งในแกนนำผู้ประท้วง ประกาศจะยืนหยัดประท้วงต่อไปทุกวิถีทาง เพื่อทวงคืนสิทธิและเสรีภาพเพื่อให้การปฏิวัติเดินหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้อง
ขณะที่มีรายงานว่า ประธานาธิบดีมอร์ซี จะแถลงต่อประชาชนภายในวันนี้ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า เรื่องที่จะแถลงเป็นเรื่องสำคัญ หลังจากความขัดแย้งในประเทศลุกลามเป็นวงกว้าง โดยที่ปรึกษาของประธานาธิบดีประกาศลาออก 3 รายเมื่อวานนี้ เพื่อคัดค้านคำสั่งเพิ่มอำนาจตัวเองของประธานาธิบดี นอกจากนี้สื่อของซีเรียรายงานอ้างว่า นักการทูตชาวอียิปต์ 150 คนออกแถลงการณ์คัดค้านกระทรวงต่างประเทศ จัดทำประชามติรับรองรัฐธรรมนูญที่ให้ชาวอียิปต์ในต่างแดนร่วมออกเสียง เพราะไม่ต้องการมีส่วนร่วมทั้งทางตรงหรือทางอ้อมเกี่ยวกับการจัดทำประชามติ ที่ทำให้ชาวอียิปต์สูญเสียเลือดเนื้อในขณะนี้
--------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP , EPA)



