ข่าว

'เฉลิม'เผยDSIแจ้งข้อหา'มาร์ค-สุเทพ'

'เฉลิม'เผยDSIแจ้งข้อหา'มาร์ค-สุเทพ'

06 ธ.ค. 2555

'เฉลิม'เผยดีเอสไอแจ้งข้อกล่าวหา'อภิสิทธิ์-สุเทพ'คดี'พัน คำกอง' พร้อมน้อมนำพระราชดำรัสในหลวงไปปฏิบัติ ยันแก้'รธน.'รายมาตราปิดช่องฝ่ายค้านยื่นศาลรธน.

                6 ธ.ค.55 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้ (6ธ.ค.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะมีการแจ้งข้อกล่าวต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และผู้อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ขณะนั้น ตามแนวทางที่ศาลได้มีคำสั่งกรณีการเสียชีวิตของนายพัน คำกอง คนขับแท็กซี่ ซึ่งเสียชีวิตหน้าคอนโดมิเนียมใกล้สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ สถานีราชปรารภ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2553 ระหว่างเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองปี 2553

                  ทั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงการน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อวันที่ 5 ธ.ค.55 มาปฏิบัติว่า ถือเป็นมิ่งมหามงคลทรงคุณค่าที่สุด ต้องน้อมนำมาปฏิบัติ และนักการเมืองเองก็ควรจะรับใส่เกล้าไว้ร้อยเปอร์เซ็นต์

               
 

ยันแก้รธน.รายมาตราปิดช่องฝ่ายค้านยื่นศาลรธน.

               ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงกรณีที่นายวรชัย เหมะ สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 ว่า เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน (6 ธ.ค.) นายวรชัย ได้โทรศัพท์มาหาตนและคุยกันเข้าใจดีแล้ว

               ผู้สื่อข่าวถามว่า มีหลายฝ่ายในพรรคเพื่อไทยอยากผลักดันให้มีการโหวตวาระ 3 ในการเปิดประชุมสภาสมัยนิติบัญญัตินี้เลย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า แล้วแต่พรรค พรรคเอาอย่างไรตนเอาด้วย ส่วนข้อกังวลที่องค์การพิทักษ์สยาม (อพส.) อาจออกมาอีกหากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น เรื่องนี้ตนจะเอาไปคุยในพรรค

              เมื่อถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้านระบุว่าหากมีการโหวตในวาระ 3 จะไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอีก ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนยังมีแนวคิดว่าอะไรที่สร้างความขัดแย้งควรทำทีหลัง แต่ว่าทำแน่ ส่วนวิธีทำก็มีหลายวิธี ตนคิดว่าหากแก้ไขเป็นรายมาตราจะเร็วกว่าตั้ง สสร.และเป็นการไม่เปิดช่องให้ใครไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญได้ เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญได้ระบุเอาไว้ว่า หากจะแก้ไขให้เป็นรายมาตรา ซึ่งนี่คือแนวคิดตน

              เมื่อถามว่า การที่ระบุไม่ให้เร่งรีบ แล้วเวลาที่เหมาะสมควรเป็นเวลาใด รองนายกฯ ต้องสร้างความเข้าใจต่อพี่น้องประชาชนให้ตกผลึก หากประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจก็จบ

               
 

เมินผลสำรวจสถาบันวิจัยสหรัฐฯ ระบุไทยติดอันดับ8 ก่อการร้ายโลก

               ร.ต.อ.เฉลิม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สถาบันเพื่อการวิจัยเศรษฐกิจและสันติภาพในสหรัฐอเมริกา ได้เปิดเผยรายละเอียดและเกณฑ์การจัดอันดับดัชนีก่อการร้ายทั่วโลกที่พบว่าไทยถูกจัดอันดับให้อยู่ที่ 8 ว่า ยังไม่พบ แต่ในประเทศไทยระยะหลังมีการประท้วงกันมากก็เกิดความเข้าใจในลักษณะอย่างนั้น ทั้งนี้ ตนยังมั่นใจตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ตำรวจสันติบาล และหน่วยความมั่นคงยังทำงานได้มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ครั้งหนึ่งสหรัฐฯเคยระบุว่ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์เข้ามาในประเทศไทย ตนก็บอกว่าไม่มีปัญหาเพราะเราใช้ พรบ.ตรวจคนเข้าเมืองดูแลไว้แล้ว ซึ่งสหรัฐฯก็ไม่เชื่อหาว่าอันตรายตลอด แต่สุดท้ายข้อเท็จจริงก็ไม่เป็นจริงตามที่สถานทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทยเข้าใจ

               ผู้สื่อข่าวถามว่า น่าจะเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนใช่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เขาคิดของเขาเอง ประเทศไทยยังไม่ถึงขั้นจะเป็นพื้นที่ก่อการร้าย เพราะประเทศไทยเป็นเมืองพุทธและไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด เราเป็นมิตรทุกประเทศ ไม่แยกหมู่แยกเหล่ากับเพื่อนในต่างประเทศ ดังนั้นตนจึงยังไม่คิดวิตกเหมือนกับที่เป็นข่าว

               เมื่อถามว่า สถาบันวิจัยดังกล่าวให้เหตุผลเรื่องความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าประเทศไทยมีการก่อการร้าย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นผู้ก่อความไม่สงบไม่ถึงกับก่อการร้าย เขามีแนวคิดเรื่องการจะแบ่งแยกดินแดน เป็นแนวคิดที่เข้าใจผิดมาตลอดว่าเจ้าหน้าที่ไม่ให้ความเป็นธรรมกลั่นแกล้ง ซึ่งเขาก็มองสิ่งเหล่านั้นรวมถึงการชุมนุม จึงเลยมาผสมผสานเป็นเรื่องเดียวกัน

               “หากสื่อไม่นำเสนอข่าวแบบต่อเนื่องพื้นที่ภาคใต้จะดีกว่านี้ วันนี้คนใน 3 จังหวัดภาคใต้ และ 4 อำเภอ จ.สงขลา ไม่ได้กลัว แต่การเสนอข่าวทำให้คนกรุงเทพฯ และคนในสถานที่อื่นๆ มีความกลัวมากกว่าคนในพื้นที่ ถึงแม้ผมจะไม่ได้ลงไปในพื้นที่ภาคใต้แต่ผมทำงานใกล้ชิดต่อเนื่องกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ผมคุยโทรศัพท์ทุกสัปดาห์ รู้ความเคลื่อนไหวดี”ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

               เมื่อถามถึงกรณี จ.นราธิวาส จะมีการขอปิดโรงเรียนเพิ่มเติมเนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัย รองนายกฯ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการต้องไปหาทางทำความเข้าใจกับครู ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลได้อยู่แล้ว รวมทั้งผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาสนั้นเก่ง มีฝีมือ

               ต่อข้อถามที่ว่า สาเหตุที่ขอปิดโรงเรียนเพราะไม่มั่นใจเรื่องการดูแลจากเจ้าหน้าที่รัฐใช่หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ต้องเห็นใจเขา เพราะมีผู้เสียชีวิตบ่อย อย่างไรก็ตาม นายกฯเห็นแนวทางแล้วว่าจะต้องมี 3 แนวทางคือ 1.การจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอ 2.เครื่องมือไม้ และ3.สวัสดิการและขวัญกำลังใจ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นประเด็นสำคัญที่เจ้าหน้าที่ต้องการมากกว่าสิ่งอื่นใด