ข่าว

'อภิสิทธิ์'ค้าน'รบ.'เดินหน้าโหวตวาระ3

'อภิสิทธิ์'ค้าน'รบ.'เดินหน้าโหวตวาระ3

06 ธ.ค. 2555

'อภิสิทธิ์' ค้าน 'รบ.' เดินหน้าแก้รธน. วาระ3 หวั่นขัดแย้งรอบใหม่ ชี้ไทยรั้ง 88 ไม่โปร่งใส-คอร์รัปชั่นสูง แนะรัฐเร่งแก้ เบรกขึ้นค่าแก๊สเอ็นจีวี ซ้ำเติมปชช.

                          6 ธ.ค.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมผลักดันการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 รวมถึงกฎหมายนิรโทษกรรมว่า รัฐบาลทราบดีอยู่แล้วว่า เรื่องนี้เป็นปมความขัดแย้ง จึงไม่เห็นเหตุผลหรือความจำเป็นที่จะต้องทำ นอกจากความพยายามช่วยเหลือคนบางกลุ่ม. ซึ่งนายกฯจะบอกว่า เป็นเรื่องของรัฐสภาไม่ได้ แต่เป็นเรื่องของรัฐบาลด้วย เพราะแม้ว่ารัฐสภาจะเป็นผู้ลงมติ แต่ในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหารก็ต้องคำนึงถึงการบริหารราชการแผ่นดินและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อบ้านเมืองที่ต้องความรับผิดชอบด้วย

                          ทั้งนี้ควรหาแนวทางที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ ถ้าการเดินหน้าไปสู่ความปรองดองไปสู่ความสุจริต ไม่มีวัตถุประสงค์แอบแฝงช่วยเหลือคนทุจริตคอรัปชั่น อย่างไรก็ตามเห็นว่า สาเหตุที่เป็นตัวเร่งทำให้รัฐบาลต้องผลักดันทั้ง 2 เรื่องนี้ให้ได้ในสิ้นปีนี้ เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พูดมาโดยตลอดว่า จะกลับมาภายในสิ้นปีนี้ ดังนั้น ทุกอย่างจึงกลับไปสู่จุดเดิมคือ แทนที่รัฐบาลจะเอาใจใส่กับปัญหาบ้านเมือง กลับไปตอบสนองความต้องการของคนคนเดียว

                          เมื่อถามว่า คิดว่ารัฐบาลบริหารเพื่อรักษาอำนาจของตัวเองหรือเพื่อให้บ้านเมืองเดินต่อไปข้างหน้า นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจ แต่การทำเรื่องนี้เป็นความพยายามที่จะตอบสนองความต้องการของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อให้หลุดพ้นจากทุกคดี ซึ่งตนยังเป็นห่วงการปลุกระดมมวลชนขึ้นมาจนอาจทำให้ประเทศชาติหลีกเลี่ยงสงครามมวลชนไม่พ้น จึงต้องถามรัฐบาลว่า ประเทศไทยเพิ่งผ่านบรรยากาศที่คนไทยมีความสุข สามัคคี เหตุใดจึงเริ่มประเด็นความขัดแย้งรอบใหม่ ทั้งที่ควรแก้ปัญหาให้ชาติมากกว่า ทั้งที่มีหลายเรื่องที่เกิดจากนโยบายของรัฐบาลเช่น นโยบายจำนำข้าวจะเดินหน้าต่ออย่างไร อย่างธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.)ไม่มีเงินที่จะทำโครงการต่อ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ก็ขายข้าวไม่ได้ ปัญหาภาคใต้ก็ยังมีความรุนแรงอยู่และประเทศไทยก็ยังตกอันดับเรื่องความโปร่งใสการทุจริต คอรัปชั่น และติดอยู่ใน 10 ประเทศที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดจากการก่อการร้าย

                          นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อถึงกรณีที่นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ระบุว่า หากไม่มีเงินก็อาจไม่ทำโครงการจำนำข้าวต่อ ว่า เป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าจะทำต้องขายข้าวให้ได้ หากรัฐบาลยอมรับความจริงจะดีกว่าที่จะพยายามก่อหนี้ให้ประเทศไปเรื่อยๆ และต้องรับผิดชอบต่อเงินกว่าแสนล้านบาทที่ยังไม่ถึงมือชาวนา รวมทั้งยังมีความเสียหายที่เกิดขึ้นอื่นๆ อีก เช่น การเสียแชมป์ส่งออกข้าว ภาพลักษณ์คุณภาพข้าวไทย ดังนั้นจึงต้องย้อนกลับมาดูว่า ที่รัฐบาลเคยอ้างว่า นโยบายจำนำข้าวไม่เป็นภาระนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะได้รับผลกระทบแล้วในสถานะการเงินภาพรวมที่กระทรวงคลังเอง ก็ยอมรับว่า หากทำโครงการนี้ต่อจะขาดทุน 2.24 แสนล้านต่อปี จึงต้องถามว่า จะทำไปเพื่ออะไร เพราะเงินถึงมือชาวนาแค่แสนล้านเท่านั้นและที่รัฐบาลหาเสียงว่า จะล้างหนี้ สร้างรายได้ให้ประเทศ สร้างสุขสลายทุกข์ในช่วงหาเสียง เท่ากับ ไม่มีอะไรเดินหน้าไปสู่เป้าหมายที่รัฐบาลเคยประกาศไว้เลย

 

ชี้ไทยรั้งอันดับ 88 คอร์รัปชั่นสูง - ติด 1 ใน 8 ปท.ก่อการร้าย

 

                          นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวถึงกรณีที่องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ได้ออกมาจัดอันดับดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชั่นประจำปี 2555 ปรากฎว่าประเทศไทยได้อันดับที่ 88 จาก 176 ประเทศว่า การสำรวจครั้งนี้เราตกจากอันดับ 80 ไปเป็นอันดับ 88 ลงไปถึง 8 อันดับ อีกทั้งประเทศที่สำรวจก็น้อยกว่าปีก่อน ซึ่งแปลได้ว่า เรามีปัญหาความโปร่งใส หรือความไม่โปร่งใส การทุจริต คอร์รัปชั่นมาก

                          นอกจากนี้สถาบันที่วิจัยเรื่องของเศรษฐกิจกับสันติภาพ ที่สหรัฐอเมริกา จัดอันดับประเทศที่มีผลกระทบในเรื่องของการก่อการร้าย ปรากฏว่า ครั้งนี้เราติดสูงถึงอันดับ 8 แปลว่า รุนแรงที่สุดเป็นอันดับ 8 ซึ่งในรายงานก็อาจจะให้ความสำคัญกับเรื่องของปัญหาชายแดนภาคใต้ด้วย เพราะดัชนี 2 ตัวนี้ไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประเทศ ซึ่งเป็นจุดที่คนไทยยิ่งต้องมาตระหนักแล้วก็ตั้งสติ โดยเฉพาะรัฐบาลต้องไปดูที่สาเหตุเพื่อแก้ไขปัญหาให้ถูกจุด

                          ส่วนกรณีที่โอไอซีแสดงความกังวลเกี่ยวกับปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ที่ทวีความรุนแรงขึ้นจะทำให้ต่างชาติยื่นมือเข้ามาแทรกแซงการแก้ไขปัญหาในภาคใต้หรือไม่นั้น ก็อยู่ที่รัฐบาลต้องแสดงความพร้อมในการแก้ไขปัญหา แต่ยังไม่เห็นสัญญาณที่จะรับผิดชอบในระดับนโยบายที่จะไปดูแลปัญหาอย่างใกล้ชิด เช่น ปัญหายิงครูและการปิดโรงเรียนใน 3 จังหวัดภาคใต้ก็ยังเกิดเหตุซ้ำอีก

 

'อภิสิทธิ์' ค้าน 'รัฐบาล' ขึ้นค่าแก๊สเอ็นจีวีซ้ำเติมปชช.

 

                          นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลโดยกระทรวงพลังงาน ระบุจะขึ้นค่าแก๊สเอ็นจีวีในเดือน ก.พ.ปีหน้าว่า ขณะนี้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าครองชีพสูงอยู่แล้ว หากทำเรื่องนี้จริง ต้องถือว่ารัฐบาลเป็นผู้ซ้ำเติมประชาชนและประเทศ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจและการเมือง อยากให้รัฐบาลตั้งหลักใหม่

                          ทั้งนี้การที่รมว.พลังงานระบุว่า การขึ้นค่าแก๊สเอ็นจีวี ไม่กระทบต่อประชาชนเพราะจะมีการสนับสนุนโดยให้บัตรเครดิตพลังงาน ก็เท่ากับว่ากลับไปสู่รูปแบบนโยบายที่เอื้อต่อการทุจริต โดยเฉพาะในเรื่องหลักเกณฑ์ที่จะจ่ายบัตรเครดิต ไม่ว่าคูปองหรือส่วนอื่น ๆ และในปีหน้าค่าครองชีพจะสูงขึ้นจากปัญหาราคาแก๊ส และราคาอาหารที่จะได้รับผลกระทบด้วย วันนี้เห็นชัดเจนแล้วว่า ทุกอย่างไม่ได้ดีขึ้น แต่เลวร้ายลง ซึ่งเกิดจากนโยบายและทัศนคติของรัฐบาลเกี่ยวกับการป้องกันปัญหาและการทุจริตคอรัปชั่น ทั้งที่ทุกภาคส่วนในสังคมพยายามช่วยรัฐบาลในการเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา แต่รัฐบาลไม่เปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมและยังเดินหน้านโยบายที่เอื้อต่อการทุจริตต่ออีก

 

'ปชป.'ซัด'พท.'เร่งแก้รธน.วาระ3 มุ่งประโยชน์-ล้างผิด-คืนทรัพย์สิน

 

                         นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า กรณีที่คณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อศึกษาการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาตรา 291มีมติเดินหน้า ลงมติวาระ 3 การแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงเปิดสมัยประชุม นั้นเป็นความเร่งร้อน เร่งรีบ ทำให้เกิดกระบวนการที่จะไปเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่พึงกระทำได้ แต่ต้องอยู่บนเงื่อนไขผลประโยชน์ของประชาชน และอยู่บนผลประโยชน์ของกระบวนการพัฒนาการเมือง แต่หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญแอบแฝงไปด้วยเงื่อนไขในการที่จะล้างผิดให้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือมีเงื่อนไขพิเศษที่จะมีกลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์เป็นการเฉพาะนั้น ตนเชื่อว่าไม่ใช่การแก้ไขที่ประชาชนต้องการจะเห็น การที่คณะทำงานฯได้เสนอให้มีการลงมติวาระ 3 เพื่อให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ร. จากนั้นให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญแล้วเปิดให้ประชาชนลงประชามติ ซึ่งเป็นกระบวนการที่มัดมือชกประชาชน แอบแฝงด้วยวัตถุประสงค์ซ่อนเร้นที่ไม่สามารถเปิดเผยในขณะนี้ได้ และไม่สอดคล้องตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

                         นายชวนนท์ กล่าวว่า คำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำสั่งว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยยกร่างใหม่ทั้งฉบับนั้นไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 291 เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ได้มาจากการลงประชามติของประชาชน ก็ควรให้ประชาชนได้ลงประชามติก่อนที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นี่เป็นคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญที่แนะนำไว้ แต่หากรัฐบาลเดินหน้า ตามที่คณะทำงานของรัฐบาลแนะนำก็ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 291 เพราะสิ่งที่พยายามทำคือการล้มรัฐธรรมนูญทั้งฉบับและให้มีการร่างให้ทั้งฉบับ โดยไม่มีหลักประกันใดๆว่ามาตราไหนจะถูกแก้ไข รัฐบาลสามารถแก้ไขได้แต่ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งตนขอเรียกร้องให้รัฐบาลประกาศให้ชัดแก้รัฐธรรมนูญมาตราใด และเดินหน้าทำประชามติก่อนที่จะมีการเลือกตั้งส.ส.ร. โดยให้ประชาชนมีโอกาสตัดสินใจว่า ยินยอมให้แก้ไขมาตราใดไม่แก้ไขมาตราใด ตรงนี้จะเป็นทางออกที่ดีที่สุดและเหมาะสมที่สุด แต่หากไม่ทำตามวิธีนี้คงต้องกล่าวหาว่ารัฐบาลมีวาระซ่อนเร้นในการที่จะสอดไส้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นตามประโยชน์ของผู้ที่มีอำนาจหรือผู้ที่อยู่เบื้องหลังรัฐบาล

                         นายชวนนท์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ แกนนำเสื้อแดง ออกมาบอกว่า ต้องรีบเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญและต้องออกกฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งเป็นการเปิดเผยวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะเป็นประตูบานแรกที่เปิดออกแย้มไปสู่ประตูบานอื่นคือ การออกกฎหมายนิรโทษกรรมและการคืนทรัพย์สิน ขอให้รัฐบาลประกาศออกมาให้ชัดเจนจะแก้มาตราใดหากไม่ประกาศออกมา แล้วก็ลงประชามติ เรื่องทุกอย่างก็จบ ไม่มีความขัดแย้ง แล้วเดินหน้าแก้ทั้งฉบับ ตนขอกล่าวหารัฐบาลว่า ต้องการล้างผิด คืนทรัพย์สิน เชื่อว่า ประชาชนทั้งประเทศไม่เอาด้วยแน่นอน

                         นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า กรณีที่คณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อศึกษาการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาตรา 291มีมติเดินหน้า ลงมติวาระ 3 การแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงเปิดสมัยประชุม นั้นเป็นความเร่งร้อน เร่งรีบ ทำให้เกิดกระบวนการที่จะไปเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่พึงกระทำได้ แต่ต้องอยู่บนเงื่อนไขผลประโยชน์ของประชาชน และอยู่บนผลประโยชน์ของกระบวนการพัฒนาการเมือง แต่หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญแอบแฝงไปด้วยเงื่อนไขในการที่จะล้างผิดให้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือมีเงื่อนไขพิเศษที่จะมีกลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์เป็นการเฉพาะนั้น ตนเชื่อว่าไม่ใช่การแก้ไขที่ประชาชนต้องการจะเห็น การที่คณะทำงานฯได้เสนอให้มีการลงมติวาระ 3 เพื่อให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ร. จากนั้นให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญแล้วเปิดให้ประชาชนลงประชามติ ซึ่งเป็นกระบวนการที่มัดมือชกประชาชน แอบแฝงด้วยวัตถุประสงค์ซ่อนเร้นที่ไม่สามารถเปิดเผยในขณะนี้ได้ และไม่สอดคล้องตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

                         นายชวนนท์ กล่าวว่า คำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำสั่งว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยยกร่างใหม่ทั้งฉบับนั้นไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 291 เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ได้มาจากการลงประชามติของประชาชน ก็ควรให้ประชาชนได้ลงประชามติก่อนที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นี่เป็นคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญที่แนะนำไว้ แต่หากรัฐบาลเดินหน้า ตามที่คณะทำงานของรัฐบาลแนะนำก็ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 291 เพราะสิ่งที่พยายามทำคือการล้มรัฐธรรมนูญทั้งฉบับและให้มีการร่างให้ทั้งฉบับ โดยไม่มีหลักประกันใดๆว่ามาตราไหนจะถูกแก้ไข รัฐบาลสามารถแก้ไขได้แต่ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งตนขอเรียกร้องให้รัฐบาลประกาศให้ชัดแก้รัฐธรรมนูญมาตราใด และเดินหน้าทำประชามติก่อนที่จะมีการเลือกตั้งส.ส.ร. โดยให้ประชาชนมีโอกาสตัดสินใจว่า ยินยอมให้แก้ไขมาตราใดไม่แก้ไขมาตราใด ตรงนี้จะเป็นทางออกที่ดีที่สุดและเหมาะสมที่สุด แต่หากไม่ทำตามวิธีนี้คงต้องกล่าวหาว่ารัฐบาลมีวาระซ่อนเร้นในการที่จะสอดไส้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นตามประโยชน์ของผู้ที่มีอำนาจหรือผู้ที่อยู่เบื้องหลังรัฐบาล

                         นายชวนนท์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ แกนนำเสื้อแดง ออกมาบอกว่า ต้องรีบเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญและต้องออกกฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งเป็นการเปิดเผยวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะเป็นประตูบานแรกที่เปิดออกแย้มไปสู่ประตูบานอื่นคือ การออกกฎหมายนิรโทษกรรมและการคืนทรัพย์สิน ขอให้รัฐบาลประกาศออกมาให้ชัดเจนจะแก้มาตราใดหากไม่ประกาศออกมา แล้วก็ลงประชามติ เรื่องทุกอย่างก็จบ ไม่มีความขัดแย้ง แล้วเดินหน้าแก้ทั้งฉบับ ตนขอกล่าวหารัฐบาลว่า ต้องการล้างผิด คืนทรัพย์สิน เชื่อว่า ประชาชนทั้งประเทศไม่เอาด้วยแน่นอน

 

'ชวนนท์'อัด'บุญทรง'ตั้งปลัดพณ.นั่งปธ.สอบจำนำข้าว

 

                        นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า จากกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาสอบสวนนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ในประเด็นโครงการรับจำนำข้าว ทำให้นายบุญทรงต้องดิ้นรนเอาตัวรอดทุกทาง โดยเฉพาะที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาไต่สวนเรื่องนี้ โดยมอบให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน สอบสวนคนในกระทรวงรวมไปถึง รมว.พาณิชย์ ซึ่งสามารถคาดการผลสรุปได้ไม่ยากว่าสุดท้ายทุกคนออกมาบริสุทธิ์ทั้งกระทรวง ซึ่งนี่เป็นเพียงแค่ละครฉากหนึ่งที่นายบุญทรงเขียนบทเอาไว้แล้ว เพื่อดิ้นรนเอาตัวรอดจากปัญหานี้ อยากถามว่าหากนายบุญทรงยังยืนยันเหมือนที่เคยพูดมาตลอดช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา ว่าโครงการนี้ไม่มีการทุจริตทำไมถึงต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเรื่องนี้ หากเป็นเรื่องไม่จริงก็ไม่ต้องตั้งคณะกรรมการ แต่สามารถยืนยันได้เลย แต่ความจริงข้อเท็จจริงกำลังจะลามมาถึงตัวท่านจึงต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแก้เกี้ยว หรือสุดท้ายก็จะโยนบาปให้ข้าราชการและเอกชนที่เกี่ยวข้อง

                        นายชวนนท์ กล่าวว่า ขอทำนายว่าตอนจบละครฉากนี้ นายบุญทรงจะเป็นพระเอกแน่นอน และผู้ร้ายคงไม่พ้นข้าราชการปลาซิวปลาสร้อยในกรมการค้าต่างประเทศ พนักงานปลาซิวปลาสร้อยในองค์การคลังสินค้า และบริษัทสยามอินดิก้า ซึ่งคงไม่ถึงเสี่ยเปี๋ยง แต่เชื่อว่าละครที่นายบุญทรงสร้างนั้น ท่านอาจจะเป็นพระเอก แต่ละครที่ ปปช. สร้าง ตนเองเชื่อว่าท่านจบไม่สวยแน่นอน อย่างไรก็ตามอยากขอเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯขอให้สั่งการให้รมว.พาณิชย์ ให้ข้อมูลกับปปช.อย่างเต็มที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องไม่ร่วมเล่นละครฉากนี้ กับนายบุญทรง ขอให้ดำเนินการอย่างจริงจังเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ และเป็นการทุจริตระดับประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่งของประเทศไทย และอย่าเอานายบุญทรงออกจากตำแหน่งจนกว่าปปช.จะชี้มูล ซึ่งนี่เป็นเหตุสำคัญที่ ทำไมปีนี้การจัดอันดับประเทศที่มีคอรัปชั่นมากที่สุดในโลกนั้นไทยถึงร่วงจาก 80 มาอยู่ 88 ล่วงลงมาถึง 10 % จากผลงานของ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ปีเดียว จึงขอให้เร่งแก้ไขก่อนที่ปีหน้าจะอยู่อันดับเลข 3 ตัว