
วิบากกรรมตำรวจไทย
วิบากกรรมตำรวจไทย :เลียบค่าย โดย ทัศชยันต์ วาหะรักษ์ [email protected]
ขอแสดงความยินดีกับนายตำรวจตั้งแต่ระดับ "สว." ขึ้นไปจนถึง "รองผบก." ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ได้รับตำแหน่งสูงขึ้น รวมถึงรายที่ได้โยกย้ายไปในตำแหน่งที่หมายปองสมประสงค์ ขณะที่ขอแสดงความเสียใจกับบรรดาผู้อกหักที่ชวดตำแหน่งไม่ได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง และรายที่ถูกเบียดกระเด็นกระดอนตกเก้าอี้
ผมคลุกคลีทำข่าวในสายตำรวจมาปีนี้ย่างเข้าปีที่ 14 เห็นการเปลี่ยนแปลงหมุนเวียนตำแหน่งของตำรวจมาอย่างต่อเนื่อง หลายรายรู้จักมักคุ้นกันมาตั้งแต่มียศ "ร.ต.ท." ตำแหน่งรองสารวัตร ปัจจุบันติดยศ "พ.ต.อ." เป็นผู้กำกับการ เป็นรองผู้บังคับการ ไปแล้วก็มี
ตลอดระยะเวลาเกือบ 14 ปี มีอยู่อย่างหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง คือ การวิ่งเต้นโยกย้ายของตำรวจ ที่ทุกครั้งในช่วงฤดูโยกย้ายตำรวจแทบทุกนายในชั้นสัญญาบัตร แทบไม่มีกะจิตกะใจทำงาน
ในรายที่ครบหลักเกณฑ์พอจะขยับขยายไปในตำแหน่งที่สูงขึ้น ก็จะหาลู่ทางตะเกียกตะกายเพื่อให้ได้ตำแหน่งที่หวัง ในรายที่ไม่มีความหวัง หรือยังไม่อยากขยับขยายเพราะอยู่ในทำเลทอง ก็ต้องออกแรงเพื่อเกาะเกี่ยวเก้าอี้เอาไว้ให้นานที่สุด
วิธีการให้ได้มาซึ่งตำแหน่งเหล่านั้นมีอยู่ไม่กี่ทางเลือก ที่นิยมมากสุดคือการไปติดสอยห้อยตามนักการเมืองขั้วอำนาจ หรือไม่ก็ไปเกาะเกี่ยวอยู่กับผู้บังคับบัญชาระดับสูง หรือที่เรียกกันว่า "เด็กนายคนโน้น เด็กนายคนนี้" นั่นแหละครับ
ทางลัดก็มีให้เลือกนะครับ ไม่ใช่ไม่มี แต่ต้องแลกกับตัวเลขและซอง ที่ต้องติดมือตอนไปหาผู้มีอำนาจ หรือไม่ก็เลี้ยววกเข้าทางหลังบ้าน ใครมากหลักกว่าก็คว้า "พุงปลา" ไปกิน ส่วนพวก "เบี้ยน้อยหอยน้อย" ก็ต้องกลับไปต้มใบบัวบกกินแก้ช้ำใน
สำหรับพวกที่หวังเอาผลงานเข้าประกวดประชัน ก็หวังได้เพียงน้อยนิด เป็นได้แค่เพียงแรงส่ง หากต้องการให้ได้ตำแหน่งแน่ๆ ชัวร์ๆ ก็ต้องเช้าถึงเย็นถึงให้ผู้มีอำนาจได้เห็นหน้าเห็นตา ถ้ามัวไปก้มหน้าก้มตาทำงานงกๆ อย่างเดียว รับรองว่าได้ดักดานอยู่อย่างนั้น ไม่มีวันเติบโต
สถานการณ์เช่นนี้นับวันยิ่งรุนแรงครับ อย่างการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งล่าสุด ผมได้ยินข่าวมีปรมาจารย์บางคนเขาหยิบยกตัวเลขกับซองมาเป็นมาตรวัดในการให้ใครอยู่ให้ใครไปด้วย
ได้ยินได้ฟังแล้วรู้สึกหดหู่...ในวิบากกรรมของตำรวจไทย...จริงๆ



