ข่าว

นายกฯจี้แบงก์ชาติดูแลค่าเงินบาทลดผลกระทบผู้ส่งออก-ผ่อนเงื่อนไขปล่อยกู้เอกชน

นายกฯจี้แบงก์ชาติดูแลค่าเงินบาทลดผลกระทบผู้ส่งออก-ผ่อนเงื่อนไขปล่อยกู้เอกชน

28 พ.ค. 2552

นายกฯ กำชับ ธปท.ดูแลค่าเงินบาทไม่ให้เป็นปัญหาต่อผู้ส่งออกและระบบเศรษฐกิจ เอกชนฟ้องแบงก์พาณิชย์ยังไม่ยอมปล่อยกู้เหมือนเดิม แถมดอกเบี้ยกู้ไม่ยอมลด วอนธปท.หาทางผ่อนปรนเงื่อนไข

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานว่า ค่าเงินบาทขณะนี้แข็งขึ้นและอ่อนไหวมาก แต่ยังอยู่ในระดับปกติเมื่อเทียบกับค่าเงินของประเทศคู่ค้าอื่นๆ อย่างไรก็ตาม เอกชนที่ร่วมประชุมมองว่าเงินบาทผันผวนมาก ทำให้ภาคเอกชนได้รับผลกระทบมาก จึงต้องการให้ ธปท.ดูแลมากขึ้น

 "นายกฯ ย้ำว่า รัฐบาลเข้าใจดีว่าการดูแลค่าเงินบาทเป็นหน้าที่ของ ธปท. และคงยากที่รัฐบาลจะเข้าไปแทรกแซงการทำงานของ ธปท. แต่ก็อยากฝากให้ ธปท.ดูว่าค่าเงินบาทขณะนี้กระทบต่อธุรกิจใดบ้าง จึงได้มอบหมายให้ ธปท.ดูแลค่าเงินบาทอยู่ในระดับที่ไม่ก่อปัญหาต่อระบบเศรษฐกิจ เพื่อสร้างความมั่นใจต่อภาคส่งออกและภาคธุรกิจอื่นๆ ของประเทศ รวมทั้งไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความผันผวนของราคาน้ำมัน" นายพุทธิพงษ์กล่าว

 นอกจากนี้ ที่ประชุมกรอ.ยังรับทราบความคืบหน้ามาตรการลดความเสี่ยงผู้ส่งออกและเพิ่มสภาพคล่องแก่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ซึ่งภาคเอกชนเห็นว่าปัญหาการไม่ปล่อยสินเชื่อยังเป็นปัญหาเดิมๆ เพราะธนาคารพาณิชย์กังวลเรื่องหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ และดอกเบี้ยเงินกู้ก็ไม่ลดลง จึงขอให้ธปท.เข้าไปแก้ปัญหา โดยผ่อนปรนเงื่อนไขปล่อยสินเชื่อมากขึ้น

 ส่วนกรณีดอกเบี้ยเงินกู้ยังไม่ลดลงนั้น ธปท.ชี้แจงว่าธนาคารพาณิชย์ประเมินว่าสถานการณ์ปัจจุบันลูกค้ามีความเสี่ยงมากขึ้น ก่อให้เกิดต้นทุนการเงินต่อธนาคาร รวมทั้งธนาคารพาณิชย์จำเป็นต้องกันเงินสำรอง ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น แต่การกระตุ้นการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์มากขึ้นมีความสำคัญมากกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้

 ด้านนายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ภาคเอกชนต้องการให้ธปท.ดูแลเงินบาทไม่ให้แข็งค่ากว่าประเทศคู่แข่ง เพื่อให้สินค้าไทยแข่งขันได้ โดยเสนอให้ธปท.แยกวิธีบริหารระหว่างเงินไหลเข้ามาเก็งกำไรในตลาดหลักทรัพย์ และเงินดอลลาร์สหรัฐที่ผู้ส่งออกได้รับจากการขายสินค้าว่า สามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งธปท.รับเรื่องนี้ไปพิจารณา

 ขณะที่นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ขณะนี้นักธุรกิจมองว่า ค่าเงินบาทที่ 34-35 บาท เป็นระดับที่ยังปรับตัวรับกับสถานการณ์ได้ แต่ถ้าเงินบาทอยู่ที่ 35-36 บาท จะส่งผลดีต่อผู้ส่งออก โดยภาครัฐควรดูแลค่าเงินบาทให้ใกล้เคียงกับประเทศคู่แข่ง

 นายดุสิต นนทะนาครประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศ กล่าวว่า นายกฯ มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกับเอกชนปรับปรุงระเบียบอี-ออกชั่น เนื่องจากระเบียบดังกล่าวสร้างอุปสรรคพอสมควร เช่น การประมูลโครงการขนาดใหญ่ ที่จะได้เอกชนที่เสนอราคาในราคาที่ต่ำที่สุด แต่เอาเข้าจริงงานที่ส่งมอบไม่ได้คุณภาพและบางครั้งเอกชนทิ้งงานเสียเองเพราะไม่คุ้มค่า