
พายุ'โบพา'ถล่มปินส์ยอดตายพุ่งกว่า100
พายุไต้ฝุ่น 'โบพา' พัดกระหน่ำฟิลิปปินส์ ทำให้ประชาชนเสียชีวิตเกินกว่า 100 คนแล้ว ระงับเที่ยวบิน
5 ธ.ค.55 พายุไต้ฝุ่นโบพา ได้คร่าชีวิตประชาชนในฟิลิปปินส์ไปแล้วกว่า 100 คน หลังจากพัดกระหน่ำในพื้นที่ทางใต้ของประเทศ สื่อมวลชนในฟิลิปปินส์ รายงานว่า พายุไต้ฝุ่นโบพา ได้พัดเข้าสู่เกาะมินดาเนา ทำให้เกิดฝนตกหนักและลมพัดแรง 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้ประชาชนกว่า 5 หมื่นคน ต้องอพยพออกจากบ้านเรือน
ความรุนแรงของพายุ ยังส่งผลให้ไฟฟ้าดับ รบกวนการสัญจร น้ำท่วมหลายพื้นที่และยังเสี่ยงที่จะเกิดดินถล่มอีกด้วย ที่เมืองบาตัน จังหวัดคอมโปสเตล่า แวลลีย์ ซึ่งเป็นแหล่งทำเหมืองแร่ เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุมากที่สุด มีประชาชนอย่างน้อย 43 คนเสียชีวิต และอีก 25 คน ได้รับบาดเจ็บ ตอนที่กระแสน้ำเชี่่ยวกรากไหลเข้าสู่ฐานของหน่วยลาดตระเวณของกองทัพ และเกิดต้นไม้หักโค่นและดินถล่มจากภูเขาลงไปในย่านชุมชน ที่หมู่บ้านอันแด็พ
ทางการระบุว่า ชาวบ้านต้องอพยไปหลบภัยที่ศาลาประชาคมของหมู่บ้าน ซึ่งถูกน้ำท่วม และแม้แต่รถบรรทุกทหารและประชาชน ก็ยังถูกกระแสน้ำพัดพาไป ซึ่งมีรายงานว่ามีประชาชนราว 20 คน และทหาร 6 นายสูญหาย ด้านสภาการจัดการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติแห่งชาติ ได้รายงานยอดผู้เสียชีวิตเพิ่ม ซึ่งมีทั้งถูกต้นไม้ทับและจมน้ำ
มีความเป็นไปได้ที่ยอดผู้เสียชีวิตจะสูงขึ้น เมื่อทหารและตำรวจสามารถเข้าถึงหมู่บ้านห่างไกลที่ถูกตัดขาดเพราะน้ำท่วม มีรายงานด้วยว่า ตาพายุซึ่งกินพื้นที่ 600 กิโลเมตร ได้เคลื่อนตัาเข้าสู่พื้นที่ทางตะวันตกด้วยความเร็วลม 26 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และคาดว่าจะเคลื่อนตัวผ่านจังหวัดทางภาคกลางและภาคใต้ ก่อนมุ่งหน้าสู่ทะเลจีนใต้ในวันพฤหัสบดี
เที่ยวบิน 146 เที่ยว ในจังหวัดมินดาเนาและเกาะใกล้เคียงหยุดให้บริการ เช่นเดียวกับเรือโดยสารเฟอร์รี่ ที่ระงับให้บริการและทำให้ผู้โดยสาร 3 พันคน ต้องติดอยู่ตามท่าเรือ ขณะที่โรงเรียนและธุรกิจต่างพากันปิดด้วยเช่นกัน
การก่อตัวของพายุโบพา มีขึ้นในเวลา 1 ปี หลังจากพายุไต้ฝุ่นวาชิ คร่าชีวิตชาวฟิลิปปินส์ไปกว่า 1,500 คน ประธานาธิบดีซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน่ ได้เรียกร้องให้ประชาชนที่อยู่ในเส้นทางการพัดผ่านของพายุ ระมัดระวังอันตราย และควรอพยพเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียมากขึ้น
ปัจจุบัน มีประชาชนเข้าไปอยู่ตามศูนย์หลบภัยแล้วกว่า 53,000 คน ทางการเตือนว่า พายุลูกนี้มีความรุนแรงที่สุดที่พัดเข้าสู่ประเทศในปีนี้ อิทธิพลของพายุนอกจากจะทำให้เกิดฝนตกหนักแล้วยังสร้างความเสียหายให้กับอาคารบ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่ชายฝั่ง ภาพทางโทรทัศน์ได้แสดงให้เห็นว่า มีท่อนซุงจำนวนมากไหลไปตามแม่น้ำซูมิเลาในจังหวัดมินดาเนา คนงานกำลังเร่งตัดต้นไม้ที่โค่นลงมาขวางถนน
ตามศูนย์อพยพที่มีเกือบ 1 แห่ง แออัดไปด้วยประชาชน ที่ปูเสื่อหรือกระดาษแข็งรองนอนบนพื้นปูนภายในโรงยิม แต่ยังมีประชาชนในเส้นทางผ่านของพายุ ได้พยายามทุกวิถีทางเพื่อปกป้องบ้านเรือนและทรัพย์สินจากพายุ ที่รวมทั้งต้อนหมูและไก่เข้าไปในบ้าน



