ข่าว

เสรีภาพ...ห้าม(ออน)แอร์?

เสรีภาพ...ห้าม(ออน)แอร์?

05 ธ.ค. 2555

คมชัดลึกจัดถกเสรีภาพ...ห้าม(ออน)แอร์?

              ประเด็นร้อนท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหลังจากแอร์โฮสเตสสายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิค โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กมีเนื้อหาไม่อยากต้อนรับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ถูกต้นสังกัดเลิกจ้างด้วยเหตุผลนำความลับของลูกค้ามาเปิดเผยตามที่กล่าวอ้าง

              "คม ชัด ลึก" จัดเสวนา ตอน เสรีภาพ...ห้าม (ออน) แอร์ ? โดย ดร.สุพรรณิกา ตันติเวชกุล ผู้อำนวยการ S.A.N. AIR TRAINING CENTER กล่าวว่า แอร์โฮสเตสถือเป็นอาชีพที่หลายคนใฝ่ฝัน ซึ่งพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินทุกคนต้องดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้โดยสาร ส่วนการที่แอร์โฮสเตสนำชื่อผู้โดยสารมาเปิดเผยไม่ว่าก่อนหรือหลังถือว่าผิดอยู่แล้ว เพราะผู้โดยสารมีสิทธิปกป้องสิทธิของตนเอง และบทบาทหน้าที่ของแอร์โฮสเตสอย่าลืมว่า เป็นภาพลักษณ์ของสายการบิน และยังมีเรื่องของวัฒนธรรม ประเพณี ศาสนา ดังนั้นจะอย่างไรก็ตามต้องคิดบวก เพราะเป็นนักบริการ ลูกค้าถูกเสมอ

              ขณะที่นายอภิศิลป์ ตรุงกานนท์ @macroart ผู้จัดการพัฒนาผลิตภัณฑ์เว็บไซต์พันทิป กล่าวว่า ปกติการลงโทษของสายการบินมี 4 ขั้นตอน ตักเตือนด้วยคำพูด ตักเตือนด้วยลายลักษณ์อักษร พักงาน และให้ออก แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดูเหมือนจะกระโดดไปขั้นตอนที่ 4 เลย ซึ่งขึ้นอยู่กับสายการบินจะเห็นว่าการโพสต์ข้อความเป็นเหตุรุนแรงหรือไม่ ในพันทิปมีการคุยกันว่า แอร์ยังไม่ทันทำอะไร แต่ไปรุมประชาทัณฑ์แล้ว และในเว็บพันทิปส่วนใหญ่จะวิพากษ์เรื่องการเมือง และมีที่ชื่นชมแอร์โฮสเตสที่ลาออก แต่ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าจบเร็วเพราะแอร์คนดังกล่าวรับผิดชอบด้วยการลาออกแล้ว เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีอีกหลายเคสตามมาเพราะหลายคนรู้สึกอึดอัด
 
              รศ.ดร.โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์ อาจารย์ภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า การจะไปห้ามว่า การใช้เสรีภาพต้องมีขอบเขตต้องไม่ใช้เสรีภาพนั้นมาทำลายเสรีภาพนั้นเอง ซึ่งเฮทสปีชหมายถึงคำพูดที่แสดงการเกลียดชัง อาฆาตมาดร้าย จึงไม่ควรใช้ในทางสาธารณะ ดังนั้นหลายประเทศในโลกตะวันตกจึงมีกฎหมายห้ามว่า การแสดงความเห็นเหล่านี้ไม่ถือเป็นอิสระ ในฐานะที่เป็นพนักงานของสายการบินไม่สามารถเลือกปฏิบัติกับผู้โดยสารไม่ว่าจะเป็นอุ๊งอิ๊ง หรือใคร การอ้างว่าเป็นโพสต์ส่วนตัวและโพสต์เฉพาะกลุ่มเพื่อน แต่เพื่อนไปบอกเพื่อนของเพื่อน จึงไม่ถือว่าเป็นส่วนตัวจริง แม้เหตุการณ์จะผ่านไปแล้วแต่การเกลียดชังก็ออกไปฝังในกระแสสำนึกของคนในสังคมที่ไม่หายไป