ข่าว

ยึด!เต่า343ตัวมูลค่ากว่าล้านบาท

ยึด!เต่า343ตัวมูลค่ากว่าล้านบาท

04 ธ.ค. 2555

ศุลกากรตรวจยึดเต่า 343 ตัว มูลค่ากว่า 1.7 ล้าน โดยสำแดงเท็จว่าเป็นผักผลไม้สดเตรียมส่งออกไปฮ่องกง

                          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 4 ธ.ค. 55  ที่อาคารตรวจสินค้า สำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ นายยุทธนา หยิมการุณ รองอธิบดีกรมศุลกากร นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายเชิดศักดิ์ วงษ์กมลชุณห์ รองอธิบดีกรมประมง ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมลักลอบส่งออกเต่าหวายและเต่าหกมีชีวิต จำนวน 343 ตัว มูลค่า 1,715,000 บาท

                          นายยุทธนา หยิมการุณ รองอธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า สืบทราบว่าจะมีการลักลอบส่งออกสินค้าประเภทเต่ามีชีวิต จึงร่วมกันตรวจสอบสินค้าซึ่งได้ผ่านสถานีตรวจสอบสินค้า (Checking Post) ในเขตปลอดอากรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จนกระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 4 ธ.ค. เจ้าหน้าที่พบชาย 2 คนขับรถนำสินค้ามาส่ง ตามใบขนส่งสินค้าขาออก เลขที่ A003 15512 01748 สำแดงรายละเอียดสินค้าเป็นผลไม้สด (FRESH FRUITS) วันที่ส่งออก 04/12/2555 ระบุปลายทางเขตปกครองพิเศษฮ่องกง โดยเที่ยวบินที่ HX768 รวม 50 กล่อง

                          ต่อมาเจ้าหน้าที่ศุลกากร จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่าและด่านตรวจสัตว์น้ำ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดสินค้าตรวจสอบ ผลปรากฏว่า ภายในกล่องสินค้ากลายเป็นเต่าหก จำนวน 15 ตัว และเต่าหวาย จำนวน 328 ตัว จึงควบคุมตัวพนักงานขับรถทั้ง 2 คนไว้สอบสวนเพิ่มเติม

                          นายทรงศักดิ์ แซ่ปึง อายุ 36 ปี พนักงานขับรถส่งสินค้า ให้การว่า ตนมีอาชีพขับรถรับจ้างทั่วไปในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล โดยตนกับเพื่อนถูกว่าจ้างให้ไปรับผลไม้สดที่ จ.ชลบุรี มาส่งให้กับเจ้าหน้าที่ประสานงานการนำเข้าและส่งออกสินค้า ของบริษัทแห่งหนึ่ง ที่อาคารตรวจสินค้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในราคาเที่ยวละ 1,400 บาท โดยทำมาแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งตนและเพื่อนไม่ทราบว่าสินค้าที่นำมาส่งจะเป็นสัตว์คุ้มครองดังกล่าว ส่วนผู้ว่าจ้างก็ไม่ทราบว่าเป็นใครเพราะติดต่อกันทางโทรศัพท์และนัดรับสินค้าบนถนนจากรถบรรทุก 6 ล้อ พร้อมกับรับเงินค่าจ้าง

                          เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้ง 2 คนไว้ รวมทั้งยึดสิ่งของที่ตรวจพบไว้เป็นของกลาง เนื่องจากกรณีดังกล่าวถือว่าเป็นการสำแดงชนิดของปริมาณ และประเภทพิกัดศุลกากรอันเป็นเท็จ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อห้ามข้อกำกัดในการส่งออก โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตามมาตรา 99 , 27 แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 ประกอบมาตรา 16 , 17 แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2482 ประกอบอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ (CITES) และมาตรา 19 , 23 แห่ง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ก่อนจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป