ข่าว

นอนคุกต่อ!'ก่อแก้ว'วืดประกันตัว

นอนคุกต่อ!'ก่อแก้ว'วืดประกันตัว

04 ธ.ค. 2555

นอนคุก! 'ก่อแก้ว' วืดประกันตัว ศาลอาญายกคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ชี้ไม่มีเหตุสมควร ด้านทนายเล็งหารือแนวทางยื่นประกันใหม่ 6 ธ.ค.นี้

                    4 ธ.ค.55 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เวลา 17.00 น. ศาลมีคำสั่งที่นายก่อแก้ว พิกุลทอง จำเลยที่ 5 คดีร่วมกับแกนนำ นปช. รวม 24 รายก่อการร้าย มอบหมายให้นายเจษฎา จันทร์ดี ทนายความยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ภายหลังศาลอาญา มีคำสั่งให้เพิกถอนการประกันตัวไปเมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา

                    โดยศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า การถวายความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นเรื่องที่ปวงชนชวาไทยสมควรจะต้องกระทำ ซึ่งสามารถกระทำได้ในหลายรูปแบบและสถานที่ต่างๆ ตามสมควรและตามความเหมาะสม ซึ่งการจะได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท และการเข้าร่วมงานพระราชพิธี หรือเข้าร่วมงานสโมสรสันนิบาต เป็นเพียงโอกาสเท่านั้น แต่จำเลยที่ 5 กลับกระทำผิด ฝ่าฝืนเงื่อนไขที่ศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว จนต่อมาศาล จึงได้มีคำสั่งเพิกถอนประกัน จนจำเลยที่ 5 ไม่ได้รับโอกาสต่างๆ นั่นเอง

                    ส่วนที่จำเลยที่ 5 อ้างว่าเป็นกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจของสภาผู้แทนราษฎร ต้องไปศึกษาดูงานที่ประเทศอิตาลีและใกล้เคียงในวันที่ 8-14 ธ.ค. รวมทั้งมีภารกิจต้องดูแลกิจการ มีภรรยาและบุตร 2 คนต้องดูแลรับผิดชอบนั้น ก็ยังไม่มีเหตุให้ควรเชื่อได้ว่า หากศาลสั่งปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 5 อีก จะไม่ไปก่ออันตรายประการอื่นอีก คดีจึงยังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวให้ยกร้อง

                    ภายหลัง นายเจษฎา จันทร์ดี ทนายความของนายก่อแก้ว เปิดเผยว่า หลังจากทราบคำสั่งศาลแล้ว ในวันพฤหัสบดีที่ 6 ธ.ค.นี้ เวลา 12.00 น. ตนจะไปพบนายก่อแก้ว ที่เรือนจำชั่วคราวหลักสี่ เพื่อหารือแนวทางที่จะดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไป ซึ่งจะต้องหารือเกี่ยวกับรายละเอียดนายก่อแก้ว ตัวความด้วยตัวเองอีกครั้ง อย่างไรก็ดีจากคำสั่งศาลแสดงให้เห็นว่า มูลค่าหลักทรัพย์ ไม่ได้มีปัญหา เพียงแต่จะทำอย่างไรให้ศาลมั่นใจได้ว่าเมื่อมีคำสั่งปล่อยตัวแล้วจะไม่ก่อเหตุอันตรายประการอื่นอีก ซึ่งคือหัวใจของคำสั่งศาลครั้งนี้

 

ทนาย'ก่อแก้ว'หอบเงิน 6 แสนบาท ยื่นประกัน

 

                    นายเจษฎา จันทร์ดี ทนายความของนายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลอาญาพิจารณาปล่อยชั่วคราวครั้งใหม่ โดยใช้หลักทรัพย์เดิมที่เป็นเงินสด จำนวน 600,000 บาท ภายหลังศาลอาญา มีคำสั่งให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราวนายก่อแก้วจำเลยที่ 5 คดีร่วมกับแกนนำ นปช. รวม 24 รายในคดีก่อการร้าย ไปเมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากมีพฤติการณ์ที่กระทำผิดเงื่อนไขประกันของศาลที่ห้ามกระทำการใด ๆ ให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง ซึ่งนายก่อแก้วได้แถลงข่าวลักษณะข่มขู่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

                    โดยคำร้อง ระบุว่า จำเลยในฐานะ สส. มีความประสงค์ที่จะเข้าร่วมถวายความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในวันที่ 5 ธ.ค.นี้ และในวันที่ 7 ธ.ค. ยังมีการจัดงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาส มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เชิญจำเลยที่ 5 ในฐานะ สส. ร่วมงานด้วย ขณะที่จำเลยที่ 5 ยังเป็นกรรมาธิการคณะพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎรด้วย ซึ่งมีหน้าที่ต้องพิจารณาเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ที่ต้องเข้าร่วมประชุมรายสัปดาห์ หรือต้องเดินทางไปในพื้นที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งคณะกรรมาธิการชุดดังกล่าวมีกำหนดไปราชการศึกษาดูงานที่ประเทศอิตาลีและใกล้เคียงในวันที่ 8-14 ธ.ค.นี้ด้วย ทั้งนี้จำเลยได้แนบบัตรเชิญประกอบคำร้องส่งต่อศาลด้วย

                    อย่างไรก็ดีจำเลยที่ 5 ระบุด้วยว่า ตนไม่เคยมีความประสงค์ใดๆ ที่จะก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ซึ่งมีหลายครั้งที่จำเลยที่ 5 ได้แนะนำ ขอร้อง หรือห้ามปรามมวลชนคนเสื้อแดงกระทำการใดๆที่จะเสี่ยงต่อการนำไปสู่ความไม่สงบ ขณะที่จำเลยที่ 5 ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายว่า เป็นแกนนำที่ไม่ได้มีลักษณะหัวรุนแรง ซึ่งหากศาลมีคำสั่งคุมขังจำเลยระหว่างการพิจารณาคดีต่อไป ก็ไม่เกิดประโยชน์ใดๆต่อประเทศชาติ มีแต่สร้างบรรยากาศที่เป็นอุปสรรคสร้างความปรองดองคนในชาติและขัดขวางการทำหน้าที่ ส.ส.ทั้งในโอกาสพิเศษวันเฉลิมพระชนมพรรษาและช่วงเวลาปกติ นอกจากนี้จำเลยที่ 5 ยังมีภาระต้องดูแลกิจการตนเอง รวมทั้งภรรยาและบุตรอีก 2 คนอายุ 3 ขวบ และ 1 ขวบด้วยซึ่งจำเลยต้องรับผิดชอบดูแลและให้ความรักความอบอุ่น

                    ขณะที่ศาลรับคำร้องไว้พิจารณา โดยยังไม่มีคำสั่งใด ๆ ด้าน นายเจษฎา กล่าวว่า คำร้องนั้นนางกุลรัตน์ พิกุลทอง ภรรยานายก่อแก้ว เซ็นชื่อรับรองในเอกสารการยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวด้วย ส่วนหลักทรัพย์ที่ยื่นตามหลักทรัพย์เดิม มูลค่า 600,000 บาท นั้น เนื่องจากนายก่อแก้ว ไม่มีพฤติกรรมหลบหนี เบื้องต้นจึงใช้หลักทรัพย์เดิม แต่หากศาลพิจารณาคำร้องและหลักทรัพย์แล้ว ถ้าเห็นว่าจะต้องให้เพิ่มวงเงินประกัน จำเลยก็ยินดีและพร้อมจะยื่นหลักทรัพย์เพิ่มเติม