
ปชช.ทยอยจับจองพื้นที่เฝ้ารับเสด็จ
พสกนิกรแห่จับจองที่นั่งลานพระบรมรูปทรงม้าเฝ้ารอรับเสด็จ เริ่มปิดการจราจร 6 โมงเย็น ขณะที่โพลล์ชี้ปชช.ตั้งตนเป็นคนดี-ซื่อสัตย์ถวาย
4ธ.ค.2555 สำหรับบรรยากาศการเฝ้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนม์พรรษา 5 ธันวา เวลา 14.00 น.ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศเริ่มทยอยกันเข้ามาจับจองพื้นที่ด้านหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคมกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่มาเตรียมเฝ้ารอรับเสด็จตั้งแต่วันที่ 3 ธ.ค. บางรายเดินทางมาตั้งแต่ช่วงเช้า โดยทุกคนได้พร้อมใจกันสวมเสื้อสีเหลือง และนำพระบรมฉายาลักษณ์ ธงเฉลิมพระเกียรติติดตัวมาเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความจงรักภักดี ซึ่งประชาชนที่เดินทางมาเฝ้ารอรับเสด็จต่างแสดงความปลื้มปิติถึงพระมหากรุณาธิคุณ บางรายได้นำเต็นท์ที่พักส่วนตัวมาปักหลักเพื่อเป็นที่พักแรมด้วย
ขณะที่การเตรียมความพร้อมภายในพื้นที่บริเวณลานพระรูปทรงม้า เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานทั้งภาคเอกชนและหน่วยงานราชการรวมทั้งทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันประสานงานกันอย่างจะมีการเริ่มปิดถนนตั้งแต่เวลา 18.00 เป็นต้นไป เป็นระบบ ซึ่งขณะนี้ภายในพื้นที่เริ่มมีการนำแพงเหล็กกั้นมาตั้งวางเพื่อเป็นแนวกำหนดให้ประชาชนที่เฝ้ารอรับเสด็จได้จับจองพื้นที่ ซึ่งมีการทำความสะอาดบริเวณรอบๆพื้นที่รวมทั้งปรับปรุงภูมิทัศน์โดยการนำต้นไม้ต่างๆเข้ามาตกแต่งเช่น ดอกดาวเรือง ได้มีการนำมาประดับรอบๆบริเวณพระบรมรูปทรงม้าเพื่อความสวยงาม
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นอกจาประชาชนที่มาคอยเฝ้ารับเสด็จแล้ว ยังมีกลุ่มชุมชนคนใช้จักรยานแห่งชาติกว่า 200 คัน มารวมตัวกันอยู่ที่ด้านหน้าพระบรมรูปทรงม้า โดยมีจุดประสงค์เพื่อเทิดพระเกียรติพระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งจะมีการปั่นจักรยานจากบริเวณพระบรมรูปทรงม้าไปยังโรงพยาบาลศริราช เพื่อไปลงนามถวายพระพร ส่วนในวันที่ 5 ธ.ค.ทางกลุ่มชุมชนคนใช้จักรยานแห่งชาติจะมีการรวมตัวกันปั่นจักรยาน โดยมีจุดเริ่มต้นตั้งแต่บริเวณวัดราชาธิวาส มายังบริเวณลานพื้นที่บรมรูปทรงม้า เพื่อรอเฝ้ารับเสด็จออกยังสิงหบัญชรแสดงออกถึงความจงรักษ์ภักดีด้วย
ขณะที่การเตรียมความพร้อมและการดูแลรักษาความปลอดภัยแก่ประชาชนผู้เดินทางมาเฝ้ารับเสด็จภายในพื้นที่นั้น พล.ต.ต.วิชาญชัชร์ บริรักษ์กุล ผบ.กน.1 กล่าวว่า จะปิดถนนบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าตลอดเส้นทางไปจนถึงบริเวณแยกถนนอู่ทองใน ซึ่งในช่วงเวลา 8.00 น.วันที่ 5 ธ.ค. จะมีเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบร้อยในบริเวณพื้นที่ทั้งหมด ก่อนที่จะทยอยเปิดให้ประชาชนเข้ามาจับจองที่นั่งอีกครั้ง ทั้งนี้จะต้อขอความร่วมมือจากประชาชนให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ในการตรวจค้นเป็นรายบุคคลก่อนเข้ามายังบริเวณพื้นที่ด้วย
“ส่วนการดูแลและการให้ความสะดวกแก่ประชาชน จะมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนมาร่วมกันคอยอำนวยความสะดวกตลอดพระราชพิธี และการจับจองพื้นที่นั่งนั้น ขอให้เป็นไปตามลำดับ โดยใครมาก่อนจะปล่อยให้นั่งก่อนและค่อยถัดไปเรื่อยๆจนสุดพื้นที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งจะมีแนวแพงเหล็กเป็นแนวทางกั้นเพื่อใช้เป็นช่องทางกำหนดพื้นที่ให้แก่ประชาชน รวมทั้งจะมีการกำหนดจุดสำหรับแพทย์และพยาบาลเพื่อเตรียมรับมือและให้การช่วยเหลือประชาชนที่อาจจะป่วยฉุกเฉินหรือเป็นลม ทั้งนี้คาดว่าในปีนี้จะมีจำนวนประชาชนมากกว่าปี 2549 อย่างแน่นอน” พล.ต.ต.วิชาญชัชร์ กล่าว
ส่วนการเตรียมความความภายในพื้นที่นั้น นางสาวมณีทิพย์ ธรรมมา กรรมการผู้จัดการ บริษัทวิคเทอร์ ตัวแทนออรกาไนเซอร์จากสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ดูแลการจัดงานกล่าวว่า สำหรับการเตรียมพื้นที่จัดงานมี 2 ส่วน ได้แก่ บริเวณพระที่นั่งอนันตสมาคมที่เป้นบริเวณพื้นที่ประทับและที่นั่งสำหรับผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานพระราชพิธีและพื้นที่ด้านนอกที่ประชาชนรอเฝ้ารับเสด็จฯ ได้มีร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนภายใต้การรับผิดชอบของทางสำนักนายกรัฐมนตรี อาทิ การขนส่งภาคประชาชน กรุงเทพมหานครร่วมทั้งหน่วยงานราชการอีกหลายแห่ง ได้มีการคอยอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในหลายจุด เช่น การเตรียมเต็นท์ที่พักบริการประชาชนกว่า 17 จุด บริการอาหารฟรีในบางจุด บริการขนส่งฟรีจาก ขสมก.รวมถึงการแจกธงเฉลิมพระเกียรติและธงชาติให้แก่ประชาชนที่เดินทางมารอเฝ้ารับเสด็จอย่างทั่วถึง นอกจากนี้ในบริเวณพื้นที่ได้มีการติดตั้งจอ LCD ขนาดใหญ่เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสชมพระพักตร์อย่างใกล้ชิดจำนวน 30-40 จุดด้วยกัน รวมทั้งจุดพยาบาลอีก 17 จุด ซึ่งขณะนี้การเตรียมงานมีพร้อมแล้วสำหรับพระราชพิธีในวันพรุ่งนี้
นางยิ่งลักษณ์ ติณสูลานนท์ คุณยายอายุ 69 ปี ประชาชนที่เฝ้ารอรับเสด็จ บอกว่า ตนได้เดินทางมาไกลจากประเทศไอแลนด์ เพื่อรอเข้าเฝ้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตั้งแต่ 11 โมง แลจะปักหลักค้างคืนในคืนนี้ด้วย ตอนนี้ตนรู้สึกภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการถวายพระพร ซึ่งก่อนหน้านี้ตนได้ไปที่โรงพยาบาลศิริราชและได้เห็นพระพักตร์ของพระองค์ท่านแล้ว และในครั้งนี้จะเป็นอีกครั้งที่อยากจะเห็นอีก เพราะตนอายุมากแล้ว
นางโชติกานต์ วิพัตวิลัย อายุ 55 ปี บอกว่า ตนเองรู้สึกตื่นเต้นมากตั้งแต่เข้าเดือนธันวาคม และรอที่จะมาเฝ้าเสด็จในวันที่ 5 ธ.ค.นี้ โดยได้เดินทางมาจองพื้นที่ตั้งแต่ 9 โมง ตนมองว่าพระองค์ท่านทำให้เรามามากแล้ว เราควรทำอะไรให้กับพระองค์ท่านบ้าง ขอให้พระองค์ท่านมีพลานามัยที่แข็งอยู่กับประชาชนไปนานๆ ตนจะทำตัวเป็นคนดี ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร เพื่อตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณ
โพลล์ชี้ปชช.ตั้งตนเป็นคนดี-ซื่อสัตย์ถวาย
ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) ได้สำรวจความคิดเห็นประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 1,184 คน พบว่า เนื่องในวันที่ 5 ธันวาคม 2555 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ฯ ทรงมีพระชนมายุครบ 85 พรรษาว่า สิ่งที่ประชาชนตั้งใจจะทำถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 85 พรรษาในปีนี้มากที่สุด คือ จะเป็นคนดี ซื่อสัตย์ ทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม (ร้อยละ 43.0) รองลงมาคือ จะจุดเทียนถวายพระพรให้พระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัวทรงหายประชวร มีพระวรกายแข็งแรง และมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน (ร้อยละ 23.6) และจะทำบุญ ตักบาตร ปฏิบัติธรรม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล (ร้อยละ 12.3)
เมื่อถามประชาชนถึงพระราชอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้านการเกษตรและการบริหารจัดการน้ำที่รู้จักและเข้าใจมากที่สุดคือ โครงการฝนหลวง (ร้อยละ 33.6) รองลงมาคือ โครงการแก้มลิง (ร้อยละ 24.7) และทฤษฎี “หญ้าแฝก” เพื่อป้องกันการพังทลายของหน้าดิน (ร้อยละ 14.6) ทั้งนี้คำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯที่อยู่ในจิตใจของประชาชนและนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตมากที่สุด คือ ความพอดี (ร้อยละ 51.5) รองลงมาคือ ความซื่อสัตย์ (ร้อยละ 15.9) และความเพียร (ร้อยละ 13.7)
เมื่อถามถึงความตั้งใจจะไปเฝ้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม ในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ ประชาชนร้อยละ 11.2 หรือคิดเป็นจำนวนประมาณ 1.1 ล้านคน ระบุว่า จะไปเฝ้ารับเสด็จฯ แน่นอน ร้อยละ 82.6 ระบุว่า คงติดตามชมผ่านโทรทัศน์ที่บ้าน ที่ทำงาน ขณะที่ร้อยละ 6.2 คงไม่ได้ไปและไม่ได้ติดตาม เพราะเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัด
สุดท้ายเมื่อถามว่าตลอดชีวิตเคยเห็นพระพักตร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยตรงบ้างหรือไม่ ประชาชนส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 65.6 ระบุว่า ยังไม่เคยเห็น โดยในจำนวนนี้ ร้อยละ 34.0 ระบุว่า ตั้งใจว่าครั้งหนึ่งในชีวิตขอเห็นสักครั้ง และร้อยละ 31.6 ระบุว่าถ้ามีโอกาสก็อยากเห็น ขณะที่ร้อยละ 34.4 ระบุว่า เคยเห็นแล้ว
..........................
(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)



