
'เต้น'หนุนโหวตรธน.วาระ3
'ณัฐวุฒิ'หนุนเดินหน้าโหวตรธน.วาระ 3 เย้ยพวกต้าน ขี้แพ้-เสียผลประโยชน์ ด้าน'ศาลรธน.'ชี้แก้รธน.ต้องยึดตามรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ยันศาลไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง
4 ธ.ค.55 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ฐานะแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวสนับสนุนการเดินหน้าลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระสาม ที่ค้างการพิจารณาในรัฐสภา เพื่อให้มีการเดินหน้ายกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ตามข้อเสนอของคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ตนขอให้รัฐบาลใช้ความกล้าหาญเดินหน้าเพื่อประชาชน เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าไปสู่ระบอบประชาธิปไตย แม้จะมีการส่งสัญญาณต่อต้าน หรือ ล้มรัฐบาลออกมา
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า หากรัฐบาลเดินหน้าเรื่องดังกล่าวจะเป็นเงื่อนไขที่นำไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่ ส่วนตัวมองว่า แม้ไม่มีเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ บางพรรคการเมืองที่แพ้เลือกตั้งบ่อยๆ แต่อยากเป็นรัฐบาล ก็หาจังหวะและเงื่อนไขที่มาทำลายรัฐบาล ส่วนเงื่อนไขที่ศาลรัฐธรรมนูญระบุครั้งที่มีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้มีการทำประชามติก่อนนั้น ตนมองว่ากรณีที่นำร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขแล้วเสร็จไปให้ประชาชนลงประชามติก่อนประกาศใช้น่าจะเข้าเงื่อนไขตามที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด และส่วนตัวไม่เห็นด้วยที่จะให้ทำประชามติถามประชาชน 2 ครั้ง
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่ออีกว่า ตนเห็นด้วยกับแนวทางที่คณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญเสนอให้รับฟังความเห็นจากประชาชน 1 - 2 เดือนก่อนที่จะให้รัฐสภาลงมติวาระสาม ทั้งนี้ต้องทำโดยมีข้อชัดเจนว่าจะไม่ใช้แนวทางรับฟังความเห็นเพื่อยื้อการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระสาม ส่วนที่บางฝ่ายกังวลว่าการใช้กลไกรัฐเพื่อรับฟังความเห็นประชาชนอาจเป็นการชี้นำนั้น ตนมองว่างานยังไม่ได้เริ่มอย่ารีบตำหนิ
" ผมมองว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน หากไม่รีบแก้จะยิ่งแย่ ยิ่งขัดแย้ง ทั้งนี้เชื่อว่าการแก้ไขกฎหมายสูงสุดของประเทศ รัฐบาลจะทำอย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมา และให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วม ส่วนข่าวที่บอกว่ามีการล็อบบี้ สว.เลือกตั้งให้ร่วมสนันสนุน ผมว่าไม่จำเป็น เพราะคนที่มาจากการเลือกตั้งต้องมีจุดยืนอยู่ข้างประชาชน ส่วนข่าวนี้ที่ออกมาก็มาจากพวก สว.ลากตั้ง พวกที่เสียประโยชน์ จึงออกมาสัมภาษณ์ตีกิน และตีกัน ในท้ายสุดเมื่อการแก้รัฐธรรมนูญ คนพวกนี้ก็จะไปอยู่ขั้วตรงข้ามรัฐบาล" นายณัฐวุฒิ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง กับการคัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญของบางฝ่าย นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า หากรัฐบาลเดินหน้าจัดรับฟังความเห็น เชื่อว่าคนเสื้อแดงจะช่วยในเรื่องสื่อสารและสร้างความเข้าใจ
"ศาลรธน."ชี้แก้รธน.ต้องยึดตามรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ยันศาลไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง
นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีที่พรรคร่วมรัฐบาลเพื่อศึกษาการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ที่มีนายโภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา เป็นประธาน ระบุว่า จะเดินหน้างลมติวาระ 3 เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมจะทำประชามติภายหลังยกร่างเสร็จเรียบร้อย ซึ่งอาจไม่ตรงกับที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยไว้ก่อนหน้านี้ว่า ถ้าเป็นเรื่องคำวินิจฉัยของศาล คงบอกหลายละเอียดไม่ได้ แต่หากเป็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น มีบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่ระบุถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้อยู่แล้ว คนคิดว่าฝ่ายที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ คงต้องดูรัฐธรรมนูญแล้ว อย่างไรก็ตามศาลรัฐธรรมนูญ ก็ไม่เกี่ยวข้องในการแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว
นายเชาวนะ กล่าวว่า แต่ถ้าหากเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยไม่มีการทำประชามติ ตามที่ศาลรัธรรมนูญ เคยวินิจฉัยมาก่อนหน้านี้นั้น เกรงว่าผู้ร้องมายื่นศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้งนั้น เรื่องการนี้ถือเป็นความคิดเห็นของผู้ที่จะมายื่นร้อง โดยจะใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญในการยื่นร้อง แต่เรื่องการใช้สิทธิในการยื่นผ่านศาลรัฐธรรมนูญนั้น คงต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของตุลาการที่จะพิจารณารับคำร้องหรือไม่ ดังนั้นเราจะไปคิดล่วงหน้าว่าจะมีผู้เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยในการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่ได้
“กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ศาลฯคงไม่ไปก้าวล่วง เพราะเป็นเรื่องของผู้ที่มีหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ดังนั้นคงต้องกลับไปดูรัฐธรรมนูญว่าได้บัญญัติกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้อย่างไรบ้าง ส่วนจะเกิดปัญหาตามมาอีกหรือไม่นั้น ผมเห็นว่าความเห็นต่างทางการเมือง ถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากปัญหาใดๆที่เข้ามาสู่ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฯก็จะดำเนินการแก้ไขและเยียวยาปัญหาตามกระบนการของศาลฯต่อไป ซึ่งจะยึดตามกฎหมายเป็นหลัก เชื่อว่ามาตราการเยียวยาจากศาลฯ คงไม่ก่อให้เกิดความรุ่นแรงแน่ ส่วนมาตราการเยียวยาทางการเมือง ก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายการเมือง ซึ่งมีความแตกต่างกัน”นายเชาวนะ กล่าว
เมื่อถามว่า หากมีผู้ร้องเรียนเข้ามาอีก จะส่งผลทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ล่าช้าหรือไม่ นายเชาวนะ กล่าวว่า เรื่องล่าช้าหรือเร็วไม่ได้อยู่ในกระบวนการนี้ เรื่องนี้ต้องขึ้นอยู่การพิจารณาของศาลฯอยู่แล้ว ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนตามปกติตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ เพราะศาลฯมีความเป็นอิสระ ยึดตามหลักฎหมาย ไม่ได้เข้าไปยุ่งกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอยู่แล้ว



