ข่าว

การเมืองเรื่อง/ในเฟซบุ๊ก

การเมืองเรื่อง/ในเฟซบุ๊ก

04 ธ.ค. 2555

การเมืองเรื่อง/ในเฟซบุ๊ก : ประชาธิปไตยที่รัก โดยพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ([email protected])

              ช่วงนี้เรื่องราวของเฟซบุ๊กนั้นกลายเป็นเรื่องใหญ่อยู่มิใช่น้อย

              อาทิ เรื่องราวของแอร์โฮสเตส ท่านหนึ่งโพสต์ข้อความที่ระบายออกซึ่งความรู้สึกบางอย่างที่เกี่ยวพันกับประเด็นทางการเมือง

              ไม่นับความเห็นของพิธีกรชื่อดังอีกท่าน ที่แสดงความคิดเห็นทางการเมืองบางอย่าง

              ก่อให้เกิดข้อถกเถียงกันหลายประการ ทั้งที่แสดงความคิดเห็นว่า นี่เป็นเรื่องส่วนตัว หรือนี่เป็นเรื่องสาธารณะ และความคิดเห็นบางอย่างนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้หรือไม่ได้

              ผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ดีที่จะมีการถกเถียงเรื่องดังกล่าวกัน เพราะว่าสังคมประชาธิปไตยนั้นยิ่งมีการถกเถียงให้ยุ่งยากมากความเข้าไว้ ก็จะทำให้เราได้รับรู้เรื่องราวมากขึ้น และทำให้การครอบงำจากความคิดเดียวนั้นมันลดลง

              ประการแรก ต้องเข้าใจก่อนว่า เฟซบุ๊ก (facebook) นั้น เขาก็ไม่ใช่เป็นระบบปฏิบัติการหรือโปรแกรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองเสียทีเดียว เพราะคนทำเขาก็มีความคิดพื้นฐานบางอย่างที่เชื่อในเรื่องของเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการต้องรับผิดชอบอยู่ด้วย

              เพราะสุดท้าย หากหน่วยงานของรัฐเขาขอความร่วมมือ เขาก็จะเปิดข้อมูลว่าใครเป็นเจ้าของหน้าเพจนั้น

              และในอีกด้านหนึ่ง ก็จะสังเกตได้ว่า ตัวเฟซบุ๊กเองเขาก็สร้างระบบ (platform) ที่ทำให้ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เราใส่ลงไปในเฟซบุ๊กเช่นกัน เช่นเขาก็จะบอกว่าเราไปเป็นเพื่อนกับใคร (ฮ่าๆ แฟนรู้จับได้นะนั่น) หรือแม้กระทั่งเราไปให้ความเห็นในหน้าเพจไหน

              ดังนั้นเฟซบุ๊กจึงไม่ใช่แค่ว่า เขาทำมาให้สนุกสนานกันในกลุ่มเฉยๆ แต่ว่าเขาก็มีค่านิยมบางประการที่เขาส่งเสริมเช่นกัน

              ทีนี้คำถามที่สำคัญก็คือ เฟซบุ๊กนั้นเป็นพื้นที่สาธารณะหรือเป็นพื้นที่ส่วนตัว? คำตอบก็คือ เฟซบุ๊กนั้นทำให้พื้นที่ทั้งสองแบบนั้นมันเบลอเข้าหากัน เพราะอย่าลืมว่า เฟซบุ๊กนั้นจะเป็นที่นิยมก็เพราะคุณมีตัวตนนอกเฟซบุ๊กด้วย อาทิ การเป็นผู้นำทางความคิดเห็นบางอย่าง หรือที่เขาเรียกกันว่า เซเลบ (celebrity) นั่นแหละครับ

              ทีนี้ก็ต้องทำความเข้าใจว่า เซเลบในเฟซบุ๊กนั้นเขาก็มีสองระบบ (กว่าๆ) นั่นก็คือ เฟซบุ๊กส่วนตัว และแฟนเพจ คืออันหนึ่งเป็นเฟซส่วนตัวที่เขาโพสต์ความเห็นให้เพื่อนฝูง และสองคือ แฟนเพจ ที่เปิดให้ทุกคนเขามาดูได้โดยไม่ได้จำกัดไว้ที่ ห้าพันคน

              และที่บอกว่าสองระบบกว่าๆ ก็เพราะว่า เฟซบุ๊กส่วนตัวนั้น เขาก็ให้โพสต์ความเห็นสู่สาธารณะได้เช่นกัน หรือให้มีคนมาติดตามความเห็นได้ด้วยครับ

              ดังนั้นก็คงตอบได้ยากว่า สิ่งที่โพสต์นั้นเป็นความเห็นส่วนตัวหรือในหมู่เพื่อนเท่านั้น ดังนั้นคงต้องระวังในการโพสต์ว่าเป็นการโพสต์แม้ในเฟซบุ๊กส่วนตัว แต่ต้องไม่ลืมเปลี่ยนสถานะข้างล่างไม่ให้สู่สาธารณะด้วยนะครับ

              ในอีกด้านหนึ่ง สื่อมวลชนที่นำเอาเฟซบุ๊กส่วนตัวของคนเขามาลงในข่าวก็ต้องระวังเหมือนกัน ทางที่ดีควรจะต้องดูก่อนว่า เขาโพสต์ในสถานะสาธารณะหรือไม่ หรือแม้กระทั่งก็ต้องขออนุญาตเขาก่อน ไม่เช่นนั้นมันก็ออกจะสุ่มเสี่ยงอยู่เช่นกัน เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของเขา

              ขณะเดียวกันคนที่โพสต์ก็ต้องระวังด้วย เพราะเมื่อเราแอบมุ่งหวังให้คนมองเรา เราก็จะถูกมองด้วยสายตาแบบอื่นๆ ได้ด้วยครับ

              แต่ถ้าถามว่า ความคิดเห็นส่วนตัวในทุกๆ เรื่องนั้นมีสิทธิกระทำได้หรือไม่ เรื่องนี้ก็คงต้องพิจารณาด้วยว่า ความคิดเห็นเหล่านั้น เป็นเพียงความคิดเห็นตามสิ่งที่ปรากฏอยู่ (เช่นเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษา) หรือเป็นความคิดเห็นที่คิดว่าจะไปทำร้ายผู้คน หรือเป็นความคิดเห็นที่ปลุกระดมให้ก่อให้เกิดผลต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น

              ไม่นับเรื่องของการต้องตั้งคำถามว่า แม้ว่าจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับการลงมือทำหรือไม่ทำ แต่ในโลกนี้เขาก็มีเส้นแบ่งระหว่างการแสดงความคิดเห็นที่เสรี และการแสดงความคิดเห็นที่แสดงออกซึ่งความเกลียดชังผู้อื่นด้วย ซึ่งอันหลังนี้อันตรายหากลดทอนความเป็นมนุษย์เขา หรืออาฆาตมาดร้ายผู้อื่นหรือก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่น

              ต้องระวัง เพราะว่าในรากฐานของสังคมประชาธิปไตยนั้น ไม่ใช่ส่งเสริมแต่เสรีภาพ แต่ต้องตั้งหลักที่เคารพความเท่าเทียมและการดำรงอยู่ของคนอื่นด้วย เพราะคนในสังคมนี้เขาเท่ากันครับ