ข่าว

คาเธย์แปซิฟิคปลด'แอร์มือโพสต์'แล้ว

คาเธย์แปซิฟิคปลด'แอร์มือโพสต์'แล้ว

03 ธ.ค. 2555

'คาเธย์แปซิฟิค' แถลง 'แอร์โฮสเตสฯมือโพสต์' ไม่อยู่ในฐานะพนักงานอีกแล้ว เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น วิจารณ์แซ่ดคิดสาดกาแฟ..'ไม่ผิด' 'ผิด'..แฉข้อมูลลูกค้า

               3ธ.ค.2555 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แฟนเพจของสายการบินคาเธย์แปซิฟิก  https://www.facebook.com/cathaypacificTH?fref=ts ได้เผยแพร่คำแถลงจากสายการบิน คาเธ่ย์ แปซิฟิค (3 ธันวาคม 2555 เวลา 18:50น. ) โดยระบุว่า สายการบิน คาเธ่ย์ แปซิฟิค ขอแถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับการโพสต์ข้อความที่มีความละเอียดอ่อนในโซเชี่ยลมีเดียที่มีการกล่าวถึงการโพสต์ข้อความจากหนึ่งในพนักงานต้อนรับของคาเธ่ย์ แปซิฟิค ซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้โดยสารที่เดินทางออกจากประเทศไทยเมื่อเร็วนี้ๆ

               "คาเธ่ย์ แปซิฟิค ได้ตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด โดยขอยืนยันว่าเหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับหนึ่งในพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของเราซึ่งได้โพสต์ข้อมูลของผู้โดยสารท่านหนึ่งบนโซเชี่ยลมีเดีย โดยเป็นเหตุการณ์ที่พนักงานท่านนั้นกระทำไปโดยมิได้รับความยินยอม ทั้งนี้คาเธ่ย์ แปซิฟิคขอเรียนให้ทราบว่าพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินท่านนั้นไม่ได้อยู่ในฐานะของพนักงานของสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค อีกต่อไป"

               "คาเธ่ย์ แปซิฟิค ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางสายการบินขอยืนยันต่อผู้โดยสารทุกท่านว่าข้อมูลส่วนบุคคลของผู้โดยสารและการถือปฏิบัติตามกฎข้อบังคับเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นสิ่งที่สายการบินให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง พนักงานของเราจะปฏิบัติตามนโยบายข้างต้นอย่างเคร่งครัดพร้อมทั้งการให้บริการลูกค้าด้วยมาตรฐานสูงสุด การกระทำที่นอกเหนือไปจากนโยบายนี้จะไม่เป็นที่ยอมรับ โดยในวันนี้ คาเธ่ย์ แปซิฟิค ได้เน้นย้ำนโยบายข้อนี้กับพนักงานในทุกภาคส่วนของเราอีกครั้งหนึ่ง"

               “ทั้งนี้คาเธ่ย์ แปซิฟิค ยังคงพยายามติดต่อผู้โดยสารอย่างต่อเนื่องเพื่อแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น”

               “คาเธ่ย์ แปซิฟิค รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ให้บริการเที่ยวบินสู่ประเทศไทยและสายการบินยังคงมุ่งมั่นในการให้บริการผู้โดยสารของเรา”

ชมรมไทยเดินทางยื่น3ข้อจี้เร่งแก้ไข

               เวลา 10.00 น. นายเอกรินทร์ รัตนวานิช แกนนำชมรมไทยเดินทาง ซึ่งไปยื่นหนังสือประท้วงสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค ขอให้ชี้แจง 3 ข้อ ดังนี้ 1.สายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิค มีนโยบายอย่างไรต่อเรื่องสิทธิส่วนบุคคลของผู้โดยสาร โดยเฉพาะการเก็บรักษาข้อมูลการเดินทางของลูกค้า 2.สายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิค มีนโยบายอย่างไรต่อเรื่องสิทธิทางการเมืองของผู้โดยสาร จะปล่อยให้พนักงานทำร้ายหรือกลั่นแกล้งไม่ให้บริการลูกค้าหรือผู้โดยสารที่มีความคิดทางการเมืองแตกต่างหรือไม่ 3.สายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิคจะมีมาตรการอย่างไร เพื่อเรียกความเชื่อมั่นและความรู้สึกปลอดภัยในการเดินทางกับสายการบินของท่านกลับคืนมา


มท.3เตรียมนำม็อบบุกสำนักงาน

              นายประชา ประสพดี รมช.มหาดไทย กล่าวว่า วันที่ 4 ธ.ค. เวลา 11.00 น. ตนพร้อมด้วยประชาชนประมาณ 300 คน ที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของแอร์โฮสเตสคนหนึ่งของสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค จะเดินทางไปที่สำนักงานใหญ่ เพลินจิตทาวเวอร์ เพื่อสอบถามความคืบหน้าในการดำเนินการกับแอร์โฮสเตสว่าเป็นอย่างไร พร้อมจะเรียกร้องให้แอร์โฮสเตสคนนั้นออกมาขอโทษน.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  และขอโทษต่อสังคมด้วยตนเอง ไม่ใช่ให้บริษัทออกแถลงการณ์ฝ่ายเดียว ตนต้องย้ำว่าการนำรายชื่อผู้โดยสารมาเปิดเผยต่อสาธารณะถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการจ้องทำร้ายด้วยการจะเอากาแฟสาดใส่นั้นถือว่ามีเจตนาคุกคามชัดเจน ดังนั้นหากแอร์โฮสเตสคนดังกล่าวออกมาขอโทษก็สามารถยอมรับได้ แต่ถ้าไม่เราจะรณรงค์นำร่องบอยคอต ไม่ใช้บริการของสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค 
 

คิดสาดกาแฟ..'ไม่ผิด' 'ผิด'..แฉข้อมูลลูกค้า

               ขณะเดียวกันหนังสือพิมพ์คมชัดลึกได้เสนอรายงานความเห็นผ่านทางสังคมออนไลน์ความว่า "จากกรณี "แอร์สาว" ถูกกล่าวหาว่าอารมณ์ค้างจาก "ม็อบเสธ.อ้าย" เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน จนต้องมาระบายความอัดอั้นลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังจากไปเจอกับลูกสาวคู่กรณีบนสายการบินที่เธอทำงานอยู่ และมีความคิดอยากจะเอากาแฟไปสาดนั้น กลายเป็นกระแสร้อนที่มีการพูดคุยกันสนั่นโลกออนไน์ ถึงความเหมาะสมและผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับสายการบินแห่งนี้

               คุณ "ทาโร่_โม" จากเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ห้องบลูแพลนเน็ต ตั้งกระทู้โหวตร่วมเสนอแนวทางและความคิดเห็นว่าจะทำอย่างไร และเหตุการณ์นี้มีผลต่อการติดสินใจเลือกใช้สายการบินนี้หรือไม่?  ในหัวข้อว่า "แอร์โฮสเตทสาว" โพสต์อยากสาดกาแฟใส่ผู้โดยสารเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-ฮ่องกง เมื่อเย็นวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

               ปรากฏว่า ผลโหวต ณ วันที่ 2 ธันวาคม จาก 559 ราย พบว่ามีผลต่อการตัดสินใจ 55.81% (312 ราย) และไม่มีผลต่อการตัดสินใจ 44.19% (247ราย) และมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย อาทิ คุณ "ปุยฝ้ายขาว" มองว่า บางครั้งคนเราก็พลาด จากอารมณ์ที่มันอยู่เหนือทุกสิ่งอย่างในชั่วขณะหนึ่ง แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับการกระทำแบบนี้ รอดูสายการบินต่อไป เพื่อชื่อเสียงของสายการบินต้องว่ากันไปตามผิดตามถูก, คุณ "saipin" มองว่า มีผลต่อการตัดสินใจแน่นอน เพราะหากสายการบินไม่ได้เอาผิดกับแอร์ผู้นี้ หรือว่ากล่าวตักเตือนใดๆ แสดงว่าเขาเห็นดีเห็นงามกับการกระทำเช่นนี้ และคุณ "EviLveRstaRsHio" มองว่า ผิดมากที่เอารายชื่อผู้โดยสารมาเปิดเผยสมควรได้รับโทษ เรื่องอื่นถือเป็นเรื่องส่วนตัว

               ด้านเฟซบุ๊ก "cathaypacificTH" โพสต์ข้อความโดยสรุปว่า "รับทราบถึงพนักงานต้อนรับของสายการบินฯ โพสต์ข้อความที่มีความละเอียดอ่อนในโซเชียลมีเดีย กำลังอยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบ หากมีการละเมิดข้อบังคับสายการบินจะดำเนินการตามกฎของบริษัทโดยทันที.." ซึ่งมีผู้เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นในประเด็นดังกล่าวอย่างคับคั่งเกือบ 2 พันราย

               อาทิ คุณ "U-krid Kesthong" มองว่า เรื่องสาดกาแฟ ใครเขาก็รู้ว่าไม่ได้ทำ แต่เอาข้อมูลลูกค้ามาเปิดเผย ผมว่ามันร้ายแรงอย่างบุคคลในเรื่อง ครอบครัวเขานี่มีคนหมายเอาชีวิตอยู่ เรื่องอย่างนี้ทางสายการบินรับผิดชอบได้หรือ, คุณ "Veerasak Thanabordeedol" มองว่า ไม่มีความเป็นมืออาชีพในด้านการบริการ ความเชื่อมั่นในรับบริการจะเกิดขึ้นได้อย่างไร นี่ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวแต่เป็นเรื่องของการจัดการบริหารงานองค์กร ลูกค้าจับตามองท่านอยู่ว่าท่านประเมินความสำคัญของลูกค้าอยู่ในระดับใด

               ส่วน คุณ "Boonchuay Pataralertsiri" มองว่า อย่าได้ลงโทษพนักงานผู้นั้นนะครับ เขาแค่คิดเฉยๆ เพราะสติสัมปชัญญะดี รู้ว่า ถ้าทำอะไรลงไป หมายถึงตัวเองจะหมดอนาคตทันที ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไร เขาแค่บ่นระบายความอึดอันตามอารมณ์ความรู้สึกของคนไทยที่รักบ้านเมือง ที่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นกับประเทศไทยในยุคมืดเช่นนี้ และคุณ "หนูเอ๋ สุดโหด" มองว่า ห้ามเรื่องความรู้สึกมันคงไม่ได้ ชื่นชมแอร์ท่านนี้ ที่สามารถข่มอารมณ์เอาชนะใจตนเองและมุ่งมั่นปฏิบัติงานต่อโดยผ่านไปอย่างเรียบร้อย แต่การนำตารางบินมาเปิดเผยย่อมไม่สมควร!!"