
'เฉลิม'ปัดแทรกแซงคดี91ศพ
'เฉลิม' ปัดแทรกแซงคดี 91 ศพ ชี้ทุกอย่างอยู่ที่พยานหลักฐาน โยน 'พท.' เลือกคนลงชิงผู้ว่าฯกทม. โบ้ยกรมการค้าแจงจำนำข้าว เล็งเปลี่ยนวิธีรับมือม็อบ
3 ธ.ค.55 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเปลี่ยนตัวให้ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มาเป็นประธานดูแลคดี 91 ศพว่า โดยหลักการปฎิบัติทั่วไปเมื่อพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบพ้นหน้าที่ ผู้บังคับบัญชาหน่วยนั้นต้องรับผิดชอบ นั่นคืออธิบดีดีเอสไอ และหากอธิบดีดีเอสไอเห็นว่ามีผู้เหมาะสม ท่านก็สามารถมอบหมายงานได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่นายธาริตลงมาเป็นประธานการสอบสวนเอง เป็นสัญญาณบ่งบอกอะไรหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน เพราะเป็นคดีอาญา คำสั่งศาลชัดเจน ไม่ใช่เมื่อพนักงานสอบสวนคนเก่าสอบสวนไว้ อีกอย่างมีพยานหลักฐานอยู่แล้วจะไปเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ส่วนรายละเอียดเรื่องการส่งฟ้องตนไม่ทราบ แต่ต้องเป็นไปตามขั้นตอน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้การเมืองมีการกดดันมากขึ้นหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ได้มองว่าการเมืองกดดัน เพราะเรื่องคดีอาญาจะไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ต้องเป็นไปตามกระบวนการ และศาลก็มีคำสั่งมาช่วงนี้
เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการเรียกประชุมระดับพนักงานสอบสวนทุกหน่วยงานแล้ว ได้รับรายงานแล้วหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องแบบนี้ไม่มารายงาน ตนอาศัยอ่านจากข่าว เพราะถ้าไปยุ่งมากอาจถูกกล่าวหาว่าแทรกแซงหรือการเมืองกดดัน คดีอาญาจะต้องขึ้นอยู่กับพยานบุคคล พยานวัตถุ หรือส่วนประกอบอื่นๆ ถ้าไม่พอใจคนนี้ไปตั้งข้อหา และเมื่อศาลไต่สวนชันสูตรพลิกศพ ตนมีโอกาสได้อ่านคำสั่งศาลอย่างละเอียด ไม่มีข้อเท็จจริงให้เห็นเป็นอย่างอื่น ส่วนกระแสข่าวรายงานว่า ถึงขั้นที่จะออกหมายเรียกได้นั้น ตนไม่มั่นใจ และตนก็ไม่มั่นใจในเนื้อหาสำนวนของเขาด้วย
'เฉลิม'โยน'พท.'เลือกคนลงชิงผู้ว่าฯกทม.
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง กล่าวถึงการส่งตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามพรรคเพื่อไทยที่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่า ตนเข้าใจว่า ขณะนี้ผู้บริหารพรรคคงตัดสินใจแล้ว แต่ยังไม่เปิดเผย สำหรับกระแสข่าวที่ระบุว่าพรรคเพื่อไทยจะส่ง พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดนั้น จะมีโอกาสเป็นอย่างไรตนยังไม่กล้าแสดงความเห็น แต่พล.ต.อ.พงศพัศ ถือว่าอายุยังน้อย และยังมีคิว ผบ.ตร.ต่ออีก จะไปพูดก่อนไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า จะมีลุ้นหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวพร้อมยิ้มว่า "ยังตอบไม่ได้ ไว้ให้รู้แน่ก่อนว่าใครเป็นใครแล้วจะบอก สำหรับโพลล์ที่พรรคไปทำการสำรวจว่าใครจะมานั้นผมก็ไม่เคยไปยุ่งจึงไม่ทราบเรื่องนี้ และพล.ต.อ.พงศพัศ เกษียณอายุราชการในปี 2559 ถ้าไม่เจ็บป่วยก่อนก็คิว ผบ.ตร เพราะนอกนั้นเกษียณหมด"
ผู้สื่อข่าวถามว่า ชื่อคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ยังมีลุ้นอยู่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า "ผมไม่ทราบ ไม่ทราบจริงๆ จะไปพูดก่อนผู้บริหารพรรคก่อนไม่ได้ เดี๋ยวถูกดุ" เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยจะได้รับการสนับสนุนจากคนกทม.หรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังเร็วไปที่จะตอบ เพราะจะต้องดูนโยบายการรณรงค์ การปราศรัยและการชี้แจง เมื่อถามว่า การบริหารงานของรัฐบาล 1 ปีที่ผ่านมาน่าจะเป็นเครื่องชี้วัดได้หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า จากผลสำรวจของโพลล์ทุกโพลล์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็สอบผ่านทั้งนั้น เมื่อถามย้ำว่า ไม่สามารถตอบได้ว่าคนกทม.จะสนับสนุนพรรคเพื่อไทยหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "คนกทม.ใจเร็ว แค่ 48 ชั่วโมงก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ น่ากลัว แต่ผมว่าทางพรรคคงจะตกผลึกเร็วๆนี้"
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเปรียบเทียบกันระหว่างพล.ต.อ.พงศพัศและคุณหญิงสุดารัตน์ ดูคุณสมบัติแล้วเป็นอย่างไร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า "ผมไม่มีความเห็น" เมื่อถามว่ามีใครในใจที่จะเสนอหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า แอบคิดเล็กๆในใจ เมื่อถามว่าจะส่งลูกชายลงสมัครด้วยหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธให้ความเห็น แต่หัวเราะและเดินขึ้นตึกบัญชาการ1 ทำเนียบรัฐบาลทันที
'เฉลิม'โยนกรมการค้าต่างประเทศแจงจำนำข้าว
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์นำเรื่องการทุจริตจำนำข้าว ส่งให้หน่วยงานอิสระตรวจสอบต่อหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า เป็นเรื่องที่กระทรวงพาณิชย์ต้องชี้แจงให้ชัดเจน ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ารัฐบาลพยายามจะเช็คบิลข้าราชการพนักงานที่นำข้อมูลมาให้ฝ่ายค้านนั้น รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนคิดว่าฝ่ายค้านเข้าใจผิด ตามความเป็นจริงที่ฝ่ายค้านอภิปรายเขาขาดความเข้าใจ ไปทำอย่างเอิกเกริกอภิปราย 3 วัน 7 วัน เหมือนไปเช็คบิลกับคนให้ข้อมูล ไม่มีหรอก
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) จะดำเนินการตรวจสอบนำข้อมูลเรื่องการรับจำนำข้าวทั้งหมดเข้าสู่ที่ประชุม รัฐบาลมีความกังวลหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เรื่องจำนำข้าวตนสามารถอธิบายได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องการจำหน่ายการขาย ไม่ใช่ขั้นตอนที่ตนดู แต่เป็นเรื่องของกรมการค้าต่างประเทศ
เมื่อถามต่อว่า เมื่อเรื่องการทุจริตจำนำข้าวถึงมือ ปปช. แล้ว จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนขอไม่แสดงความเห็น เพราะผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบย่อมมีความเข้าใจกว่า ถ้าขั้นตอนรับจำนำข้าวตนเข้าใจ แต่เมื่อถึงขั้นขายตนไม่มีความรู้ เรื่องจะไปอยู่ที่กรมการค้าต่างประเทศและกระทรวงพาณิชย์ พร้อมกับมีคณะกรรมการ และเมื่อถึงขั้นตอนของการจำหน่าย กรมการค้าต่างประเทศเป็นประธาน ดังนั้นนายกฯก็ไม่มีหน้าที่ นี่มันหนังครึ่งม้วน เมื่อถามต่อว่าเรื่องของการทุจริตจำนำข้าวสร้างปัญหาใหญ่ให้กับรัฐบาลหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ต้องดำเนินการสอบต่อไป
'เฉลิม' เล็งเปลี่ยนวิธีรับมือม็อบ เพิ่ม'แบริเออร์-รั้วลวดหนาม'
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง กล่าวถึงกรณีที่ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ( สนมช.) ระบุว่าจะมีม็อบเกิดขึ้นในช่วงเร็วๆนี้ว่า ในส่วนของรัฐบาลที่ทำหน้าที่ดูแลความสงบมีการเตรียมรับมือ คือ จะต้องดูสถานการณ์ว่าจะเป็นอย่างไร แต่ตราบใดที่ตนยังอยู่จะไม่มีการใช้ความรุนแรงโดยเด็ดขาด และจะเปลี่ยนแนวทางใหม่ โดยจะใช้แบริเออร์และรั้วลวดหนามให้มากขึ้น จะรอให้ถึงลวดสุดท้ายจึงจะมีมาตรการ จะไม่ให้มีการเผชิญหน้ากันโดยเด็ดขาด ตนคิดอยู่ทุกวันว่าเป็นคนไทยด้วยกัน พี่น้องกัน สำหรับเหตุการณ์ที่ผ่านมาซึ่งมีการใช้แก๊สน้ำตานั้น ถือว่าเป็นหลักสากล และประชาชนก็เห็นด้วย 8.02 เปอร์เซ็นต์
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่รัฐบาลเตรียมโหวตรัฐธรรมนูญวาระ 3 จะถือว่าเป็นชนวนที่ทำให้เกิดม็อบขึ้นมาอีกหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ยังไม่ทราบและในพรรคเพื่อไทยก็ยังไม่มีการพูดคุยกัน แต่ถ้ามีการประชุมพรรคจะวิเคราะห์ให้ฟังว่าใครเป็นอะไรอย่างไร เห็นพ้องต้องกันแค่ไหน จะต้องค่อยๆทำ เพราะประชาธิปไตยเหมือนรถไฟธรรมดาต้องแวะทุกสถานี ถ้าใจร้อนก็จะมีปัญหาไม่จบสิ้น
'เฉลิม' ยันไม่เพิกเฉย 'ทุจริตก่อสร้างโรงพัก'
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง กล่าวถึงการทุจริตโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจว่า เป็นปัญหาหนักของรัฐบาลชุดที่แล้ว ซึ่งตนได้สั่งสอบไปแล้ว แบบนี้เสียหายหมด ไม่มีครั้งไหนที่หน่วยล่างไม่ได้ขอและหน่วยบนให้ เมื่อประมูลก็แป็ปเดียว ได้เงินได้ทองกันไป แต่ใครได้บ้างตนไม่ทราบ ส่วนจะสามารถเอาผิดกับบริษัทที่ประมูลได้หรือไม่ขณะนี้กำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่ และเนื้องานก็ไม่เสร็จ เมื่อรู้ว่าทำแล้วขาดทุนก็หนี แล้วปล่อยให้ผิดสัญญา ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นของดี เชื่อว่าจะสามารถหาต้นตอได้ และจะไม่เพิกเฉย แต่ต้องค่อยๆทำ เดี๋ยวจะหาว่าแกล้งกัน เพราะเรื่องนี้เสียหาย 5,800 กว่าล้านบาท



