ข่าว

ศาลปค.ไม่รับคำร้องผู้ตรวจฯระงับ3G

ศาลปค.ไม่รับคำร้องผู้ตรวจฯระงับ3G

03 ธ.ค. 2555

ศาลปค.ไม่รับคำร้องผู้ตรวจฯระงับ 3G ชี้ไม่มีอำนาจ-สั่งจำหน่ายคดี 'ไพบูลย์'ไม่จบเดินหน้ายื่น ศาล'รธน.'พิจารณาอำนาจ'กทค.'รับรองประมูล 3G

                    3 ธ.ค.55 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลปกครองกลางไม่รับฟ้อง คดีผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นฟ้อง กสทช.ระงับออกใบอนุญาต 3G ชี้ไม่มีอำนาจ-สั่งจำหน่ายคดี

 

"ไพบูลย์"ไม่จบเดินหน้ายื่น ศาล รธน. พิจารณาอำนาจ กทค.รับรองประมูล 3G

               นายไพบูลย์ นิติตะวัน สว.สรรหา ในฐานะผู้ที่ร่วมยื่นเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน พิจารณาส่งเรื่องต่อให้ศาลปกครองพิจารณาว่า คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) มีอำนาจที่จะรับรองผลการประมูลคลื่นความถี่ 3G หรือไม่ โดยอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 245 (2) กล่าวว่า ตนไม่ติดใจในประเด็นที่ศาลปกครองไม่รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน คดีประมูล 3G ไว้พิจารณา เนื่องจากการวินิจฉัยเรื่องดังกล่าวไม่ได้ชี้เฉพาะเรื่องของความถูกต้องในการประมูล 3จี แต่เป็นเพียงเขตอำนาจในการพิจารณาเท่านั้น อย่างไรก็ตามประเด็นเรื่องอำนาจของกทค. ที่รับรองผลการประมูล 3G แทน กสทช. คณะใหญ่ ตนเห็นว่ายังมีความขัดแย้งกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 47 และ มาตรา 305 (1) ที่ระบุว่าการจัดสรรหรือการอนุมัติคลื่นความถี่ ให้เป็นอำนาจของ กสทช. ส่วน กทค.เป็นคณะกรรมการเฉพาะด้านเป็นหน่วยย่อยภายในองค์กร ทำหน้าที่กำกับการประกอบกิจการดังนั้นการใช้อำนาจของ กทค. จึงถือว่าเป็นการใช้อำนาจเกินรัฐธรรมนูญ ซึ่งตนเตรียมยื่นหนังสือถึงผู้ตรวจการแผ่นดินให้ส่งเรื่องต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาในประเด็นการใช้อำนาจดังกล่าวอีกครั้ง ในวันที่ 4 ธ.ค.นี้ เวลา 09.00 น.

               “ประเด็นที่คณะยังยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา เรื่องบทบัญญัติที่ขัดกันแห่งรัฐธรรมนูญ ผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินนั้น ไม่ใช่เป็นการกลั่นแกล้ง แต่เพื่อต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญมีการวินิจฉัยที่เป็นบรรทัดฐานการทำงานต่อไปในอนาคต หากมีการประมูล หรือออกใบอนุญาตความถี่อื่นๆ จะได้ไม่เกิดปัญหาขึ้นอีก” นายไพบูลย์ กล่าว

 

 

คนอกหักเลือกซุปเปอร์บอร์ดกสทช. รอบแรก จ่อฟ้อง “วุฒิสภา” ต่อศาลปค.หลังจัดเลือกตั้งขัดระเบียบ

                 นายจิระเดช เพิ่มพูล ผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) หรือซุปเปอร์บอร์ดกสทช. ด้านคุ้มครองผู้บริโภค ที่ไม่ผ่านการลงคะแนนคัดเลือกรอบแรก เปิดเผยว่า ตนได้หารือกับผู้สมัครเป็นกรรมการติดตามและประเมินผลงาน กสทช. ที่ไม่ผ่านการคัดเลือกรอบแรกประมาณ 5 คน และได้ข้อสรุปว่าจะมีการยื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครองกลางช่วงกลางเดือน ธ.ค.นี้   เนื่องจากผลการคัดเลือกซุปเปอร์บอร์ด กสทช. เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ที่ผ่านมา พบว่า มีการทำผิดระเบียบวุฒิสภา ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการคัดเลือกบุคคล ผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน กสทช. พ.ศ.2555 ข้อ 13 เพราะทางเลขาธิการวุฒิสภาไม่ได้ส่งหนังสือแจ้งกำหนดวัน เวลา และสถานที่สำหรับการลงคะแนนคัดเลือกผู้สมัครฯ รอบแรก ล่วงหน้า 7 วัน ก่อนถึงวันลงคะแนน และข้อ 14 ว่าด้วยการลงคะแนนคัดเลือกผู้สมัครเป็นวิธีลับ แต่พบว่าการลงคะแนนเลือก ในวันที่ 19 พ.ย. ซึ่งวุฒิสภาได้จัดให้มีการลงคะแนนที่บริเวณห้องโถง อาคารรัฐสภา 1 นั้น ไม่ใช่การลงคะแนนลับ และพบว่ามีผู้สมัครฯ ได้เดินขอคะแนนกับ สว. ที่ยื่นเข้าแถวบริเวณสถานที่จัดการลงคะแนน และพบด้วยว่ามี สว.บางคนพูดกับ สว.คนอื่นในทำนองที่เป็นการชักจูงใจให้เลือกผู้สมัครฯ ที่เดินมาขอคะแนน โดยทั้งหมดนี้ตนมีหลักฐานเป็นรูปถ่ายที่ชัดเจน

                 “สำหรับ ผู้สมัครฯ ที่เดินมาขอคะแนนกับ สว.ก่อนการลงคะแนน พบว่าเป็นนายทหารที่ผ่านการคัดเลือกรอบแรกด้วย อย่างไรก็ตามก่อนการให้ทนายไปยื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครองนั้น คณะของผมจะมีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่บริเวณด้านหน้ารัฐสภาก่อน เบื้องต้นในหนังสือคำฟ้องจะขอให้มีเพิกถอนคำสั่งของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และประธานวุฒิสภาในกรณีนี้ รวมถึงขอให้พิจารณายกเลิกการลงคะแนนเลือกผู้สมัครฯ ในรอบแรก เมื่อวันที่ 19 พ.ย. และ ขอให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวด้วย” นายจิรเดช กล่าว