ข่าว

ไทยต้องมีจุดยืนมั่นคงต่อพม่าเรื่องอองซานซูจี

ไทยต้องมีจุดยืนมั่นคงต่อพม่าเรื่องอองซานซูจี

28 พ.ค. 2552

รัฐบาลพม่ากล่าวหาว่าไทยก้าวก่ายเรื่องภายใน ทั้งๆ ที่คำแถลงการณ์ในนามอาเซียนที่ประเทศไทยเป็นประธานขณะนี้นั้น เป็นการปรึกษาหารือกันผ่านเจ้าหน้าที่อาวุโสกระทรวงต่างประเทศของอาเซียนทั้งหมด

 พม่าจะรับรู้หรือไม่ก็ตาม แต่พม่าได้รับทราบว่ามีร่างแถลงการณ์นี้ และเมื่อความพยายามของสมาชิกอาเซียนอื่นๆ ที่จะใช้วิธีการไม่เป็นทางการ กระซิบกระซาบบอกพม่า ว่ากระทำการใดที่จะทำให้อาเซียนต้องเสื่อมเสียเรื่องของสิทธิมนุษยชน ผู้นำทหารพม่าหาได้ฟังไม่
 ฉะนั้น ข้อกล่าวหาของรัฐบาลทหารพม่า ว่าประเทศไทยก้าวก่ายจึงเป็นเรื่องไร้สาระ เป็นประเด็นที่ทำให้อาเซียนอื่นๆ ต้องกระอักกระอ่วนใจ ที่ยอมรับพม่าเข้ามาเป็นสมาชิกของอาเซียน

 วันนี้เห็นผลแล้วว่า รัฐบาลทหารพม่าไม่ได้สนใจเลยว่า มีกฎบัตร หรือชาร์เตอร์อาเซียนแล้ว และในกฎบัตรนั้นระบุชัดเจน ว่าทุกประเทศสมาชิกจะต้องเคารพในหลักการสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ทั้งของประชาชนของตน และของประเทศต่างๆ ทั่วโลก

 ฉะนั้นเมื่อพม่าทำผิดกฎบัตร เป็นหน้าที่ของประธานอย่างประเทศไทย ที่จะต้องปรึกษาหารือกับสมาชิกเพื่อที่จะออกแถลงการณ์ 

 ฉะนั้นพม่าควรจะสำนึกว่าตัวเองนั้นเป็นแกะดำ เป็นหมาหัวเน่าที่จะต้องแก้ไข ไม่ใช่ชี้นิ้วกล่าวโทษประเทศไทย

 การที่กระทรวงการต่างประเทศของไทยออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 เมื่อวานนี้ เพื่อชี้แจงตอบโต้รัฐบาลทหารพม่า ในข้อหานี้ จึงเป็นการกระทำที่ถูกต้องและเป็นความกล้าหาญ เป็นการแสดงจุดยืนของรัฐบาลไทยที่มีสมาชิกอาเซียนอื่นๆ สนับสนุนอย่างชัดเจน

 รัฐบาลไทยต้องแสดงจุดยืนนี้กับรัฐบาลพม่าและชาวโลกให้รับรู้ว่า ประเทศไทยเคารพในสิทธิมนุษยชน จะไม่เห็นด้วยกับเผด็จการทหารในการรังแกข่มขู่ คุกคามผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างออง ซาน ซูจี ทื่เพียงแต่เรียกร้องประชาธิปไตยเท่านั้น ประเทศไทยต้องแสดงบทบาทเข้มแข็งไม่ลดละ

สุทธิชัย หยุ่น