
ธรรมะของกษัตริย์
ธรรมะของกษัตริย์ : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล
ผู้เป็นใหญ่ในหมู่คณะ จะต้องปฏิบัติตนตามทำนองคลองธรรมจึงจะทำให้หมู่คณะนั้นๆ มีความผาสุกและความเจริญรุ่งเรือง ซึ่งคำสอนดังกล่าวปรากฏมาตั้งแต่ครั้งโบราณ เช่นในนิทานเรื่องอิหร่านราชธรรม หรือนิทานสิบสองเหลี่ยมของเปอร์เซีย นิทานเวตาลของอินเดีย หรือบางตอนของนิทานเรื่อง 1001 ทิวา เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม นักปราชญ์อินเดียในอดีตได้บัญญัติธรรมะของกษัตริย์ไว้ 10 ประการด้วยกัน รวมเรียกว่าทศพิธราชธรรม อันได้แก่
1.การให้ทาน คือการให้วัตถุสิ่งของหรือทรัพย์สิน เพื่อทำนุบำรุงสมณะชีพราหมณ์ พระญาติพระวงศ์ และราษฎร เพื่อเป็นปัจจัยในการดำรงชีวิต และบำบัดปัดเป่าความทุกข์ยากเดือดร้อนต่างๆ
2.การรักษาศีล ได้แก่การดำรงตนอยู่ในหลักของศาสนา ไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น สำรวมกาย วาจา ใจ เป็นตัวอย่างที่ดีแก่บุคคลทั่วไป
3.การบริจาค คือการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน การอุทิศทรัพย์และสิ่งของในวาระและโอกาสต่างๆ การเสียสละเงินทองของมีค่าเพื่อบำรุงการกุศล
4.อาชชวะ คือความซื่อตรง รักษาความสุจริต รักษาสัจวาจา มีความจริงใจ ไม่คิดร้ายต่อผู้หนึ่งผู้ใด
5.มัททวะ มีความสุภาพอ่อนโยน นอบน้อมถ่อมตน มีจิตใจนุ่มนวล ไม่ดื้อดึง หรือหยาบกระด้าง ไม่ดูหมิ่นเหยียดหยามผู้อื่น ให้ความเคารพผู้มีวัยวุฒิและคุณวุฒิ
6.ตบะ หมายถึงมีความมานะบากบั่น ความพากเพียร รวมถึงการมีอุตสาหะดูแลเอาใจใส่การปกครองบ้านเมือง และดุแลทุกข์สุขของราษฎร โดยไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยากของตนเอง
7.อักโกธะ คือการข่มความโกรธ ความไม่พอใจต่างๆ ไม่แสดงโทสะ หรือใช้อำนาจด้วยอารมณ์ ประกอบด้วยเมตตาและการให้อภัย
8.อวิหิงสา ได้แก่การเป็นผู้ไม่เบียดเบียน ปรารถนาจะเห็นผู้อื่นมีความสุข และเป็นผู้ไม่ก่อความเดือดร้อนแก่ใคร
9.ขันติ หมายถึงความอดทนอดกลั้น ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค หรือความเหนื่อยยาก เมื่อลงมือทำสิ่งใดแล้วก็มุ่งมั่นทำจนสำเร็จลุล่วง ไม่หวั่นไหวต่อเรื่องที่รบกวนจิตใจ มีความเมตตากรุณาสูง
10.อวิโรธนะ คือความเที่ยงธรรม ความยุติธรรม ยึดมั่นในความถูกต้อง ไม่โอนเอียงไปทางหนึ่งทางใด ประพฤติตนตามระเบียบแบบแผน และขนบธรรมเนียมประเพณี
บ้านเมืองใดมีกษัตริย์หรือผู้นำที่มีทศพิธราชธรรม บ้านเมืองดังกล่าวก็มีความเจริญรุ่งเรือง อาณาประชาราษฎร์ก็บริบูรณ์ด้วยความสุขและถือเป็นโชคดีอย่างยิ่งที่ได้เกิดมาในบ้านเมืองนั้น
ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่าคนไทยเป็นคนโชคดีที่เกิดมาบนผืนแผ่นดินไทย ซึ่งมีพระมหากษัตริย์ที่ทรงทศพิธราชธรรมและทรงเสียสละประโยชน์สุขส่วนพระองค์ เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนทั้งประเทศมาเป็นเวลาช้านาน โดยมิได้ทรงประสงค์สิ่งตอบแทน นอกจากความสุขของพสกนิกร ดังพระราชดำรัสที่ว่า “ความสุขความสวัสดีของข้าพเจ้า จะเกิดขึ้นได้ ก็ด้วยบ้านเมืองของเรามีความเจริญ มั่นคง เป็นปกติสุข...”
ทีฆายุโก โหตุ มหาราชา



