
มาเลเซียกับปัญหาชายแดนไทย(1)
มาเลเซียท่ามกลางความซับซ้อนของปัญหาชายแดนไทย(1) : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น Facebook : ruarob.muangman
การเป็นประเทศมาเลเซียนี้แสนลำบาก เพราะที่อยู่ตรงกลางระหว่างอาเซียนบกกับอาเซียนน้ำ ที่ต้องประสบกับปัญหาหลากหลายที่มาพร้อมกับภูมิศาสตร์จนยากจะแก้ ปัญหาหนักๆ นั้นมีทั้งมาจากช่องแคบที่วุ่นวายที่สุดในโลก อย่างช่องแคบมะละกา น่านน้ำภายในที่ทับซ้อนกับอีกสองสามประเทศ การเป็นต้นธารของแหล่งมุสลิมหัวปานกลางที่กำลังโดนแทรกซึมจากผู้ก่อการร้ายคลั่งลัทธิ และที่มาล่าสุดและทำท่าจะบ่อนทำลายเสถียรภาพของพรรครัฐบาลได้ชะงัดก็คือ การเมืองภายใน ที่มีการดึงเอาการก่อความไม่สงบที่ชายแดนเหนือของคาบสมุทรมลายูมาเกี่ยวข้องด้วย
ขณะที่ไทยมองประเทศเพื่อนบ้านทางใต้อย่างกึ่งรักกึ่งระแวง เพราะถึงแม้ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศจะค่อนข้างไปได้ด้วยดี แต่มาเลเซียยังให้ในสิ่งที่เราต้องการสุดๆ จริงๆ ไม่ได้ รวมทั้ง การปราบพวกโจรชั่วทำลายสันติสุขปัตตานี นราธิวาส และยะลา พวกนี้ยังเล็ดลอดเข้าออกชายแดนได้ อยู่ฝั่งโน้นเป็นคนดีสงบเสงี่ยม พออยู่ฝั่งนี้ก่อการร้ายสารพัด ทำให้นึกย้อนถึงยุทธศาสตร์ของมลายาสมัยก่อน คือชายแดนตอนใต้ของไทยจะต้องไม่สงบ แต่ต้องไม่ถึงกับควบคุมไม่ได้อย่างสิ้นเชิงจนกระทบมลายาเอง ทั้งนี้ความระส่ำระสายจะเป็นเหมือนหนามกีดกันไม่ให้ไทยแข่งกับตนเองในเวทีโลกได้ แต่นั่นก็เป็นเพียงมุมหนึ่ง เมื่อมองอีกมุมจะพบว่า มาเลเซียเองก็จัดการความซับซ้อนนี้ไม่ค่อยได้เช่นกัน จึงกึ่งป้องปรามกึ่งแสวงประโยชน์
แต่ก่อนรัฐบาลมาเลเซียแข็งแกร่งมาก อันเนื่องมาจากการแบ่งผลประโยชน์ได้อย่างลงตัวระหว่างผู้นำกลุ่มมาเลย์ จีน และฮินดู บนพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเรื่อยๆ จนทำให้สังคมไม่ปริแตก จุดพีคของพวกเขาอยู่ตรงห้วงเวลาที่มหาธีร์แข็งแกร่งมาก และมีเป้าหมายทะเยอทะยานให้สูงหยั่งระดับโลกไว้ก่อน สอดคล้องกับการที่ฝรั่งอยากให้มุสลิมหัวปานกลางแบบมาเลเซียเป็นโมเดลของมุสลิมทั่วโลก ผลก็คือมาเลเซียมีหน้ามีตาขึ้นทั้งในหมู่ประเทศอิสลามและประเทศโลกที่สาม แต่ในเวลานั้นก็เป็นจุดเริ่มของประชาธิปไตยอย่างแท้จริงของมาเลเซีย รัฐบาลไม่สามารถรวมศูนย์ความคิดความต้องการได้อีก ผู้นำรุ่นต่อมาที่ไม่เข้มแข็งเท่ามหาธีร์ ทำให้ปรปักษ์อย่างพรรคปาส ปักหลักอย่างมั่นคงทางตอนเหนือ ขณะที่พรรคที่พัฒนามาจากสนิมเนื้อในอย่างพรรคของอันวาร์ อิบรอฮิม ครองใจประชาชนได้มากขึ้นในเขตอื่น จนอะไรที่ว่าแน่ก็ชักจะไม่แน่ในการเลือกตั้งทั่วไปปีหน้าแล้ว ด้วยสถานการณ์ที่ทั้งเป็นประชาธิปไตยและทั้งฝ่ายปรปักษ์รัฐบาลกำลังมีพลังเพิ่มเช่นนี้ รัฐบาลก็ยากจะช่วยไทยจัดการปัญหาชายแดนได้ เพราะเกรงจะส่งผลกระทบต่อคะแนนเสียงของตน สัปดาห์หน้าจะกล่าวถึงนโยบายของรัฐบาล เช่น การช่วงชิงคะแนนเสียงกับพวกเคร่งศาสนา หรือการใช้แรงงานคนสองสัญชาติ ครับ



