ข่าว

'สวนยางไร้เอกสารสิทธิ'ปมฆ่า2ผัวเมีย

'สวนยางไร้เอกสารสิทธิ'ปมฆ่า2ผัวเมีย

02 ธ.ค. 2555

'สวนยาง..ไร้เอกสารสิทธิ' ปม..ฆ่าโหด2สามีภรรยา : ตะลุยข่าว โดยสุวรรณี บัณฑิศักดิ์

              เสมือนบ้านเมืองไร้ขื่อแป ผู้คนไม่เกรงกลัวกฎหมาย ก่อเหตุปล้นฆ่าล้างแค้นอุกอาจสะท้านเมืองบ่อยครั้ง ล่าสุดเกิดขึ้นกลางวันแสกๆ ของวันที่ 26 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา สองสามีภรรยาถูกคนร้ายยิงถล่มเสียชีวิตคารถกระบะ ในเขตชุมชนบ้านหน้าซึง หมู่ 4 ต.ปากฉลุย อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี
 
              ร.ต.ต.นพรัตน์ ชูเพชรพงษ์ พนักงานสอบสวน สภ.เสวียด อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุร้ายดังกล่าว จึงรีบรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจำนวนหนึ่ง และอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี ซึ่งการเดินทางค่อยข้างลำลาก เนื่องจากเป็นถนนลูกรังหลังฝนตกใหม่ๆ ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณริมถนนหน้าร้านขายของชำ เลขที่ 62 หมู่ 4 ต.ปากฉลุย ตั้งอยู่ริมถนนสายวัดบางคราม-บ้านหน้าซึง พบรถกระบะมิตซูบิชิ สีเทาดำ แบบตอนครึ่ง สภาพกลางเก่ากลางใหม่ ทะเบียน บจ 5836 กระบี่ จอดติดเครื่องยนต์อยู่ ประตูด้านคนขับถูกเปิดออก กระจกหน้าและประตูทั้ง 2 ด้านถูกยิงแตกกระจาย

              ภายในรถพบศพ นางสุปราณี ยอดใหญ่ อายุ 50 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองเข้าที่ศีรษะและใบหน้าจนหน้าเละ มันสมองกระจาย ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้ง ห่างจากรถไปประมาณ 4-5 เมตร พบศพนายสมหมาย ยอดใหญ่ อายุ 57 ปี สามีของนางสุปราณี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดเดียวกันเข้าที่ศีรษะ ใบหน้า และแผ่นหลังในลักษณะจ่อยิง แรงกระสุนทำให้แทบจำใบหน้าที่แท้จริงไม่ได้ ทั้งนี้ คนร้ายไม่ได้แตะต้องทรัพย์สินและของมีค่าของผู้ตายแต่อย่าง      

              จากการตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุอย่างละเอียดเจ้าหน้าที่ตำรวจพบปลอกกระสุนปืนลูกซอง เบอร์ 12 สีแดง 12 ปลอก ส่วนผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี นำส่งตรวจชันสูตรที่โรงพยาบาลท่าฉาง ท่ามกลางความเสียใจและโกรธแค้นของบรรดาญาติพี่น้องที่ไปรอรับศพจำนวนมาก

              ตามแนวทางการสอบสวนของตำรวจเบื้องต้น ได้ข้อมูลว่า นายสมหมายและนางสุปราณีเป็นเจ้าของสวนยางพารา อยู่ในพื้นที่ละแวกใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ ก่อนเกิดเหตุทั้งคู่กลับจากนำยางพาราแผ่นดิบไปขายที่ร้านรับซื้อ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 8 กม. ระหว่างเดินทางกลับบ้านพักได้แวะที่ร้านขายของชำที่เกิดเหตุเพื่อซื้อสินค้า ซึ่งพยานแจ้งว่า เมื่อนายสมหมายขับรถเข้ามาจอดที่ลานหน้าร้าน มีรถยนต์กระบะ ไม่ทราบยี่ห้อและรุ่น ขับตามเข้ามาจอดประกบ และทันทีที่นายสมหมายเปิดประตูรถก้าวขาลงมา คนร้ายก็ใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่ทันที 3 นัด ก่อนที่กลุ่มคนร้ายจะเดินลงจากรถ โดยสวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้า แล้วใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงซ้ำอีกหลายนัด จนแน่ใจว่าทั้งสองเสียชีวิตก่อนหลบหนีไป

              จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ข้อมูลเพิ่มด้วยว่า ผู้เสียชีวิตทั้งสอพื้นเพเดิมเป็นคน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ต่อมาได้ย้ายตามบุตรสาว ซึ่งมาแต่งงานกับคนในพื้นที่ อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี โดยลูกเขยเคยดำรงตำแหน่งรองนายก อบต.ท่าฉาง และผู้ตายได้กว้านซื้อที่ดินเนื้อที่ประมาณ 200 ไร่ ปลูกยางพาราจนได้รับผลและหวังจะใช้ชีวิตบั้นปลายในพื้นที่ อ.ท่าฉาง แต่ระยะหลังถูกกลุ่มผู้กว้างขวางในพื้นที่พยายามแย่งถือครองที่ดินแปลงดังกล่าว เนื่องจากที่ดินที่ผู้ตายซื้อมาทำประโยชน์นั้นไม่มีเอกสารรับรองสิทธิแต่อย่างใด

              ก่อนเกิดเหตุราว 1 เดือนที่ผ่านมา ผู้ตายทั้งสองได้ย้ายออกจากพื้นที่สวนยางไปพักบ้านบุตรสาวในตัวเมืองสุราษฎร์ธานี โดยปล่อยให้คนงานกรีดยางอาศัยอยู่ที่สวนยางตามลำพัง เนื่องจากถูกข่มขู่จากผู้กว้างขวางคนดังกล่าว จนกระทั่งช่วงเช้าวันเกิดเหตุผู้ตายทั้งสองได้นำยางแผ่นดิบไปขาย และตั้งใจแวะซื้อของใช้จำเป็นให้คนงาน ก็ถูกลอบยิงจนเสียชีวิต

              พ.ต.อ.พรศักดิ์ นวนหนู รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า กลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 3 คน มีความชำนาญในการใช้อาวุธปืนลูกซองยาวแบบ 5 นัด และคาดว่าน่าจะใช้อาวุธปืน 2 กระบอก ก่อเหตุ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเปรียบเทียบปลอกกระสุนของเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8

              "ขณะเกิดเหตุสันนิษฐานว่าต้องมีประจักษ์พยานเห็นเหตุการณ์ แต่อาจจะยังไม่สามารถให้การต่อตำรวจได้ชัดเจนนัก อีกทั้งอาจจะอยู่ในอาการตื่นตระหนกต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ไม่สามารถมีพยานยืนยันรูปพรรณสัณฐานคนร้ายได้แน่ชัด จึงมอบหมายให้ชุดสืบสวนทั้งในพื้นที่ สภ.เสวียด และทีมสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ออกสืบสวนหาข่าวเกี่ยวกับกลุ่มผู้ขัดแย้งกับผู้เสียชีวิตอย่างเร่งด่วนแล้ว เชื่อมั่นว่าอีกไม่นานต้องทราบประเด็นแน่ชัด และก้าวไปสู่การออกหมายจับกุม พร้อมทั้งจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุได้แน่นอน" พ.ต.อ.พรศักดิ์ กล่าว

              ต้องรอลุ้นฝีมือตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี จะติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุคดีสะเทือนขวัญเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายไทยได้หรือไม่?!!


....................

(หมายเหตุ : 'สวนยาง..ไร้เอกสารสิทธิ' ปม..ฆ่าโหด2สามีภรรยา : ตะลุยข่าว โดยสุวรรณี บัณฑิศักดิ์)