ข่าว

'ต้มศพ-พิมพ์นิ้วมือ'สางคดีฆ่าโบกปูน

'ต้มศพ-พิมพ์นิ้วมือ'สางคดีฆ่าโบกปูน

02 ธ.ค. 2555

คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : ต้มศพ-พิมพ์ลายนิ้วมือ สางคดีฆ่าโบกปูน : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ

                        ปลายเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา ชาว ต.หนองสรวง อ.วิหารแดง จ.สระบุรี ต้องขวัญผวา หลังมีการพบศพชายนิรนามถูกคนร้ายฆ่ายัดถังพลาสติกแล้วโบกปูนทับ ก่อนนำมาทิ้งไว้ในบ่อน้ำกลางไร่มันแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 9

                        ผู้ตายเป็นชายผิวขาว สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงลายดอก ถูกห่อด้วยผ้าห่มสีเขียว มีถุงพลาสติกและกระสอบมัดด้วยยางในรถจักรยานยนต์ห่อหุ้มไว้อีกชั้น แถมยังถูกเทปูนซีเมนต์ทับ ก่อนจะถูกยัดไว้ในถังพลาสติกสีดำสูง 92 เซนติเมตร กว้าง  60 เซนติเมตร สภาพศพเริ่มเปื่อยยุ่ย เพราะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 สัปดาห์

                        หลังพบศพนิรนาม พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.ภ.1 ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ทวิชชาติ พละศักดิ์ ผบก.สส.ภ.1 จัดชุดสืบสวนเข้าไปร่วมกับตำรวจ สภ.วิหารแดง เพื่อเร่งคลี่คลายคดีให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากสงสัยว่า ศพนิรนามรายนี้อาจเป็น นายวิบูลย์ศักดิ์ แสนจักร์ หัวโจกคดีโกงสอบเข้าตำรวจ ซึ่งหายตัวไปหลังจากถูกออกหมายจับ

                        พร้อมกันนี้ยังได้ประสานงานไปยัง พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผบ.ตร. ซึ่งมีความเชี่ยวชาญงานด้านพิสูจน์หลักฐาน ช่วยเหลือในการคลี่คลายข้อสงสัยดังกล่าว ซึ่งต่อมา พล.ต.ท.จรัมพร มอบหมายให้ พ.ต.อ.ปรีดี พงศ์เศรษฐสันต์ รอง ผบก.ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ พร้อมทีมงาน เข้าไปตรวจที่เกิดเหตุอย่างละเอียด รวมถึงเก็บรอยนิ้วมือจากผู้เสียชีวิต เพื่อนำมาตรวจพิสูจน์ว่าเป็นใคร

                        การเก็บลายพิมพ์นิ้วมือจากศพเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากศพเปื่อยยุ่ย ชิ้นเนื้ออยู่ในระยะหลุดล่อน เจ้าหน้าที่จึงต้องทำงานกันอย่างระมัดระวัง แต่ยังพอโชคดีอยู่บ้าง เมื่อแกะปูนที่โบกศพออกปรากฏรอยนิ้วมือของผู้ตายอย่างชัดเจน แต่ร่องรอยนั้นมีไม่มากพอ เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจใช้กระบวนการหล่อปูน (Mikrosil) แล้วนำมือของผู้ตายวางทับรอจนกระทั่งปูนแห้งจึงแกะออก ได้ลายพิมพ์มือของศพเพิ่มอีกจำนวนหนึ่ง

                        ลายพิมพ์นิ้วมือที่ได้จากปูนดังกล่าวถูกนำส่งไปตรวจเทียบกับทะเบียนประวัติของนายวิบูลย์ศักดิ์ ปรากฏว่าไม่ตรงกัน โดยลายพิมพ์นิ้วมือที่เก็บได้จากศพเป็นแบบก้นหอย ขณะที่ของนายวิบูลย์ศักดิ์เป็นแบบมัดหวาย

                        ข้อสงสัยที่ว่าศพนิรนามรายนี้คือนายวิบูลย์ศักดิ์หรือไม่ จึงคลี่คลายลง...แล้วศพนิรนามรายนี้คือใคร? กลายเป็นโจทย์ใหม่ ที่ทีมงานพิสูจน์หลักฐานต้องหาคำตอบ

                        ผู้เชี่ยวชาญด้านพิมพ์มือจากสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ถูกส่งไปจัดเก็บลายพิมพ์มือของศพนิรนามรายนี้เพิ่มเติมอีกครั้ง ขณะศพอยู่ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งคราวนี้ผู้เชี่ยวชาญเลือกใช้วิธีต้มมือศพ เพื่อจัดเก็บลายพิมพ์นิ้วมืออย่างละเอียด

                        "สภาพศพภายนอกเน่า เพราะเสียชีวิตมาหลายวัน บริเวณนิ้วมือหนังกำพร้าด้านนอกของผู้เสียชีวิตเริ่มหลุดลอก แต่ร่างกายยังมีหนังชั้นในยังคงสภาพให้เห็น จึงนำลายนิ้วมือจากหนังชั้นในมาตรวจสอบตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์โดยผู้ชำนาญการ" พล.ต.ท.จรัมพร อธิบายถึงสาเหตุที่ผู้เชี่ยวชาญด้านเก็บลายพิมพ์มือจึงต้องต้มมือศพ

                        ลายพิมพ์นิ้วมือที่ได้จากการขั้นตอนการจัดเก็บดังกล่าวถูกส่งไปเปรียบเทียบกับลายพิมพ์นิ้วมือในฐานข้อมูลของกรมการปกครอง พบว่าไปสอดคล้องตรงกับของ นายเป่งปั๊ก แซ่อึ้ง อายุ 60 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ใน จ.ชลบุรี ข้อมูลที่ได้จึงถูกส่งให้ชุดสืบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวนภูธรภาค 1 นำไปขยายผลต่อ

                        จากการสืบสวนทราบว่า นายเป่งปั๊ก มีชื่อเล่นว่า เปี้ยง ทำงานเป็นลูกจ้างของ นายสุพจน์ หรือสอง จำเนียรหล้า อายุ 29 ปี ซึ่งมีอาชีพรับเหมาขุดถมที่ดินอยู่ใน จ.ปทุมธานี โดยนายสุพจน์เป็นหลานชายของเจ้าของไร่มันที่พบศพ

                        นอกจากนี้ยังมีพยานยืนยันว่า นายสุพจน์เดินทางไปยังบ่อน้ำที่พบศพ โดยบอกผู้พบเห็นว่า นำอาหารไปให้ปลา ตำรวจจึงเดินทางไปยังไซต์งานของนายสุพจน์ที่ จ.ปทุมธานี แต่ไม่พบตัวนายสุพจน์

                        ขณะที่นายเป่งปั๊กได้รับการยืนยันจากพยานว่า ทำงานอยู่ที่ไซต์งานดังกล่าวจริง แต่หายตัวไปหลายวันแล้ว ชุดสืบสวนจึงนำภาพถ่ายพระเครื่องที่เก็บได้จากจุดพบศพชายนิรนาม ซึ่งถูกฆ่าโบกปูนให้พยานดู ทันทีที่เห็นพยานก็ยืนยันว่า พระเครื่องที่เห็นเป็นของนายเป่งปั๊กอย่างแน่นอน ตำรวจจึงมั่นใจว่าศพนิรนามที่พบในไร่มันพื้นที่หมู่ 9 ต.หนองสรวง อ.วิหารแดง จ.สระบุรี คือนายเป่งปั๊ก ที่หายตัวไปอย่างแน่นอน

                        ตำรวจฝ่ายสืบสวนยังพบประจักษ์พยาน ซึ่งยืนยันได้ว่า คนร้ายที่ลงมือฆ่านายเป่งปั๊กไม่ใช่ใครอื่น คือนายสุพจน์ ผู้เป็นนายจ้าง เนื่องจากคู่นี้ระหองระแหงกันมานาน สาเหตุมาจากนายสุพจน์จับได้ว่า นายเป่งปั๊กขโมยแบตเตอรี่รถแบ็กโฮ และรถบรรทุกสิบล้อ รวมถึงน้ำมันไปขายอยู่เป็นประจำ

                        "ผู้ตายทำงานอยู่กับครอบครัวนายสุพจน์มาตั้งแต่รุ่นบิดา กระทั่งนายสุพจน์มารับช่วงต่อ และมักมีปากเสียงกันเป็นประจำ เพราะนายสุพจน์จับได้ว่าผู้ตายชอบขโมยแบตเตอรี่รถแบ็กโฮและรถสิบล้อ และน้ำมันไปขายอยู่เป็นประจำ กระทั่งครั้งหลังสุดนายสุพจน์ไม่พอใจมาก จึงใช้ปืนยิงเข้าที่ศีรษะและลำตัวหลายนัดจนเสียชีวิต จากนั้นจึงนำศพไปยัดใส่ถังขยะพลาสติกแล้วนำปูนไปโบกทับเพื่ออำพรางศพ ก่อนจะนำไปทิ้งบ่อน้ำในไร่มัน" พล.ต.ท.วินัย บอกถึงชนวนเหตุฆาตกรรม

                        ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดขออำนาจศาลจังหวัดสระบุรีออกหมายจับนายสุพจน์ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและร่วมกันซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควรและไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งหลังศาลอนุมัติหมายจับไม่นานตำรวจชุดสืบสวนก็สามารถติดตามจับกุมนายสุพจน์ได้ที่ถนนริมคลอง ต.ศาลาครุ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม โดยใช้เวลาในการคลี่คลายคดีนี้เพียง 10 วัน นับจากวันแรกที่พบศพ

                        แม้นายสุพจน์จะปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่พยานหลักฐานที่ได้ก่อนการจับกุม ซึ่งมีทั้งพยานบุคคล หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และหลักฐานที่ตรวจพบเพิ่มเติมหลังการจับกุม ทั้งรถกระบะยี่ห้อนิสสัน ทะเบียน บท 1403 สระบุรี ซึ่งพบคราบเลือดที่เบาะนั่งด้านข้างคนขับ อาวุธปืนลูกซองยาวยี่ห้อเรมิงตัน แม็กนั่ม 1 กระบอก อาวุธปืนขนาด .38 ยี่ห้อสมิธแอนด์เวสสัน 1 กระบอก ซึ่งเมื่อนำไปยิงทดสอบแล้วเกลียวกระสุนตรงกับหัวกระสุนที่พบในศพ กระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 55 นัด กระสุนขนาด .38 จำนวน 26 นัด มีดดาบ 1 เล่ม ผ้าขนหนู 1 ผืน และเชือกไนลอน 1 เส้น

 

                        หลักฐานเหล่านี้ล้วนมัดตัวนายสุพจน์แน่นหนา...จนดิ้นไม่หลุด!

 

 

---------------------

(คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : ต้มศพ-พิมพ์ลายนิ้วมือ สางคดีฆ่าโบกปูน : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ)