ข่าว

นานาชาติร่วมจุดพลุถวายพระพร

นานาชาติร่วมจุดพลุถวายพระพร

01 ธ.ค. 2555

นานาชาติร่วมถวายพระพร จุดพลุระยิบฟ้าฉลอง 'ในหลวง' ทรงเจริญพระชนมพรรษา 85 พรรษา วธ.แต่งเพลง'ทศพิธราชธรรม' แพร่พระราชจริยวัตรและพระราชกรณียกิจให้ชาวไทยได้เรียนรู้

             เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน นพ.ทศพร เสรีรักษ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในนามของรัฐบาล ร่วมกับ ดร.จรินทร์ สวนแก้ว ประธานมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช และพล.ท.ดร.ยุทธนา หาระบุตร เลขาธิการมูลนิธิ พร้อมคณะกรรมการจัดงาน ซึ่งเป็นตัวแทนจากภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมกันจัดงานมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา “5 ธันวามหาราช” ครั้งที่ 36 ระหว่างวันที่ 1-6 ธันวาคม 2555 ณ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง

              นพ.ทศพร กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการจัดงาน สืบเนื่องจากรัฐบาลและมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช ตลอดจนพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าต่างน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและพระเมตตาคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตรากตรำพระวรกายและทรงงานหนักเพื่อปวงชนชาวไทยตลอดมากว่า 66 ปี และได้พระราชทานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกว่า 3,000 โครงการ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของอาณาประชาราษฎร์ให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น ดังนั้นจึงพร้อมใจกันจัดงานเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี โดยมีพิธีการและกิจกรรมต่างๆ โดยสรุปดังนี้

              วันที่ 1 ธันวาคม เวลา 08.30 น. มีพิธีบวงสรวงพระสยามเทวาธิราชและสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ เพื่อให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์และเป็นสิริมงคลแก่พสกนิกรชาวไทยและชาติบ้านเมือง วันที่ 2 ธันวาคม เวลา 05.30 น.พิธีเดินเฉลิมพระเกียรติ “5 ธันวามหาราช” รอบสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จมาทรงเป็นประธานในพิธี

              วันที่ 3 ธันวาคม เวลา 08.30 น. มีพิธีแห่นาคและอุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศล จำนวน 88 รูป โดยนำขบวนแห่นาคจากบริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวงไปอุปสมบท ณ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วันที่ 4 ธันวาคม เวลา 14.30 น. จะมีพิธีเปิดงานมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาฯ และมีพิธีถวายพระพรชัยมงคลของศาสนาต่างๆ

              วันที่ 5 ธันวาคม จะมีพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 288 รูป ตั้งแต่เวลา 06.30 น. จากนั้นเวลา 16.30 น. จะมีริ้วขบวนเชิญเครื่องราชสักการะไปยังบริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ก่อนจะมีพิธีการที่สำคัญยิ่งคือ พิธีถวายเครื่องราชสักการะ จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลและถวายเครื่องราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ โดยนายกรัฐมนตรีเป็นประธานจุดเทียนชัยถวายพระพร พร้อมกับพสกนิกรทุกหมู่เหล่าทั่วราชอาณาจักรในเวลา 19.19 น. และวันสุดท้าย วันที่ 6 ธันวาคม เวลา 08.30 น. จะมีพิธีเชิญเครื่องราชสักการะเฉลิมพระเกียรติไปทูลเกล้าฯ ถวาย ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน นอกจากนั้นยังมีการแสดงกลางแจ้งและการแสดงบนเวทีของสถานศึกษา สถาบันศึกษาต่างๆ การแข่งขันชกมวยสากลชิงแชมป์โลก การแข่งขันชิงแชมป์มวยไทยโลกชาย-หญิง และมหรสพสมโภชตลอดงาน

              น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอเชิญชวนชาวไทยพร้อมใจกันถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยวันที่ 5  ธันวาคม จะมีพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ ในเวลา 19.19 น.

              พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ในส่วนของเหล่าทัพจะมีพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนของทหารรักษาพระองค์ ในวันที่ 5 ธันวาคม ระหว่างเวลา 09.00-12.00 น. ณ พระลานพระราชวังดุสิต ซึ่งทหารรักษาพระองค์จาก 3 เหล่าทัพ รวม 12 กองพัน จำนวน 2,126 นาย ประกอบด้วย นายทหารสัญญาบัตร นายทหารประทวน พลทหาร และนักเรียนนายร้อย 3 เหล่าทัพ แต่งกายเครื่องแบบเต็มยศทหารรักษาพระองค์ จะได้กล่าวคำปฏิญาณตนและถวายพระพรชัยมงคล

              รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนเป็นส่วนหนึ่งในการเสด็จออกมหาสมาคมในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต ที่พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าจะได้มีโอกาสเฝ้าฯ รับเสด็จ และถวายพระพรชัยมงคลอย่างพร้อมเพรียง โดยโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุทั่วประเทศ จะถ่ายทอดสดพิธี ตั้งแต่เวลา 09.00 น.

              "พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนของทหารรักษาพระองค์นับเป็นพิธีที่แสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดี ความสง่างาม ความเข้มแข็งของหน่วยทหารรักษาพระองค์แห่งกองทัพไทย ซึ่งเป็นกองทัพของประชาชนคนไทยทุกคน เป็นกองทัพที่จงรักภักดี เทิดทูนองค์พระมหากษัตริย์ในฐานะจอมทัพไทยเป็นกองทัพที่ปฏิบัติหน้าที่ตามเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษในอดีตมาทุกยุคทุกสมัย ทหารทุกคนยอมเสียสละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อชาติมาโดยตลอด"

              ด้าน นางปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ในโอกาสเดียวกันนี้ สวธ.ได้ดำเนิงานโครงการ “ทศพิธราชธรรม” ประพันธ์บทเพลงเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เผยแพร่ความรู้จากหลักธรรมแห่งพระราชาให้พสกนิกรชาวไทยได้เรียนรู้ในพระราชจริยวัตรและพระราชกรณียกิจที่ทรงงานเพื่อพสกนิกร โดยจัดทำเป็นซีดีเพลงส่งไปยังสื่อมวลชนทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค เครือข่ายวัฒนธรรม  หน่วยงานรัฐ เอกชน สถานศึกษาต่างๆ กว่า 500 แห่งแล้ว เพื่อใช้ในกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมทั้งเปิดให้ดาวน์โหลดผ่านเว็บไซต์ www.culture.go.th และเตรียมนำบทเพลงดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อไป

              นางปริศนา กล่าวว่า ในบทเพลงทศพิธราชธรรมนี้ จะมีการบรรยายถึงพระธรรมแห่งพระราชา 10 ประการ คือ 1.ทาน (การให้) 2.ศีล (การประพฤติงาม) 3.บริจาค (การเสียสละ) 4.อาชชวะ (ความซื่อตรง) 5.มัทฺทวะ (ความอ่อนโยน) 6.ตบะ (ความเพียร) 7.อักโกธะ (ความไม่โกรธ) 8.อวิหิงสา (ความไม่เบียดเบียน) 9.ขันติ (ความอดทน) 10.อวิโรธนะ (ความไม่คลาดจากธรรม) เพื่อให้ชาวไทยได้เรียนรู้และเข้าใจในหลักธรรมแห่งพระราชา โดยวันที่ 3 ธันวาคม จะนำซีดีเพลงไปแจกให้ประชาชน เด็กและเยาวชนในงานเฉลิมพระเกียรติ “อัครศิลปิน” “พาพ่อไป หอศิลป์ เทิดพระเกียรติอัครศิลปิน รวมศิลป์ถวายพระพร” ณ หออัครศิลปิน จ.ปทุมธานีด้วย