ข่าว

คมชัดลึกจัดถก'เยียวยาชีวิตครูใต้'

คมชัดลึกจัดถก'เยียวยาชีวิตครูใต้'

30 พ.ย. 2555

รายการคม ชัด ลึก ตอน : เยียวยาชีวิตครูใต้

               ขวัญและกำลังใจครูแดนใต้ไม่ต่างจากแขวนอยู่บนเส้นด้ายอีกครั้ง หลังคนร้ายยิงถล่มนางนันทนา แก้วจันทร์ ผอ.โรงเรียนบ้านท่ากำชำ จ.ปัตตานี เสียชีวิต ในช่วงที่ผ่านมา กระทั่งโรงเรียนต้องหยุดการเรียนการสอนกว่า 332 แห่ง

               เมื่อช่วงค่ำวันที่ 30 พฤศจิกายน รายการคม ชัด ลึก ทางเนชั่น แชนแนล นำเสนอตอน : เยียวยา ชีวิตครูใต้ มีผู้ร่วมรายการคือ นายบุญสม ทองศรีพราย ประธานสมาพันธ์ครู 3 จังหวัดชายแดนใต้, น.ส.พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม และนายปกรณ์ พึ่งเนตร บก.ศูนย์ข่าวภาคใต้ สำนักข่าวอิศรา

               นายบุญสม กล่าวว่า หลังเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาฯ ก็นำ 2 ปัญหาเข้าหารือ คือ ปัญหาสวัสดิภาพครู และสวัสดิการครู ยืนยันว่า ครูจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่มีเจตนาจะให้มีการหยุดเรียน จากการประเมินในช่วงรอบเดือนพฤศจิกายน พบว่า มีเหตุการณ์ที่เกิดผลกระทบต่อสวัสดิภาพครูที่มีความรุนแรงค่อนข้างมากถึง 3-4 เหตุการณ์

               แกนนำครูรายนี้ยอมรับว่า มาตรการที่นำมาใช้ดีทั้งหมด แต่ขาดเพียงการนำไปปฏิบัติใช้ เพราะการทำงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความยากลำบาก หากขาดความรู้ความเข้าใจ และขาดประสิทธิภาพในการทำงาน ยืนยันว่า ครูไม่เคยคิดเอาเด็กนักเรียนมาใช้ในการเรียกร้อง หรือทำลายการศึกษาด้วยการเอาเด็กมาใช้เครื่องมือ

               เมื่อถามว่า การเคลื่อนไหวของครูชายแดนใต้แรงมากเกินไปหรือไม่ นายสมบุญ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับความแรงหรือไม่  แต่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของชีวิตครู บอกได้เลยว่า ไม่มีครูภาคไหนที่เสียชีวิตมากเท่ากับครูใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนตัวแล้วการเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือว่าน้อยไปด้วยซ้ำกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น

               นายปกรณ์ กล่าวว่า ครูถือว่าเป็นตัวแทนของภาครัฐที่มีความอ่อนแอที่สุด การยิงครูสามารถทำได้ง่าย ดังนั้นการทำร้ายครูก็เหมือนทำร้ายรัฐ จากที่ได้ลงพื้นที่ไปทำข่าวด้วยตนเอง และจากน้องๆ ผู้สื่อข่าวในพื้นที่ได้เล่าให้ฟัง ครูทุกวันนี้ต่างมีความรู้สึกว่าออกจากบ้านตอนเช้า ตอนเย็นจะได้กลับบ้านหรือไม่ ก่อนออกจากบ้านครอบครัวจะต้องกอดกันก่อน สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเลวร้ายถึงขั้นนี้แล้ว  

               ขณะที่ น.ส.พรเพ็ญ ชี้ว่า ทุกวันนี้ครูที่เป็นไทยพุทธและมุสลิมมีความเสี่ยงเท่าๆ กัน การแก้ไขปัญหา และการดูแลของภาครัฐ จะเน้นการแก้ไขปัญหาตามข่าวที่เกิดขึ้น ตัวหลักของความรุนแรงมาจากปัญหาโครงสร้างที่ไม่เท่าเทียม และความไม่เป็นธรรม ดังนั้นมุมมองของคนที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนและด้านกฎหมาย เห็นว่ามาตรการที่ภาครัฐนำไปใช้จะต้องไม่ใช้มาตรการเดี่ยวที่เน้นเรื่องการใช้กำลังทหาร หรือการใช้กฎหมายในการปราบปรามเกินไป