ข่าว

แว้น..แล้วไปไหน?ยุทธการสกัดแก๊งซิ่ง

แว้น..แล้วไปไหน?ยุทธการสกัดแก๊งซิ่ง

01 ธ.ค. 2555

แว้น.. แล้วไปไหน?ยุทธการสกัดแก๊งซิ่ง : สารพันตำรวจ โดยทัศชยันต์ วาหะรักษ์

                ตลอดระยะทางขาเข้าและขาออกรวม 50 กิโลเมตร บนถนนสายวิภาวดีรังสิต กลายเป็นพื้นที่ลำดับต้นๆ ของกรุงเทพมหานคร ถูกแก๊งขาแว้นยึดถนนประลองความเร็ว สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนและประชาชนที่พักอาศัยอยู่สองข้างทางเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคืนวันศุกร์และวันเสาร์ วัยรุ่นขาแว้นก็จะเพิ่มจำนวนมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว

                 ที่ผ่านมาแม้ตำรวจจะพยายามปิดล้อมไล่จับ และใช้มาตรการอื่นๆ ในการกวาดล้างปราบปราม บรรดาแก๊งซิ่งก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะลดน้อยถอยลง กระทั่งเมื่อ 3-4 เดือนที่ผ่านมา ตำรวจ สน.วิภาวดี นำโดย พ.ต.ท.สนอง แสงมณี สว.จร.สน.วิภาวดี ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการ หันมาเดินเกมเข้าไปหากลุ่มเด็กและเยาวชนกลุ่มเสี่ยงแล้วให้ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยที่จะเกิดจากการนำรถจักรยานยนต์ออกไปแว้นบนท้องถนน

                 ภายใต้หัวข้อรณรงค์ว่า "แว้น.. แล้วไปไหน?" ปรากฏว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ทุกวันนี้ถนนสายวิภาวดีรังสิตตำรวจได้รับการร้องเรียนเรื่องแก๊งซิ่งลดน้อยลง ขณะที่ตำรวจเองก็หาจับแทบไม่ได้

                 "ก่อนหน้านี้ เราทำทุกทางในการกวาดล้างปราบปรามขาแว้นที่นำรถจักรยานยนต์มาซิ่งแข่งกันบนถนนวิภาวดีรังสิต แต่ยิ่งปิดล้อมจับกุมมากเท่าไหร่ ก็กลับพบว่าขาแว้นยิ่งเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะคืนวันศุกร์และวันเสาร์จะยิ่งเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว และส่วนมากจะไปรวมตัวกันบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเซนต์จอห์นและคลังสินค้าดอนเมือง ผมเคยคิดว่าขาแว้นคงจะเป็นหน้าเดิมๆ ที่ไหนได้เมื่อจับกุมเข้าจริงๆ กลับพบว่าแทบจะไม่ซ้ำหน้า จับกุมรายนี้ก็มีรายใหม่เข้าไปอีกจึงต้องทบทวนหาแนวทางใหม่" พ.ต.ท.สนอง บอก

                 เด็กแว้นที่จับกุมได้มีอายุตั้งแต่ 14-24 ปี ตำรวจ สน.วิภาวดี พยายามสอบถามถึงสาเหตุที่เด็กและเยาวชนต้องนำรถจักรยานยนต์มาวิ่งแข่งกันบนท้องถนน คำตอบมักจะได้แบบเดิมๆ ซ้ำๆ กันคือ ที่บ้านร้อน อยู่บ้านแล้วร้อนอกร้อนใจอยู่ไม่ได้จึงต้องออกมาพบเพื่อน โดยไม่ได้คิดว่าการนำรถจักรยานยนต์มาขี่แข่งกันบนท้องถนนจะมีพิษภัยอย่างไร

                 พ.ต.ท.สนอง บอกว่า หลังจากได้รับฟังปัญหาดังกล่าวจากบรรดาขาแว้นที่ถูกจับกุมจึงเกิดความคิดว่าหากสามารถรณรงค์ให้เยาวชนกลุ่มเสี่ยงรับรู้ถึงพิษภัยของการนำรถจักรยานยนต์มาซิ่งแข่งกันบนท้องถนนได้ปัญหาดังกล่าวน่าจะทุเลาลง จึงได้จัดชุดปฏิบัติการเข้าไปรณรงค์ให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชนกลุ่มเสี่ยงตามโรงเรียนและสถาบันการศึกษาต่างๆ ที่มีประวัติมีเด็กนักเรียนในปกครองเคยถูกจับเพราะแข่งรถภายใต้หัวข้อรณรงค์ว่า "แว้น..แล้วไปไหน?"

                 พ.ต.ท.สนอง บอกด้วยว่า วิธีการรณรงค์ทำไม่ยาก เพียงแต่เข้าไปพูดให้เด็กและเยาวชนกลุ่มเสี่ยงรับรู้แล้วเข้าใจว่า หากมีพฤติกรรมแว้นแล้วผลสุดท้ายแล้วจะลงเอยเช่นไร ซึ่งมีคำตอบอยู่ 4 ทาง คือ 1.แว้นแล้วโดนจับปรับ 2.แว้นแล้วโดนจับติดคุก 3.แว้นแล้วบาดเจ็บพิการ และ 4.แว้นแล้วตาย แต่ท้ายที่สุดแล้ว แว้น! แล้วไม่ไปไหนเลย นอกจากสร้างความเดือดร้อนให้แก่พ่อแม่ผู้ปกครอง

                 "ทุกครั้งที่เราจับเด็กมาก็เรียกผู้ปกครองมารับกลับ ส่วนใหญ่ผู้ปกครองเหล่านั้นไม่รู้ไม่เห็นว่าบุตรหลานเป็นขาแว้น เพราะเวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการทำงานหาเงินไม่มีเวลาใส่ใจดูแลลูก ขณะที่ขาแว้นก็มักอ้างว่าอยู่บ้านไม่ได้เพราะร้อน ทะเลาะกับพ่อกับแม่บ้าง อยู่บ้านแล้วอึดอัดจึงต้องออกมาพบเพื่อนภายนอก ตำรวจเราจึงต้องทำหน้าที่เป็นกาวใจให้เด็กและผู้ปกครองทำความเข้าใจกัน" พ.ต.ท.สนอง ให้ข้อมูล
 
                 "คม ชัด ลึก" ติดตามคณะของตำรวจ สน.วิภาวดี เข้าไปทำกิจกรรมรณรงค์ภายใต้หัวข้อเรื่อง "แว้น..แล้วไปไหน?" ภายในสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งเพื่อสังเกตวิธีการรณรงค์ของตำรวจชุดนี้ พบว่า ส่วนใหญ่เน้นการพูดคุยด้วยเหตุและผลให้เด็กและเยาวชนกลุ่มเสี่ยงได้คิด เช่นให้เด็กและเยาวชนได้คิดย้อนกลับไปถึงต้นเหตุที่ทำให้พวกเขาคิดว่าอยู่บ้านไม่ได้ เพราะร้อนมันเกิดจากอะไร ส่วนมากจะได้คำตอบว่าตัวเด็กเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้บ้านร้อน ขณะที่เมื่อนำรถมาซิ่งแข่งบนท้องถนนแล้วเกิดถูกจับ บาดเจ็บ พิการ หรือตาย เพื่อนที่บอกว่ารักกันนักรักกันหนาก็ช่วยอะไรไม่ได้ แต่ผู้ที่ต้องเสียใจต้องแบกรับภาระกลับเป็นพ่อแม่และผู้ปกครองเท่านั้น เมื่อตำรวจบรรยายมาถึงช่วงนี้เด็กและเยาวชนที่เข้ารับฟังจำนวนไม่น้อยถึงกับน้ำตาไหลและรับปากว่าจะเลิกทำตัวเป็นเด็กแว้นนำรถไปวิ่งแข่งบนถนนสร้างความเดือดร้อนอีก

                 ขณะนี้ ทีมงานของ พ.ต.ท.สนอง เข้าไปรณรงค์ตามโครงการ "แว้นแล้วไปไหน?" แล้วใน 5 สถาบันการศึกษาที่เคยมีประวัตินักเรียนถูกจับกุมเพราะนำรถไปแข่งบนท้องถนน ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ แถมพื้นที่รับผิดชอบ..ถนนสายวิภาวดีรังสิต ก็แทบไม่พบการกระทำความผิดลักษณะนี้แล้ว


.............

(หมายเหตุ : แว้น.. แล้วไปไหน?ยุทธการสกัดแก๊งซิ่ง : สารพันตำรวจ โดยทัศชยันต์ วาหะรักษ์)