ข่าว

กกต.ชี้'ก่อแก้ว'หลุดส.ส.ต้องมีผู้ร้อง

กกต.ชี้'ก่อแก้ว'หลุดส.ส.ต้องมีผู้ร้อง

30 พ.ย. 2555

กกต.ชี้'ก่อแก้ว'หลุดส.ส.แต่ไม่อัตโนมัติ ต้องมีผู้ยื่นคำร้องกกต.แล้วส่งให้ศาลรธน.วินิจฉัย ด้าน 'นิพิฎฐ์' ชี้ยังไม่ขาดเหตุเพื่อไทยแก้ไขข้อบังคับพรรค

             ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) วันที่ 30 พ.ย.2555 นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวน กล่าวถึงกรณีศาลอาญาถอนประกันนายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ซึ่งอาจทำให้มีผลต่อสมาชิกภาพการเป็นส.ส.ว่า ส่วนตัวเห็นว่านายก่อแก้วขาดสมาชิกภาพการเป็นส.ส.แล้ว แต่ยังไม่อัตโนมัติ เพราะกรณีดังกล่าวน่าจะเหมือนกับนายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่ต้องมีผู้มายื่นคำร้องต่อกกต.ให้ตรวจสอบคุณสมบัติของนายก่อแก้ว และหากกกต.พิจารณา และมีมติว่านายก่อแก้วขาดคุณสมบัติการเป็นส.ส.ก็ต้องส่งเรื่องไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญมาตรา 91 เพื่อยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
 

"ก่อแก้ว"เจ้าตัวยิ้มสู้เดินเข้าคุก


              ทั้งนี้ศาลมีเหตุผลในการถอนประกันนายก่อแก้วหรือจำเลยที่ 5 โดยสรุปว่า จากหลักฐานแสดงให้เห็นถึงเจตนาของจำเลยที่ 5 ว่าต้องการให้ผู้ที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกับฝ่ายของตนรวมทั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่กำลังทำหน้าที่เข้าใจว่าจำเลยที่ 5 สามารถควบคุมมวลชนให้กระทำการตามที่ตนกล่าวได้ หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาในทางตรงข้ามกับที่จำเลยที่ 5 ต้องการ เป็นการกล่าวข้อความยั่วยุ ปลุกปั่น ปลุกระดม ทั้งต่อมวลชนฝ่ายตนเองและฝ่ายตรงข้ามให้เกิดความปั่นป่วน กระด้างกระเดื่อง ถึงขนาดที่จะทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในราชอาณาจักร หรือให้ประชาชนละเมิดต่อกฎหมายแผ่นดิน อันเป็นการกระทำที่ผิดเงื่อนไขที่ศาลมีคำสั่งไว้ และยังถือได้ว่าจำเลยที่ 5 อาจก่อให้เกิดอันตรายประการอื่น จึงยังไม่แน่ว่าหากศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 5 ต่อไป จำเลยที่ 5จะไปกล่าวหรือแถลงข้อความในทำนองยั่วยุ ปลุกปั่น อย่างใดอีก

              กรณีมีเหตุสมควรที่จะมีคำสั่งให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 5 จึงมีคำสั่งให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 5 หมายขังจำเลยที่ 5 ไว้จนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

              ภายหลังศาลมีคำสั่งเพิกถอนปล่อยชั่วคราวนายก่อแก้ว บรรดาแกนนำ นปช. อาทินายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำเสื้อแดงต่างเดินเข้าไปพูดปลอบและให้กำลังใจนายก่อแก้ว จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวนายก่อแก้ว ซึ่งเดินออกมาพร้อมชูสองนิ้ว ขึ้นรถตู้นำตัวไปควบคุมที่เรือนจำชั่วคราวหลักสี่ทันที โดยมีรถเจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 ขับนำหน้า

              ส่วนแกนนำคนที่เหลือก่อนเดินทางกลับก็ได้เดินไปพูดคุยกับมวลชนที่มารอให้กำลังใจพร้อมบอกว่า “ไม่เป็นไร เราจะสู้กันต่อไป” หลังจากนั้นแกนนำที่เหลือก็ได้เดินทางกลับทันที

              สำหรับบรรยากาศภายหลังศาลมีคำสั่งเพิกถอนการประกันตัวนายก่อแก้ว กลุ่มมวลชนเสื้อแดงที่มารอให้กำลังใจแกนนำ นปช. อยู่บริเวณรั้วหน้าศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ต่างส่งเสียงตะโกนโห่ร้องด้วยความเสียใจ บางคนถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ร้องไห้ออกมา “ทำไมต้องทำกับคนเสื้อแดงด้วย” โดยคนเสื้อแดงบางคนถึงกับร้องไห้ลงไปนอนกับพื้นทางเดินเท้า แต่ไม่ได้เกิดความวุ่นวาย หรือความรุนแรงใดๆ

              ด้านนายธำรงค์ หลักแดน ทีมทนายความนายก่อแก้ว กล่าวว่า ในวันนี้ไม่สามารถที่จะยื่นประกันตัวนายก่อแก้วได้ทัน เนื่องจากใกล้หมดเวลาทำการของศาล ซึ่งคงต้องไปว่ากันอีกทีในสัปดาห์หน้า

              ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า รั้วแผงกั้นเหล็กบริเวณที่ตั้งอยู่ทางขึ้นชั้น 2 ของศาลอาญานั้น เจ้าหน้าที่ของศาลก็ได้ทำการจัดเก็บเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนประตูทางเข้า - ออก ของศาลอาญาก็ได้ทำการเปิดเป็นปกติแล้วเช่นกัน 


"ตู่"บอกยังไม่หลุดจากส.ส.เพราะคดียังไม่ถึงที่สุด

             ด้านนายจตุพร กล่าว่า การที่นายก่อแก้วต้องถูกคุมขังเพราะศาลถอนประกัน ไม่ทำให้นายก่อแก้วพ้นจากการเป็น ส.ส. เพราะคดียังไม่ถึงที่สุด ซึ่งเมื่อเปิดสมัยประชุมประธานสภาผู้แทนราษฎร สามารถร้องขอให้มีการปล่อยตัวเพื่อให้นายก่อแก้วกลับไปทำหน้าที่ ส.ส.ได้ ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 131

             นายจตุพร กล่าวว่า กรณีของนายก่อแก้วต่างจากกรณีของตัวเองที่ถูกคุมขังอยู่และไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งจึงทำให้ขาดคุณสมบัติในการเป็น ส.ส.

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมัยประชุมหน้าจะเปิดในวันที่ 21 ธันวาคมนี้ นั่นหมายความว่า หากศาลยังไม่ให้ประกันตัวนายก่อแก้วก่อนที่สภาจะเปิด นายก่อแก้วก็น่าจะได้ออกจากเรือนจำอย่างช้าในวันที่ 21 ธันวาคม โดยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 131 วรรค 6 กำหนดว่าคำสั่งปล่อยตัวดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่วันที่มีคำสั่งไปจนถึงวันสุดท้ายของสมัยประชุม ซึ่งสมัยประชุมหน้าจะเปิดไปจนถึงวันที่ 18 เมษายน 2556

             ทั้งนี้การถูกคุมขังของนายก่อแก้วครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งแรก เขาถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ พร้อมกับแกนนำเสื้อแดงคนอื่นๆที่ถูกจับภายหลังการสลายการชุมนุมเมื่อเดือนพฤษภาคม 2553 ซึ่งครั้งนั้นเขาถูกคุมขังอยู่นาน 9 เดือน 


“นิพิฎฐ์”ชี้ยังไม่ขาดเหตุเพื่อไทยแก้ไขข้อบังคับพรรค

             นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ. ส.ส.พัทลุง. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้ร้องให้ศาลถอนประกันแกนนำเสื้อแดง กล่าวหลังทราบผลการพิพากษาของศาลอาญาให้ถอนประกันนายก่อแก้วว่า นายก่อแก้วถูกจำคุกแต่จะไม่สิ้นสภาพความเป็น ส.ส. เนื่องจากทางพรรคเพื่อไทยได้มีการแก้ไขเปลี่ยนข้อบังคับจากเดิมที่ระบุว่า การหมดสิ้นสมาชิกภาพส.ส.ต้องถูกคุมขังโดยหมายศาลหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย แต่พรรคเพื่อไทยได้มีการแก้ตัดข้อความนี้ออกไปเมื่อปี 2553 จึงทำให้นายก่อแก้วไม่เข้าข่าย ซึ่งตรงกับนางสดศรี สัตยธรรม กรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุ ดังนั้นนายก่อแก้วจึงยังไม่ขาดสมาชิกภาพ แต่ก็ต้องถูกจำคุกตามคำสั่งศาลไม่มีกำหนดจนกว่าคดีนี้จะแล้วเสร็จ ซึ่งตนเข้าใจว่า เมื่อเปิดสมัยประชุมสภาสมัยหน้าทางพรรคเพื่อไทยหรือเจ้าตัวก็จะขอให้มีการใช้เอกสิทธิ์การเป็นส.ส.คุ้มครอง. โดยต้องมีการโหวตขอมติสมาชิกสภาฯในเรื่องนี้

             นายนิพิฏฐ์ กล่าวอีกว่า กรณีนี้ให้แกนนำนปช.ถือเป็นบทเรียน โดยเฉพาะในช่วงปิดสมัยประชุมสภาว่า การจะขึ้นเวทีปราศรัยปลุกระดมต่างๆต้องคำนึงถึงผลกระทบ ไม่ใช่พูดเอามัน และถือเป็นมาตรการที่ได้ผลกับแกนนำ นปช.มา 2 คนแล้ว ที่ทำให้ทุกคนอยู่ใต้กฎหมาย ไม่ใช้กฎหมู่มาอยู่เหนือกฎหมาย ซึ่งนักการเมืองทุกคนกลัวที่สุดคือการติดคุก ไม่ใช่การถูกถอดถอนจากตำแหน่งต่างๆ และหากใครที่จะมีการปลุกระดม . ข่มขู่ ทำผิดเงื่อนไขของศาลอีก ตนก็จะเป็นผู้ที่ยื่นเรื่องให้ศาลยุติธรรมพิจารณาถอนประกันอีก

             “ผมไม่เคยรู้สึกว่าการเอาแกนนำคนเสื้อแดงเข้าคุกถึงสองคนเป็นความสำเร็จอะไร แต่ผมต้องการให้สังคมได้เห็นว่า ไม่มีใครจะมาขู่ว่า จะจับศาลไปเป็นตัวประกันได้อีกต่อไป ซึ่งผมขอประกาศว่า ไอ้พวกที่ชอบไม่ยอมรับคำสั่งศาล และใครก็ตามที่ไปพูดจาวิจารณ์ออกแนวไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมแบบนั้นแบบนี้ ให้ออกมาประกาศชื่อเสียงเรียงนามให้ชัดเจนเลยว่า เป็นใครมาจากไหน อย่ามาทำตัวเป็นอีแอบหลบอยู่ในมุมมืด ให้ออกมา เพราะผมรอดำเนินการกับคนเหล่านั้นอยู่”นายนิพิฎฐ์กล่าว