
พช.ดันปี56เป็น'ปีทองสตรีไทย'
พช.สนองนโยบายรัฐ ดันปี 56 เป็น'ปีทองสตรีไทย' หวังสร้าง 'ชุมชนเข้มแข็ง'ให้เกิดทั่วไทย : คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ : นายขวัญชัย วงศ์นิติกร อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน
กรมการพัฒนาชมุชนภายใต้การนำของขวัญชัย วงศ์นิติกร อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่ง "อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน" เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2555 ภายใต้ภารกิจเร่งด่วนที่ได้รับมอบหมายโดยตรงจากนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย ให้ดูแลและส่งเสริมความเป็นอยู่ของผู้หญิงไทย ภายใต้การดำเนินการของ "กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี" ดันปี 2556 ให้เป็นปีทองของผู้หญิงไทยให้สำเร็จ พร้อมกับภารกิจหลัก “ร่วมคิด ร่วมทำ ไม่ชี้นำประชาชน” ยกระดับความเป็นอยู่ การครองชีพของประชาชนในหมู่บ้าน ในชุมชน ให้ดียิ่งขึ้น เป็นชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืนในที่สุด
ขวัญชัย วงศ์นิติกร อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กล่าวว่า เน้นส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามาร่วมทำงานกับ พช. เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพ โดยมีเจ้าหน้าที่ของ พช. คือ พัฒนากรที่ทำงานในพื้นที่ทั่วประเทศ เข้าไปร่วมคิดร่วมทำ ช่วยให้ชาวบ้านเข้มแข็ง สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ถือเป็น "ครูทางสังคม" ในชุมชน เพราะงานพัฒนาชุมชนเป็นงานสำคัญ ต้องร่วมมือกับประชาชนให้พึ่งพาตนเองได้ โดยต้องทำงานร่วมกับผู้นำชุมชนให้สามารถบริหารจัดการและช่วยเหลือคนในชุมชนได้ พร้อมทั้งทำงานร่วมกับภาคีการพัฒนา เพื่อขับเคลื่อนชุมชนไปสู่ความเข้มแข็งที่ยั่งยืน เปรียบดังคำที่ว่า "สอนให้เขาตกปลากินเองได้ ดีกว่าหาปลาให้กินตลอดชีวิต"
"ตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา ผลงานของ พช.ย่อมการันตีความจริงใจในการพัฒนาชุมชนชนบทให้พึ่งตนเองได้เป็นอย่างดี จนได้รับพระราชทานคำขวัญจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า “พัฒนาคือสร้างสรรค์” พช.ต่อสู้กับปัญหาความยากจน การด้อยพัฒนาของประชาชนในชนบท เพื่อทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและสภาพแวดล้อมในชุมชนยกระดับให้ดีขึ้น”
นโยบายสำคัญเร่งด่วนที่รัฐบาล และกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ พช.ทำนั้น อธิบดีขวัญชัย กล่าวว่า ณ เวลานี้ พช.เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนอยู่ 4 เรื่องหลักด้วยกัน ได้แก่ 1.กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ต้องการส่งเสริมบทบาทสตรี กำหนดเป็นวาระเร่งด่วน ให้แต่ละจังหวัดมีเงินกองทุนเฉลี่ยจังหวัดละ 100 ล้านบาท เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนในการลงทุน การพัฒนาอาชีพ การสร้างโอกาสในการทำงาน และการสร้างรายได้ การพัฒนาศักยภาพสตรีและเครือข่ายสตรี การเพิ่มบทบาทและสร้างภาวะผู้นำสตรี การรณรงค์ให้สังคมเข้าใจปัญหาสตรีในทุกมิติ การเฝ้าระวังดูแลปัญหาและการช่วยเหลือเยียวยาสตรี การคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิ ตลอดจนการส่งเสริมและการพัฒนาไปสู่การสร้างสวัสดิภาพและสวัสดิการให้แก่สตรี
"ขณะนี้มีคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัด ครบทุกจังหวัดแล้ว จำนวน 76 คณะ รวม 1,258 คน มีงบประมาณ 7,700 ล้านบาท มีการจัดตั้งสำนักงานกองทุนระดับจังหวัด 76 แห่ง และระดับตำบลทั่วประเทศ มีการเลือกตั้งคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีตำบลครบทุกตำบล และจะจัดอบรมให้ความรู้คณะกรรมการพร้อมเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน ในเดือนธันวาคม 2555 เพื่อให้คณะกรรมการกองทุนในระดับตำบล มีความรู้ สามารถชี้แจงทำความเข้าใจให้สมาชิกจัดทำโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนไปยังคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัด อนุมัติใช้เงินกองทุนได้ภายในวันที่ 28 ธันวาคม 2555 จำนวนหนึ่ง และจะครบถ้วนทุกตำบลภายในเดือน มกราคม 2556 จะมีสตรีได้รับประโยชน์ประมาณหนึ่งแสนคน ถือว่าปี 2556 เป็นปีทองของสตรีไทยโดยแท้จริง ของรัฐบาลจะส่งถึงมือสตรี โดยกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัด และกรุงเทพมหานคร สตรีท่านใดมีคุณสมบัติครบ ติดต่อขอรับใบสมัครได้ที่สำนักงานพัฒนาชุมชนในพื้นที่ที่อยู่อาศัย หรือที่ กศน.ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน หรือเว็บไซต์ www.womenfund.thaigov.go.th "
เรื่องที่ 2 คือ กองทุนแม่ของแผ่นดิน โครงการ “กองทุนแม่ของแผ่นดิน” เริ่มต้นจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงห่วงใยปัญหายาเสพติด จึงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ให้นำไปใช้ประโยชน์ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน ทาง สำนักงาน ป.ป.ส.ได้นำพระราชทรัพย์สมทบกับงบประมาณของสำนักงานจัดตั้งเป็น “กองทุนแม่ของแผ่นดิน” มอบเงินกองทุนให้หมู่บ้าน และชุมชน ประเดิมกองทุนละ 8,000 บาท ตั้งแต่ปี 2547 และดำเนินงานต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน มีจำนวน 12,189 กองทุน
เรื่องที่ 3 เป็นเรื่องเกี่ยวกับอาชีพของคนในชุมชนโดยแท้จริง คือ การส่งเสริมอาชีพผลิตสินค้าโอท็อป ซึ่งเป็นนโยบายเร่งด่วนที่สำคัญ เป็นการสร้างอาชีพและรายได้ให้ประชาชนในท้องถิ่น โดยในการยกระดับมาตรฐานคุณภาพสินค้าโอท็อป พช.คัดสรรสินค้าโอท็อป ระดับ 1-5 ดาว เพื่อส่งเสริมการพัฒนาสินค้าให้เป็นที่ยอมรับและเชื่อถือของผู้บริโภค สามารถแข่งขันในตลาดและส่งออกได้ โดยดำเนินการคัดสรรทุกๆ 2 ปี และในปี 2555 คณะกรรมการอำนวยการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์แห่งชาติ (กอ.นตผ.) ได้ดำเนินการลงทะเบียน และจะคัดสรรให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมนี้
ส่วนเรื่องที่ 4 เป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจไม่แพ้ 3 เรื่องแรก คือ การจัดเวทีประชาเสวนา ใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2556 กิจกรรมที่ดำเนินการ ได้แก่ การจัดทำคู่มือและแนวทางการจัดเวที การอบรมวิทยากรกระบวนการ การจัดเวทีประชาเสวนาในพื้นที่ภูมิภาค และกรุงเทพมหานคร การสรุปผลดำเนินงาน รายงานผลการจัดเวทีประชาเสวนา โดยสถาบันการศึกษา และการประชาสัมพันธ์ ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังดำเนินการ เพื่อหาข้อสรุปในประเด็นการปรองดองให้ตรงใจประชาชนมากที่สุด
กิจกรรมสำคัญที่ พช.ดำเนินการสอดคล้องกับนโยบายของทางรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทย ในการแก้ปัญหาความต้องการของพี่น้องประชาชน ได้แก่ การบริหารครัวเรือนยากจนแบบบูรณาการ เป็นกิจกรรมที่มุ่งดำเนินการพัฒนาคุณภาพชีวิตของครัวเรือนยากจนที่ตกเกณฑ์ความจำเป็นพื้นฐาน ในปี 2554 จำนวน 23,000 ครัวเรือน ให้สามารถช่วยเหลือตัวเองให้พ้นจากความยากจนได้โดยการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการ การส่งเสริมและพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ พัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนให้ดีขึ้นตามแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ต้องขยายผลให้เพิ่มขึ้นในปี 2556 จำนวน 878 หมู่บ้าน และรักษาให้คงอยู่จำนวน 3,671 หมู่บ้าน การพัฒนาศักยภาพผู้นำชุมชนจำนวน 10,500 คน เพื่อให้เป็นผู้นำที่เก่ง มีภาวะผู้นำ และมีคุณธรรม มีทักษะในการบริหารจัดการชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้เป็นชุมชนเข้มแข็งได้อย่างยั่งยืน
อธิบดีขวัญชัย กล่าวถึงความภาคภูมิใจของ พช.ด้วยว่า ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เห็นชอบให้ พช.ได้รับรางวัลความเป็นเลิศด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล หมวดที่ 5 เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2555 โดยจะมีการจัดงานมอบรางวัลในวันที่ 20 ธันวาคม 2555
...........................................
(พช.สนองนโยบายรัฐ ดันปี 56 เป็น'ปีทองสตรีไทย' หวังสร้าง 'ชุมชนเข้มแข็ง'ให้เกิดทั่วไทย : คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ : นายขวัญชัย วงศ์นิติกร อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.))



