
'เกษม'ดันเกษตรกรผลิตผักปลอดสารพิษ
'เกษม ถาพินิจ'ดันเกษตรกรผลิตผักปลอดสารพิษจำหน่าย : คอลัมน์เปิดใจผู้นำท้องถิ่น
นายเกษม ถาพินิจ นายกเทศบาลตำบลสันป่าตอง ซึ่งได้รับการเลือกตั้งเข้ามาเป็นผู้บริหารเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2554 ที่ผ่านมา กล่าวว่า เทศบาลตำบลสันป่าตองถือเป็นพื้นที่ไข่แดงของอำเภอสันป่าตอง เพราะที่ตั้งครอบคลุมสถานที่ราชการของอำเภอ และย่านเศรษฐกิจ มีธนาคารตั้งอยู่ 7 แห่ง บริษัท ร้านค้า ตลาดสด
นอกจากนี้ยังมีสำนักงานส่วนราชการที่สำคัญ คือ สำนักงานวิจัยและพัฒนาข้าวเชียงใหม่ กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากพื้นที่อำเภอสันป่าตองเป็นแหล่งปลูกข้าวเหนียวที่ขึ้นชื่อ โดยเฉพาะข้าวเหนียวพันธุ์สันป่าตอง 1 เป็นพันธุ์ข้าวเหนียวที่ได้รับการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์จนมีชื่อเสียงโด่งดัง เพราะให้ผลผลิตต่อไร่สูงและยังมีความแข็งแรงทดทานต่อแมลงศัตรูพืช สามารถทำการเพาะปลูกได้ตลอดทั้งปีจากเดิมเพาะปลูกได้เฉพาะฤดูนาปีเท่านั้น
เทศบาลตำบลสันป่าตอง อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ได้รับการยกฐานะจากสุขาภิบาลตำบลยุหว่า เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2542 และเปลี่ยนชื่อจากเทศบาลตำบลยุหว่า เป็นเทศบาลตำบลสันป่าตองเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2543 โดยอยู่ห่างจาก จ.เชียงใหม่ มาทางทิศใต้ 22 กิโลเมตร มีพื้นที่ 3.5 ตารางกิโลเมตร มีทั้งหมด 10 หมู่บ้าน จำนวนประชากรประมาณ 4,800 คน
ทั้งนี้ เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดกลาง มีการบริหารงบประมาณที่จัดเก็บมาได้ 3 ส่วนจากภาษีโรงเรือนและภาษีที่ดิน ภาษีป้าย ซึ่งแต่ละปีจัดเก็บภาษีได้รวมประมาณปีละ 3 ล้านบาท งบประมาณที่ได้ยังไม่เพียงพอจึงได้รับงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐอีกปีละ 30 ล้านบาท ซึ่งสภาพพื้นที่ของเทศบาลตำบลสันป่าตอง เป็นชุมชนเมืองกึ่งชนบท จึงมีความหลากหลายทางสังคมและชุมชน
นายก ทต.บอกว่า สำหรับยุทธศาสตร์การบริหารมีทั้งแผนการพัฒนาระยะ 3 ปี และแผนระยะยาว 5 ปี โดยแผนยุทธศาสตร์พื้นที่ฐานเน้นการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน สังคม เศรษฐกิจ การศึกษา ความมั่นคงและสิ่งแวดล้อม ขณะที่แผนพัฒนาระยะ 3 ปี จะเน้นดูความจำเป็นเร่งด่วนและความต้องการของชุมชนเป็นหลัก โดยจะมีการจัดประชาคมหมู่บ้านเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเป็นประจำทุกปี แม้จะเป็นแผน 3 ปี แต่สามารถปรับเปลี่ยนแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการและความจำเป็น
ส่วนเป้าหมายการพัฒนาเทศบาลตำบลสันป่าตอง นอกเหนือจากแผนยุทธศาสตร์พื้นฐาน เมื่อเข้ามารับตำแหน่งได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาให้เป็นเมืองน่าอยู่ของอำเภอสายใต้ของ จ.เชียงใหม่ ด้วยสภาพพื้นที่กึ่งเมืองกึ่งชนบทจึงมีความหลากหลายของชุมชน เพราะยังมีประชาชนส่วนหนึ่งยังยึดอาชีพเพาะปลูกข้าวและพืชผัก ปัญหาสิ่งแวดล้อมจึงเป็นประเด็นสำคัญเพราะหลังการเพาะปลูกเกษตรกรจะต้องทำลายเศษวัชพืชด้วยการเผา ส่งผลให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบกับชุมชน เทศบาลตำบลสันป่าตอง จึงจัดโครงการทำปุ๋ยอินทรีย์ โดยได้ดำเนินการมา 1 ปีเศษแล้ว วัตถุประสงค์หลักนอกจากลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมมลพิษในพื้นที่ ยังช่วยแก้ปัญหาหมอกควันของ จ.เชียงใหม่ ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคมของทุกปี
นายกเกษม กล่าวเสริมว่า ขั้นตอนของโครงการเริ่มตั้งแต่ประกาศให้ประชาชนในพื้นที่นำเศษวัชพืช กิ่งไม้ใบไม้มาให้เทศบาลตำบลสันป่าตอง เพื่อดำเนินการหมักตามขั้นตอนจนได้เป็นปุ๋ยอินทรีย์ จากนั้นจึงแจกจ่ายให้ประชาชนนำไปใช้ประโยชน์ใส่ต้นไม้ และพืชผักที่เพาะปลูก ซึ่งนอกจากจะลดการใช้สารเคมีและยาศัตรูพืช ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อปุ๋ยเคมีแล้ว ยังทำให้ผลผลิตทางการเกษตรที่ได้ปลอดสารอีกด้วย
"ยุทธศาสตร์ขั้นต่อไปของเมืองน่าอยู่หลังส่งเสริมให้ประชาชนและเกษตรกรงดเว้นการเผาและนำเศษวัชพืชมาทำปุ๋ยอินทรีย์ เป้าหมายต่อไป คือ ผลักดันให้เทศบาลตำบลสันป่าตองเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์ โดยเทศบาลได้เซ็นเอ็มโอยูกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อขอรับการสนับสนุนด้านวิชาการและการให้คำปรึษา เรื่องการเพาะปลูกพืชผักปลอดสารพิษ เบื้องต้นได้หารือกับนักวิชาการด้านเกษตรของมหาวิทยาลัยแม่โจ้วางแผนการดำเนินงาน และรับขึ้นทะเบียนเกษตรกรเพาะปลูกพืช มีเกษตรกรให้ความสนใจมาขึ้นทะเบียนแล้ว 50 ราย เริ่มเพาะปลูกพืชผักอินทรีย์เพื่อวางขายในตลาดสด และตลาดของชุมชนในหมู่บ้านให้ประชาชนในพื้นที่ซื้อไปบริโภค" นายกเกษม กล่าว
นายกเกษม กล่าวเพิ่มเติมว่า เทศบาลตำบลสันป่าตองยังมีแผนเจรจากับโมเดิร์นเทรดและห้างสรรพสินค้า เพื่อส่งผลผลิตทางการเกษตรที่ปลอดสารของเกษตรกรไปวางจำหน่าย แต่ยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งเนื่องจากต้องมีการปรับปรุงพัฒนาแพ็กเกจให้สวยงามก่อนส่งไปวางขาย ซึ่งนอกจากจะส่งเสริมให้เกษตรกรมีความมั่นคงทางอาชีพและมีรายได้เพิ่มแล้ว ยังเป็นการเผยแพร่ชื่อเสียงผลผลิตทางการเกษตรปลอดสารพิษที่เทศบาลตำบลสันป่าตองส่งเสริมด้วย
...........................................
('เกษม ถาพินิจ'ดันเกษตรกรผลิตผักปลอดสารพิษจำหน่าย : คอลัมน์เปิดใจผู้นำท้องถิ่น)



