ฉีกหน้ากาก 28 ผู้บริหารเงา
เวิลด์วาไรตี้ : ฉีกหน้ากาก 28 ผู้บริหารเงา หนามยอกใจรัฐบาลทั่วโลก
"นอมินี" หรือแปลงแบบไทยๆ ว่า ตัวแทนเงา เป็นคำที่แสลงใจรัฐบาลหลายๆ ประเทศ (แต่ขอย้ำว่า ต้องเป็นรัฐบาล หรือมีผู้นำรัฐบาล ที่ไม่ใช่พวกโกงภาษีชาติ) เพราะจากผลสำรวจทั่วโลก พบว่า ปัจจุบันมีแนวโน้มการไปจัดตั้งบริษัทการค้านอกประเทศ โดยเฉพาะแหล่งยอดนิยมอย่าง หมู่เกาะแถบทะเลแคริบเบียน เพื่อเจตนาหลบเลี่ยงภาษีในประเทศที่มีการเข้าดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจจริง และที่น่าตกใจก็คือ ในบรรดาบริษัทที่โดดเด่นกลุ่มนี้จำนวนกว่า 21,500 บริษัท มีรายชื่อเจ้าของกิจการ หรือผู้บริหารข้ามกันไปมา จำนวนเพียง 28 คนเท่านั้น
ผลสำรวจสะเทือนโลกเศรษฐกิจนี้ เป็นผลจากการทำงานร่วมกันระหว่าง บีบีซี พาโนรามา, การ์เดียน และสหภาพนักข่าวสืบสวนสอบสวนระหว่างประเทศ (ICIJ) ด้วยการเริ่มต้นแกะรอยชื่อของ "Sarah Petre-Mears" ไปถึง เนวิส เกาะเล็กๆ ในทะเลแคริบเบียน ด้วยความสนใจว่า ชื่อผู้หญิงคนนี้ปรากฏในเอกสารแสดงความเป็นผู้มีอำนาจในบริษัทมากกว่า 1,200 บริษัท ที่กระจัดกระจายอยู่ตั้งแต่แถบฝั่งทะเลแคริบเบียน, ไอร์แลนด์, นิวซีแลนด์ รวมถึงอังกฤษ
Sarah และ Edward Petre-Mears เป็นคู่สามีภรรยาชาวอังกฤษ ที่อพยพมาจากเกาะเล็กๆ ชื่อ ซาร์ค ของหมู่เกาะแชนเนล ในช่องแคบอังกฤษ มายังเกาะเนวิส บนทะเลแคริบเบียน เพื่อขยาย "บริการชื่อ" ให้แก่บริษัทมากกว่า 2,000 แห่ง มีชื่อปรากฏในการทำธุรกิจตั้งแต่การซื้ออสังหาริมทรัพย์สุดหรูของรัสเซีย ไปจนถึงกิจการเว็บโป๊ และเว็บไซต์กาสิโน
วิธีการใช้งานผู้บริหารเงา หรือนอมินี ไดเร็กเตอร์ ก็คือ คนเหล่านี้เต็มใจ "ขายชื่อ" ของตัวเองให้ผู้บริษัท หรือเจ้าของบริษัทตัวจริง เพื่อให้นำไปใช้ในเอกสารทางการของบริษัท ให้ใช้ข้อมูลที่อยู่ในสถานที่ตั้งอำพรางซึ่งกระจายอยู่ทั่วโลก พร้อมกันนั้นยังรับหน้าที่ช่วยเก็บความลับเกี่ยวกับการทำธุรกรรมเป็นแสนๆ ครั้ง
ส่วนหนึ่งในกลุ่มเจ้าของกิจการตัวจริงของบริษัทอำพรางเหล่านี้ ได้แก่ วลาดิมีร์ อันโทนอฟ มหาเศรษฐีชาวรัสเซีย ที่เข้ามาซื้อสโมสรฟุตบอล พอร์ทมัส เอฟซี ของอังกฤษ, Yair Spitzer วิศวกรซอฟต์แวร์ชาวอังกฤษ ซึ่งทำธุรกิจซื้อมาขายไปแฟลตในลอนดอน, ตระกูล Hackmeys ผู้ร่ำรวยจากอิสราเอล ซึ่งใช้บริษัทที่จดทะเบียนในหมู่เกาะบริติช เวอร์จิน เข้ามาซื้ออาคารสำนักงานในลอนดอน มูลค่า 26 ล้านปอนด์ (ราว 1,300 ล้านบาท)
นอกจากนี้ ยังมีบริษัท เอสพี เทรดดิ้ง ที่เมื่อย้อนหลังไปถึงข่าวลือในปี 2552 จะพบความเชื่อมโยงกับนักธุรกิจชาวคาซัก รวมถึงกลุ่มติดอาวุธในอิหร่าน
ที่ผ่านมา บริษัทอำพรางเหล่านี้ นิยมจดทะเบียนจัดตั้งในหมู่เกาะบริติช เวอร์จิน (บีวีไอ) แต่ปัจจุบันแผ่ขยายพื้นที่มาถึง ประเทศไอร์แลนด์, นิวซีแลนด์, เบลีซ รวมถึงอังกฤษ นอกจากนี้ ข้อมูลเชิงลึกยังระบุว่า บริษัทส่วนใหญ่ที่ใช้วิธีการแบบนี้ทำธุรกิจ ก็คือ บริษัทอังกฤษนั่นเอง จนถึงขั้นกับมีนายหน้าชาวอังกฤษ รับจัดหาผู้บริหารเงามาให้บริการกันเลยทีเดียว
ช่องทางนี้ เป็นประโยชน์ทั้งในแง่การเลี่ยงภาษี และปกปิดทรัพย์สิน เป็นเครือข่ายแห่งความน่าละอายที่แผ่ขยายครอบคลุมทั่วโลก กลายเป็น เวิลด์ไวด์เว็บ (Worldwild Web) แห่งการทุจริต ฉ้อฉลในโลกธุรกิจ



