ข่าว

พัทยาต้องตระหนัก!ภัยคุกคามนทท.

พัทยาต้องตระหนัก!ภัยคุกคามนทท.

01 ธ.ค. 2555

รายงานพิเศษ : ภัยคุกคามนักท่องเที่ยวรัสเซีย โจทย์ใหญ่ที่เมืองพัทยาต้องตระหนัก : โดย...ศุภกร อรรคนันท์

                      ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมี Andrey V. Dvornikov กงสุลของสถานเอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซีย ในราชอาณาจักรไทย พร้อมคณะ อันประกอบด้วย ตัวแทนสมาคมการค้าแห่งรัสเซียในประเทศไทย, คณะกรรมการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยวในต่างประเทศ, ตัวแทนบริษัทประกันภัยแห่งรัสเซีย และทัวร์เอเยนซี จัดประชุมหารือ ร่วมกับตัวแทนภาครัฐฝ่ายไทย ใน จ.ชลบุรี ได้แก่ ดร.ประธาน สุรกิจบวร หัวหน้าสำนักงานจังหวัดชลบุรี, รณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยา และตัวแทนจากภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ที่ห้องประชุมโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา ถือว่ามีมิติของความน่าสนใจอย่างยิ่ง 

                      เพราะประเด็นที่คณะซึ่งมาเยือนนำเสนอก็คือ การห่วงใยในปัญหาความปลอดภัยที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวรัสเซีย

                      ข้อห่วงใยที่มีขึ้นครอบคลุมไปถึงสิ่งที่นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียต้องเผชิญ ทั้งการถูกทำร้ายร่างกายเพื่อชิงทรัพย์ การตกเป็นเหยื่อลักทรัพย์ในห้องพักขณะเข้าพักที่โรงแรม หรือแม้แต่ปัญหาเรื่องการละเมิดสิทธิ์ของพลเรือนรัสเซีย โดยเฉพาะกรณีการยึดหนังสือเดินทางของพลเรือนรัสเซีย ซึ่งเป็นประเด็นที่อ่อนไหวอย่างยิ่ง เนื่องจากทางการรัสเซียเห็นว่า หนังสือเดินทางประเทศรัสเซียเป็นสมบัติของรัฐบาล ไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของนักท่องเที่ยวหรือพลเรือนของประเทศรัสเซียแต่อย่างใด

                      หากหน่วยงานของไทยต้องการหลักประกันของพลเมืองรัสเซีย ควรที่จะยึดเอกสารอื่นๆ ทดแทนการยึดหนังสือเดินทาง ส่วนกรณีอาชญากรรมที่สร้างความกังวลอีกด้านก็คือ กรณีที่นักธุรกิจรัสเซีย ที่เข้ามาประกอบธุรกิจในเมืองพัทยา ถูกฉ้อโกงจากมิจฉาชีพที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล ซึ่งปัญหาเหล่านี้รัฐบาลรัสเซียเคยทำหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศของไทย และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แต่ก็ยังไม่ได้รับความชัดเจนในเรื่องการให้ความมั่นใจในมาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินจากรัฐบาลไทย

                      ในรอบ 5 ปี ที่ผ่านมา ตัวเลขนักท่องเที่ยวรัสเซียจากบริษัททัวร์ต่างๆ ที่ส่งนักท่องเที่ยวเข้ามาในท้องที่เมืองพัทยา จากจำนวน 6-7 แสนคน ก็เพิ่มมาเป็น 8 แสนคน ในปี 2010 และปี 2011 ยอดนักท่องเที่ยวรัสเซียเพิ่มเป็น 9 แสนคน กระทั่งปี 2012 พัทยามีตัวเลขนักท่องเที่ยวจากประเทศรัสเซียจำนวน 1.3 ล้านคน ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด จาก 10% เพิ่มขึ้นมา 20% และเพิ่มเป็น 30% อย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นตัวเลขนักท่องเที่ยวที่มากเป็นอันดับหนึ่งของเมืองพัทยาในปัจจุบัน

                      ขณะที่การปรับตัวของผู้ประกอบการภาคธุรกิจการท่องเที่ยวในเมืองพัทยา ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ร้านอาหาร ร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก ได้มีการปรับตัว โดยจัดเตรียมบุคลากร เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวรัสเซียโดยเฉพาะ ทำให้เมืองพัทยาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความพร้อมในการให้บริการแก่นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียที่เดินทางมาเยือนได้เป็นอย่างดี และด้วยตัวเลขของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมามากกว่าปีละ 8 ล้านคน จึงมีผลให้ศูนย์กลางการท่องเที่ยวในระดับสากลต้องเผชิญกับปัญหาอาชญากรรมรอบด้าน อันเป็นภัยที่คุกคามต่อนักท่องเที่ยวอย่างเลี่ยงไม่ได้

                      "ปัญหาที่เกิดกับนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นพลเมืองรัสเซีย ช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา เกิดขึ้นแบบไหน จนถึงวันนี้ก็ยังคงเกิดขึ้นอยู่อย่างนั้น  โดยเฉพาะปัญหาเรื่องการจี้ชิงทรัพย์ ที่ไม่เคยได้รับการแก้ไข และใส่ใจจากรัฐบาลไทย และผมว่ามันมีแนวโน้มที่จะเกิดมากขึ้น และไม่ได้คุกคามต่อนักท่องเที่ยวรัสเซียเท่านั้น แต่เกิดขึ้นและมีความเสี่ยงที่คนต่างชาติ ในฐานะคนแปลกหน้าจะตกเป็นเหยื่อหรือผู้เสียหายจากเหตุการณ์เหล่านี้ และเรายังไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้" กงสุลประจำสถานเอกอัครราชทูต สหพันธรัฐรัสเซียในราชอาณาจักรไทย ให้ความเห็น

                      ทั้งนี้ ในนามของรัฐบาลรัสเซียจะทำหนังสือถึงกระทรวงยุติธรรม กระทรวงสาธารณสุข (กรณีการรักษาพยาบาลเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือได้รับบาดเจ็บจากการถูกระทำ) กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อให้แต่ละหน่วยงานเหล่านี้ ได้มาร่วมชี้แจงและสรุปความร่วมมือเป็นลายลักษณ์อักษร ก่อนที่จะมีการลงนามในข้อตกลงมาตรการรักษาความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวรัสเซียที่เป็นรูปธรรมในเดือนเมษายน 2556 ต่อไป

                      รณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยา กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเอารัดเอาเปรียบของผู้ประกอบการ การวิ่งราว ลักทรัพย์นักท่องเที่ยว หรือแม้แต่การลักทรัพย์ในห้องพักนักท่องเที่ยว รวมไปถึงปัญหาเรื่องเรือเจ็ตสกี ที่มีการข่มขู่นักท่องเที่ยว เรียกร้องค่าเสียหาย โดยเป็นการสร้างสถานการณ์ว่านักท่องเที่ยวสร้างความเสียหายหลังการมาใช้บริการ ที่ผ่านมาเราได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาโดยตลอด โดยผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีได้สั่งให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาให้หมดไป ในรูปของการทำงานแบบบูรณาการร่วมกับเมืองพัทยา ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ตำรวจท่องเที่ยว และหน่วยงานภาคเอกชน ที่คอยจับตาผู้ประกอบการที่เอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด

                      "โดยเฉพาะปัญหาเรือเจ็ตสกี ได้มีการให้ผู้ประกอบการทำประกันภัยคุ้มครองนักท่องเที่ยวไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนปัญหาเรื่องความปลอดภัยอื่นๆ ทางเมืองพัทยายังได้ติดตั้งกล้องวงจรปิด จำนวน 400 ตัว มีการเชื่อมต่อสัญญาณไปที่ สภ.เมืองพัทยา ที่จะทำหน้าที่ในการเฝ้าระวังและติดตามปัญหาอาชญากรรมที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ ที่สำคัญจะมีการขยายส่วนงานของ สภ.เมืองพัทยา 2 ขึ้น ที่ย่านจอมเทียน เพื่ออำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวได้อย่างทั่วถึง เหล่านี้คือสิ่งที่เราอยากสะท้อนว่า ทุกฝ่ายในเมืองพัทยาไม่ได้มีการละเลย" รณกิจ กล่าว

                      ด้วยเหตุนี้สัญญาณเตือนถึงความห่วงใยต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การร้องขอให้ตระหนักถึงการสร้างความเชื่อมั่น  จึงเป็นความท้าทายสำคัญอย่างยิ่งที่มีไปถึงหน่วยงานเกี่ยวข้องทุกฝ่ายของเมืองพัทยา และเป็นประเด็นที่ไม่สามารถมองข้ามไปได้อย่างแน่นอน

 

 

--------------------

(รายงานพิเศษ : ภัยคุกคามนักท่องเที่ยวรัสเซีย โจทย์ใหญ่ที่เมืองพัทยาต้องตระหนัก : โดย...ศุภกร  อรรคนันท์)