
'เทพไท'ซัด'แม้ว'แทรกแซงนิติบัญญัติ
'เทพไท' ซัด 'แม้ว' รุกคืบแทรกแซงฝ่ายนิติบัญญัติ อัด 'บิ๊กโอ๋' ใส่ร้ายพรรคเปิดซักฟอกหวังล้างแค้นปมถอดยศ 'มาร์ค' ยันมีหลักฐานการทำผิดกม.ชัด
30 พ.ย.55 นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาตำหนิการทำหน้าที่ของประธานสภาฯ ทั้ง 3 คน ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า แสดงให้เห็นว่าได้ติดตามการทำงานของลูกพรรคอย่างใกล้ชิด เข้ามาแทรกแซงอำนาจนิติบัญญัติ หลังจากที่แทรกแซงอำนาจบริหารไปแล้ว ตนขอแนะว่าถ้าต้องการควบคุมอำนาจนิติบัญญัติอีกควรใช้วิธีการใส่หูฟัง และสั่งเหมือนทำตัวเป็นผู้กำกับรายการทีวี เหมือนโปรดิวเซอร์ สั่งนักแสดง ในส่วนผู้ทำหน้าที่ประธานที่เป็นที่ยอมรับมากคือนายวิสุทธ์ ไชยอรุณ ถือว่าสอบผ่าน
นายเทพไท กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ออกมากล่าวว่าการอภิปรายครั้งนี้เป็นการล้างแค้นเรื่องที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ ถูกถอดยศว่า เรื่องนี้ไม่ได้เป็นการล้างแค้นหรือผูกใจเจ็บแต่เป็นเพราะข้อมูลหลักฐานที่มีการทุจริตและทำผิดกฎหมายชัดเจน และนายอภิสิทธ์ได้ใช้สิทธิ์ปกป้องตัวเองด้วยการฟ้องร้องไปแล้ว ส่วนที่พล.อ.อ.สุกำพล จะออกมากล่าวสารภาพว่าเก็งข้อสอบผิด ก็เป็นเรื่องของท่านเพราะท่านไม่ได้เป็นนักเรียนที่เรียนเก่ง พล.อ.อ.สุกำพล ต้องพิจารณาตัวเองก่อนในฐานะที่ทำหน้าที่รมว.กลาโหมสมบูรณ์หรือไม่ และที่น่าหนักใจที่สุดคือนายกฯให้ความสำคัญกับพล.อ.อ.สุกำพลดูแลความมั่นคงภาคใต้อีกตำแหน่งเพราะกลัวว่าจะมีความล้มเหลว เพราะ 3 จังหวัดมีความล้มเหลวซ้ำซาก
'เทพไท'จี้ตร.รับผิดชอบหลังใช้แก๊สน้ำตา-ทำร้ายสื่อฯ
นายเทพไท เสนพงศ์ แถลงถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินการกับผู้ชุมนุมเมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมาว่า อยากให้สังคมทุกฝ่ายทุกส่วนได้ตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า กระทำการเกินกว่าเหตุหรือไม่ มีการบิดเบือนข้อเท็จจริงหรือไม่ อย่างกรณีแก๊สน้ำตาที่หมดอายุ ที่มีรองผบช.น 2 คน และ โฆษกตร. ออกมาบิดเบือนข้อเท็จจริงใส่ร้าย ผู้ชุมนุมว่า แก๊สน้ำตา ที่หมดอายุเป็นฝีมือผู้ชุมนุมที่จะมาขว้างตำรวจ แต่เมื่อมาพบพยานหลักฐานชัดว่า อยู่ในรถสายตรวจทำให้ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผบ.ตร ออกมายอมรับความจริงว่า เป็นของฝ่ายตำรวจและกับกรณีที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติต่อนักข่าว กล่าวหาว่านักข่าวมีพฤติกรรมร่วมกับม็อบก้าวข้ามฝ่ายม็อบ ไม่มีการแสดงบัตร แต่เมื่อผู้อยู่ในเหตุการณ์มีการยืนยันจริง ไม่มีเจตนาพฤติกรรมเข้าข้างม็อบ อยากให้ตรวจสอบ การลุแก่อำนาจของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่เป็นห่วงภาคประชาชนที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติอย่างรุนแรง ไม่อยากให้สภาทนายความองค์กรเดียวที่มาดูแล จึงอยากเรียกร้องคณะกรรมการสิทธิ์มนุษยชนแห่งชาติเข้ามาดูแลเรื่องนี้ด้วย
นายเทพไท กล่าวว่า ขอตั้งข้อสังเกตการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจภายใต้การนำของพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ว่าการปฏิบัติต่อม็อบ 2 กรณี กรณีแรกที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ และที่พัทยา ทั้งที่มีผบ.เหตุการณ์คนเดียวกันคือพล.ต.อ.อดุลย์ ได้ทำหน้าที่ในมาตรฐานเดียวกันหรือไม่
จี้ 'เพื่อไทย' เปิดตัว 'พงศพัศ' ลงสมัครผู้ว่ากทม.
นายเทพไท เสนพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยประกาศหรือคาดการณ์ว่า พล.ตอ.พงศ์พัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร.และเลขาฯป.ป.ส. จะเป็นตัวแทนของพรรคเพื่อลงเลือกตั้งผู้ว่า กทม.นั้นเรื่องนี้ไม่ได้เกินความคาดหมาย และเป็นกระแสข่าวที่มีมานาน แม้ว่าคนในพรรคเพื่อไทยส่วนหนึ่ง จะสนับสนุนคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ลงสมัครก็ตาม แต่ก็เจอการสกัดกั้นของ 3 เจ๊ ขอถามว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยพรรคสนับสนุนพล.ตอ.พงศ์พัศ พงษ์เจริญ ลงแล้ว ทำไมไม่ประกาศตัวออกมาให้ชัดเจน ไม่ควรทำตัวเป็นอีแอบอยู่ในมุมมืด อยากจะเรียนว่าในขณะนี้มีการโฆษณาแฝงโดยใช้งบ ป.ป.ส. ที่เป็นงบประมาณของแผ่นดินขึ้นคัดเอาท์โฆษณาคู่กับนายกฯ ซึ่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องตรวจสอบว่าอยู่ในระยะเวลาต้องแสดงค่าใช้จ่าย จะปฏิเสธว่าไม่ประกาศตัวจึงไม่ต้องแจ้งค่าใช้จ่ายนั้น คงไม่ถูกต้อง
นายเทพไท กล่าวว่า ที่ออกมากล่าวกันว่ามีการตกลงว่าถ้า พล.ต.อ.พงศ์พัศ พงษ์เจริญ ลงเลือกตั้งหากไม่ได้รับการเลือกตั้ง มีการกันตำแหน่งเดิมไว้ให้ หรือมีล็อกสเป็กให้คนๆเดียวหรือไม่ และทำให้ส่วนราชการเสียหาย ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ในวันที่ 15 ธ.ค. คงจะทราบความชัดเจนว่าใครจะเป็นตัวแทนพรรค แต่เวลานี้มีเพียง 1 คนเท่านั้นคือม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่ากทม.
ปชป.เดินหน้าเช็คบิลรัฐบาลต่อ หลังจบศึกซักฟอก
นายเทพไท เสนพงศ์ กล่าวต่อถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจใน สภายุติแล้ว แต่กระบวนการตรวจสอบนอกสภายังไม่ยุติ เพราะหลังจากนี้จะมีกระบวนการเช็คบิลทั่งฝ่ายค้านและรัฐบาล โดยฝ่ายค้านจะมีการเช็คบิลนักการเมืองขี้โกง จะมีกระบวนการเกาะติดคนโกง ด้วยการจะยื่นถอดถอน เอาผิดทางอาญา ผู้ตรวจการแผ่นดิน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสัญญาจีทูจีของรัฐบาลกับประเทศต่างๆ
นายเทพไท กล่าวต่อว่า ในฝ่ายของรัฐบาลก็จะเช็คบิลข้าราชการที่ดี เช่น ตั้งกรรมการสอบเทปเสียง ของพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ที่หวังเอาผิด ข้าราชการในกระทรวง รวมถึงท่าทีนายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ออกมาคาดโทษข้าราชการประจำ หากนำเอกสารความลับทางราชการไปให้ฝ่ายค้าน จะมีการลงโทษอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้การอภิปรายไม่ไว้วางใจพรรคประเมินว่าประสบความสำเร็จ ได้อย่างดียิ่งและสามารถลบคำสบประมาท ของฝ่ายรัฐบาล ที่ก่อนหน้าออกมาเยาะเย้ยถากถาง วันนี้ได้พบความความจริง ซึ่งเราได้เตือนแล้วว่า ความประมาทเป็นบ่อเกิดแห่งความตาย เพราะเห็นได้ชัดว่า มีพยานหลักฐานเอกสารต่างๆ ชัดเจน รัฐบาลใช้อำนาจบาตรใหญ่ แทรกแซงทุกฝ่าย และการอภิปรายครั้งนี้ได้เกิดมาตรฐานใหม่ขึ้น ในการอภิปราย คือผู้ถูกอภิปรายไม่ตอบก็ได้ ตอบไม่ได้ก็สามารถไว้วางใจได้



