
"สุเทพ"เรียกถกกก.ข้าวเคลียร์ปัญหาเกาเหลา
เมื่อเวลา 18.00 น.27พ.ค. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯในฐานะประธานคณะกรรมการชุดพิเศษเพื่อพิจารณาเเนวทางการระบายสินค้าเกษตร(ข้าว) ได้เรียกนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกฯนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง เเละนายอำพน กิตติอำพน
นางพรทิวา ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมว่า วันนี้มาให้ข้อมูลทางวิชาการต่อที่ประชุม ส่วนประเด็นข้อเสนอของนายกอร์ปศักดิ์ ที่เสนอให้กรมการค้าต่างประเทศ ควรเป็นผู้ดำเนินการระบายข้าวแทนองค์การคลังสินค้านั้น ยืนยันว่าโดยปกติกรมการค้าต่างประเทศ ก็อยู่ในองค์ประกอบของคณะกรรมการทุกชุด ในการระบายสินค้าเกษตร และการกำหนดยุทธศาสตร์ดำเนินการ ก็ถูกกำหนดโดยกรมการค้าต่างประเทศอยู่แล้ว ขณะที่ อคส.เป็นฝ่ายปฏิบัติในการดูแลสินค้า และตรวจเช็คสต็อคสินค้าเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า กระทรวงพาณิชย์ยืนยันแนวทางเดิมที่ดำเนินการมาหรือไม่ นางพรทิวา กล่าวว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำมา ไม่ได้ทำผิด และการประมูลก็โปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ แต่ในวันนี้ที่มีปัญหา อยากถามว่า ในวันนั้น หากมองว่ากระทรวงพาณิชย์ขายถูก ทำไมจึงไม่มีข้อโต้แย้ง แต่มาวันนี้ กลับออกมาพูด ซึ่งจะพูดอย่างไรก็พูดได้ เพราะเหตุการณ์มันจบไปแล้ว
สำหรับประเด็นที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ที่ชนะการประมูลได้ในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดอย่างมากนั้น รมว.พาณิชย์ กล่าวยืนยันว่า กระบวนการโปร่งใสไม่ได้เอื้อให้บริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่ประเด็นปัญหาในวันนี้ คือ หากโครงการล้มขึ้นมา ใครที่ดีใจที่สุด นั่นก็คือผู้ที่ประมูลไม่ได้ อย่างไรก็ตาม พร้อมที่จะให้เพิ่มราคา หากมีผู้ที่เสนอราคาที่สูงกว่า
“ราคาตลาดย้อนหลัง 1.6 หมื่นบาทต่อตัน ขณะที่ราคาที่กระทรวงพาณิชย์ขายต้องไม่ต่ำกว่า 1.4 หมื่นบาทต่อตัน ดังนั้นจึงอยากถามว่าหากตั้งราคา 1.6 หมื่นบาทต่อตัน ใครจะซื้อเพราะมีสินค้าในตลาดมีให้เปรียบเทียบ 2 อย่างคือสินค้าของรัฐที่เป็นสินค้าเก่าเก็บค้างปี กับสินค้าใหม่ที่อยู่ในตลาด จึงอยากถามว่าคนจะเลือกซื้อราคาไหน” รมว.พาณิชย์ กล่าว
นางพรทิวา กล่าวอีกว่า สำหรับประเด็นเรื่องการเสียผลประโยชน์ย่อมมีทั้งกลุ่มที่ได้และเสีย ซึ่งก็จะออกมาในรูปแบบนี้อยู่แล้ว แต่จะต้องมองว่า เป็นเรื่องของผู้ที่เสียประโยชน์ ส่วนที่มีข้อกังขาว่า มีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องนั้น ยืนยันว่า เธอไม่ได้เกี่ยวข้อง ไม่ว่าฝ่ายใดจะเสียหรือได้ประโยชน์
เมื่อถามว่า กระทรวงพาณิชย์เซ็นสัญญาขายให้เอกชน ก่อนที่จะมีมติ ครม. นางพรทิวา กล่าวว่า ยืนยันว่าทุกอย่างที่ทำถูกต้องตามกระบวนการ แต่ถ้ามีข้อสงสัยก็ให้มาคุยกัน แต่สิ่งที่ผ่านมาไม่ได้มีการดำเนินการที่ผิด เพียงแต่แนวทางใหม่นี้ เข้ามาในภายหลัง ดังนั้น ตั้งแต่วันที่อนุมัติการรับจำนำ ทำไมไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบตั้งแต่วันนั้น แต่กลับอนุมัติงบประมาณมาดำเนินการ ในขณะที่กระทรวงทำไปตามกระบวนการปกติ ที่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ผ่านมา
เมื่อถามว่า นายกอร์ปศักดิ์ กับกระทรวงพาณิชย์มีความเห็นที่แตกต่างกัน จะมีแนวทางหาข้อยุติได้อย่างไร รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ยังมีคณะกรรมการย่อยอีก 3 คณะ ที่จะหาข้อยุติได้ และไม่ใช่ประเด็นที่จะมาทะเลาะกัน และการดำเนินการมาก่อนมีมติครม.อยู่แล้ว และไม่ใช่สิ่งผิด แต่ถ้าหากว่า ครม.ต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลง ก็จำเป็นต้องมาคุยกัน
อย่างไรก็ตาม เหตุผลสำคัญที่กระทรวงพาณิชย์ ต้องเร่งระบายข้าวในขณะนี้ เพราะไม่สามารถรอเวลาได้ เนื่องจากประเทศเวียดนามและอินเดียกำลังจะส่งออกข้าว ขณะที่ข้าวนาปรังของไทยกำลังจะออกมาในช่วงนี้ และยังมีข้าวในสต๊อกภาครัฐอีก ดังนั้น หากมีข้าวอยู่จำนวนมากในตลาด ก็จะทำให้ราคาในตลาดตกต่ำ ดังนั้น การรีบระบายข้าว เพราะสภาพการณ์บังคับให้จำเป็นต้องขาย



