
'ปชป.'เดินหน้ายื่นปปช.สอบ'ปู-บิ๊กโอ๋'
'ปชป.' เดินหน้ายื่น ปปช. สอบ 'นายกฯ-รมว.กลาโหม' แทรกแซงการแต่งตั้งของกองทัพ ด้าน 'หมอวรงค์' เผยสัปดาห์หน้าจ่อยื่น 'ปปช - ปปง.' สอบโกงจำนำข้าว
30 พ.ย.55 นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ในวันนี้ตนจะเข้ายื่นเรื่องพร้อมหลักฐานต่างๆ และคำถอดเทปเสียฉบับเต็มการประชุมแต่งตั้งปลัดกลาโหม ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) เพื่อประกอบการพิจารณายื่นถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ฐานแทรกแซงการแต่งตั้งนายทหารระดับสูง เพราะหากปล่อยให้กองทัพมีการแทรกแซงก็จะทำให้กองทัพอ่อนแอ การเมืองขยายปีกและประชาชนคงหมดวามหวังที่จะเห็นประชาธิปไตยที่แท้จริง ซึ่งการที่รมว.กลาโหม ออกมาแถลงภายหลังการอภิปรายนั้นเป็นเท็จและขัดต่อกฎหมายทั้งสิ้น และแทนที่จะสำนึกผิด กลับกระทำผิดซ้ำด้วยการออกมาข่มขู่นายพลที่เป็นคนอัดเทปเสียงดังกล่าว ส่วนนายกฯเองเมื่อได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายก็กลับเพิกเฉย ทั้งที่ความผิดจะต้องมีการสอบสวน ซึ่งการกระทำเช่นนี้เป็นการละเลย เว้นการปฏิบัติหน้าที่มาตรา 157
น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก กล่าวว่า หลังจากการอภิปรายโครงการระบายข้าวของตนรัฐบาลยังไม่มีท่าทีที่จะแสดงความรับผิดชอบ และขณะนี้นายบุญทรง เตริยารมย์ รมว.พาณิชย์ ก็พยายามดิ้นเฮือกสุดท้าย ซึ่งในวันที่ 3 ธ.ค.เวลา 10.00 น. ตนจะไปยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) เพื่อเอาผิดกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ข้อหาสมรู้ร่วมคิด และนายบุญทรง เจ้าหน้าที่รัฐและผู้เกี่ยวข้อง และวันที่ 4 ธ.ค.ก็จะไปยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สอบเส้นทางการเงินซึ่งมีการโอนเงินจากการขายข้าวมาพัวพันกับบัญชีของรัฐบาล โดยตนจะเข้าไปพบกับปปช.และปปง.ด้วยตนเองเพื่อชี้แจงเอกสารหลักฐานต่างๆ
'ถาวร' ยื่นผู้ตรวจฯ สอบทุจริตปมขุดลอกแม่น้ำ 26 สัญญา
นายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายวิทูรย์ นามบุตร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ แถลงว่า จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเมื่อวันที่ 26-28 พ.ย.ที่ผ่านมา ในประเด็นการทุจริตในการขุดลอกคูคลองของกรมเจ้าท่าที่มี พล.ต.ท.ชัชจ์ กุลดิลก รมช.มหาดไทย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเป็นรมช.คมนาคม ผ่านไปแล้วนั้น วันนี้ตนและทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ จะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบการทุจริตในโครงการต่างๆที่ พล.ต.ท.ชัชจ์ ดูแล และจะไปยื่นต่อ รมว.คมนาคม เพื่อให้ตรวจสอบการทำสัญญาจ้าง 26 สัญญา ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่กำหนดว่า นิติกรรมที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย เป็นสัญญาที่โมฆะ และให้รัฐมนตรีบอกเลิกสัญญา เพราะโครงการที่กล่าวไปนั้น กรมเจ้าท่าได้อนุมัติเห็นชอบให้ดำเนินการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษทั้ง 26 รายการ มีการทำสัญญาจ้างกับ 14 นิติบุคคล ในวงเงินงบประมาณ ทั้งสิ้น 1,215,435 ล้านบาท บอกเลิกสัญญาและเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้กระทำความผิด
นายถาวร กล่าวต่อว่า ทางกระทรวงคมนาคมจะต้องดำเนินการกับข้าราชการที่ทำผิดกฎหมาย สอบวินัย ดำเนินการทางการปกครอง กล่าวโทษดำเนินคดี และให้กรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณาสอบรับเป็นคดีพิเศษ แต่อย่าไปฟอกให้ขาว เพียงแต่ควรเข้าไปดูแลให้น่าเชื่อถือ รวมถึงจะต้องให้ความร่วมมือพร้อมส่งเอกสาร หลักฐานให้กับหน่วยงานด้านการตรวจสอบการทุจริต อาทิ ปปช. และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน สำหรับนักการเมืองก็ควรรวบรวมหลักฐานดำเนินการเอาผิดด้วย
ด้านนายวิทูรย์ กล่าวว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่าพรรคเพื่อไทยจะฟ้องตนต่อศาล ซึ่งข้อเท็จจริงไม่ทราบว่าจะฟ้องตนเรื่องอะไร ประเด็นไหน วันนี้ตนเพียงแต่มาบอกว่าตนยินดีที่จะไปต่อสู้ที่ศาลพร้อมพิสูจน์ความจริงกับกระบวนการยุติธรรม เพราะตนเชื่อมั่นว่าข้อมูลที่นำเสนอเป็นข้อมูลถูกต้องครบถ้วน เป็นข้อมูลที่ได้มาจากทางราชการ ภาพคลิปต่างๆก็เป็นภาพจริง เพราะได้ลงไปตรวจสอบในพื้นที่จริง ซึ่งตรงกันข้าม พล.ต.ท.ชัชจ์ ที่ไม่สามารถตอบคำถามในประเด็นที่ฝ่ายค้านได้ถาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขุดลอก ขุดหลอก การทำผิดระเบียบพัสดุสำนักนายกฯ ไม่มีการค้ำประกันผลงาน เรื่องราคากลางก็ไม่ได้ตอบ แต่กลับมาชี้แจงเรื่องการจัดจ้างพิเศษ
ทั้งนี้ในการอภิปรายตนจะอภิปรายถึงบุคคลภายนอกเท่าที่จำเป็น คนที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงมีหน้าที่และสามารถมาชี้แจงได้ ส่วนคนอื่นๆตนไม่ได้กล่าวถึงชื่อ เพราะเขาไม่มีสิทธิ์ มาโต้แย้งหรือชี้แจงได้ อย่างตนพูดถึงชื่อย่อมิสเตอร์ เอ็กซ์ ยืนยันว่า มีตัวตนจริง ตนจบนิติศาสตร์มา อะไรจะผิด อะไรครบองค์ประกอบการฟ้องหรือไม่ตนทราบ อย่างไรก็ตามเมื่อไปถึง ศาลหากข้อเท็จจริงปรากฏว่าการที่ตนอภิปรายในสภา เป็นความผิดนั้น ตนจะเลิกเล่นการเมืองตลอดชีวิต แต่หากตนไม่ผิด ทางพรรคเพื่อไทยจะรับผิดชอบอะไรได้บ้าง โดยเฉพาะกับตนและสังคม และการที่พรรคเพื่อไทยฟ้อง เชื่อว่าเป็นการฟ้องแก้เกี้ยว เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนเพราะกระบวนการยุติธรรมกว่าจะเสร็จใช้เวลาอีกนาน
ปชป. ลั่นเดินหน้าสอบทุจริตรัฐบาลต่อ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้พรรคกำลังรวบรวมข้อมูลจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ไปดำเนินการตรวจสอบตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการที่รัฐบาลอ้างว่าได้มีการซื้อข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือ จีทูจี กับประเทศจีนนั้น ก็จะดำเนินการทำหนังสือถึงสถานฑูตจีนว่ามีการซื้อขายจริงหรือไม่ ซึ่งหวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากประเทศจีนในการให้ข้อมูลข้อเท็จจริง เพราะหากไม่เป็นไปตามที่รัฐบาลกล่าวอ้าง ก็อาจทำให้เกิดปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้
ดังนั้นขณะนี้จึงอยากให้รัฐบาลนำข้อมูลที่ชัดเจนออกมาแสดงว่าใครเป็นตัวแทนจากต่างประเทศมาทำสัญญาซื้อขายข้าวบ้าง หากรัฐบาลไม่ยอมเปิดเผยข้อมูล ก็จะทำให้ลดความน่าเชื่อถือ และไม่มีความจริงจังในการปราบปรามการทุจริต นอกจากนี้การทุจริตขุดลอกคูคลองงบประมาณ 1.2 แสนล้านบาทนั้น ในวันนี้ได้มอบหมายให้นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ไปยื่นเพื่อตรวจสอบต่อไป
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศยังไม่มีข้อสรุปเกี่ยวกับถึงการยอมรับเขตอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือ ICC นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่ายังไม่ทราบถึงข้อเสนอที่กระทรวงการต่างประเทศต้องการทำคืออะไร เพราะถ้าหากมีการรับเขตอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศ รัฐบาลจะต้องนำไปสู่ความเห็นชอบสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินต่อไป
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึง กรณีที่พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่ากระทรวงกลาโหม เซ็นคำสั่งรอบสอง ปลดออกตนเองจากการเป็นนายทหารสัญญาบัตรว่ายังไม่ได้รับหนังสือ แต่หากได้รับก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ขอให้ข้อคิดกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่า ถ้าหากเห็นว่าการรับราชการเป็นโมฆะมาตั้งแต่ต้น แล้วจะปลดออกจากนายทหารชั้นสัญญาบัตรได้อย่างไร จึงชี้ให้เห็นว่าเป็นคำสั่งที่ขัดแย้งกันเอง ดังนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง เพราะเชื่อว่ามีเป้าหมายต้องการกำจัดให้ตนพ้นจากการเป็นส.ส.



