
'ปู'ถกต่อพรบ.มั่นคง5อำเภอใต้1ปี
'ปู'ถก'ครม.ย่อย' ครม.ย่อย ต่ออายุ พรบ.ความมั่นคง 5 อำเภอใต้ อีก 1 ปี ผลโพลล์หนุน'นายกฯ'ลงแก้ปัญหาความไม่ปลอดภัยของครูใน 3 จชต. ด้วยตัวเอง
30 พ.ย.55 .ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กลุ่มย่อย จำนวน 9 คน ที่ประกอบไปด้วย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี รมว.ต่างประเทศ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ รมว.ศึกษาธิการ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายก นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต รมช.คมนาคม พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ทั้งนี้เพื่อพิจารณาแนวทางการต่ออายุพระราชบัญญัติความมั่นคง (พ.ร.บ.ความมั่นคง) ในเขต 4 อำเภอในจังหวัดสงขลาประกอบด้วย จะนะ นาทวี เทพาและ สะบ้าย้อย และ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี รวมถึงหารือถึงสถานการณ์ความมั่นคงในประเด็นอื่น โดยใช้เวลารวมทั้งสิ้นประมาณ 1 ชั่วโมง
กระทั่งเมื่อเวลา 11.00 น. ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุม ครม.กลุ่มย่อย มีมติขยายต่ออายุ พรบ.ความมั่นคงในพื้นที่ดังกล่าวไปอีก 1 ปี เพื่อใช้เป็นกฎหมายหลักสำหรับการปฏิบัติงาน โดยแนวทางที่จะแก้ปัญหาต่อไปนี้นั้น นายกฯ ในฐานะผู้บริหารได้ลงมากำกับเองในภาพรวม ทั้งในเรื่องงบประมาณ และการสั่งการในภาพรวมทั้งหมด ขณะที่ พล.อ.อ.สุกำพล จะรับผิดชอบงานในพื้นที่ ส่วนตนจะเป็นรองประธานศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.) พร้อมกันนี้นายกฯได้สั่งให้ที่ประชุมไปทบทวนศึกษาการใช้ พรก.ฉุกเฉินในพื้นที่อย่างรอบคอบ และหากเจ้าหน้าที่เห็นชอบก็พร้อมจะลดการใช้ในพื้นที่การใช้ พรก.ฉุกเฉิน ให้มากที่สุด โดยตนยืนยันว่ารัฐบาลใช้ความประนีประนอมในการแก้ปัญหา พร้อมกับหามาตรการอื่นๆในการแก้ปัญหาให้เหมาะสม ส่วนกรณีที่ประชุมองค์การการประชุมอิสลาม (โอไอซี) เสนอให้มีการยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการ ตนคงไปตอบแทนคณะกรรมการที่จะพิจารณาไม่ได้
ผลโพลล์หนุน"นายกฯ"ลงแก้ปัญหาความไม่ปลอดภัยของครูใน 3 จชต. ด้วยตัวเอง
"สวนดุสิตโพลล์" มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้เผยแพร่ผลสำรวจความเห็นในหัวข้อ“ปิดโรงเรียน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้” โดยได้สำรวจความคิดเห็น ของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั่วประเทศ ทั้งครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และ ประชาชน จำนวน 1,197 คน ระหว่างวันที่ 28-30 พฤศจิกายน 2555 โดยเมือถามว่าจากกรณีความไม่ปลอดภัยครู 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จนต้อง “ปิดโรงเรียน” ทำอย่างไร ? จึงจะแก้ปัญหานี้ได้ ผู้ที่รับผิดชอบควรทำอย่างไรบ้าง? ทั้งนี้ผลสำรวจระบุว่า 1.นายกรัฐมนตรี ควรทำดังนี้ คือ อันดับ 1 มีการจัดการขั้นเด็ดขาด ลงมาดูแลด้วยตนเองอย่างใกล้ชิดเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับครูและคนในพื้นที่ 39.65% อันดับ 2 จัดสรรงบประมาณและกำลังพลลงในพื้นที่ให้มากขึ้นเพื่อให้ความคุ้มครองและดูแลความปลอดภัย 32.76% อันดับ 3 ขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายให้ช่วยกันระดมความคิดเห็นและเร่งแก้ปัญหาให้ยุติโดยเร็ว27.59%
ขณะที่ รัฐมนตรี ของ กระทรวงศึกษาธิการ” (ทั้งรมต.ว่าการฯและรมต.ช่วยว่าการฯ) ควรทำดังนี้ คือ อันดับ 1 จัดสรรงบประมาณที่เหมาะสมให้กับครูภาคใต้ในเรื่องของความเป็นอยู่ สวัสดิการ เงินชดเชยต่างๆ ฯลฯ 43.56% อันดับ 2 ต้องลงพื้นที่ พบปะครู รายงานสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นให้นายกฯได้ทราบเพื่อจะได้แก้ปัญหาได้ทันท่วงที 29.42% อันดับ 3 ปรับรูปแบบวิธีการเรียนการสอนเฉพาะ 3 จ.ภาคใต้ เพื่อให้นักเรียนและครูปลอดภัย เช่น เรียนรู้อยู่ที่บ้าน 27.02%
ส่วน“ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ” ควรทำดังนี้ คือ อันดับ 1 ให้การสนับสนุนด้านชีวิตความเป็นอยู่ของครู เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการทำงาน เช่น เพิ่มสวัสดิการ ค่าตอบแทน 44.91% อันดับ 2 ระดมความคิดเห็นเพื่อหาแนวทางหรือวิธีการแก้ไขปัญหาโดยเร็ว /มีมาตรการหรือนโยบายพิเศษ 34.86% อันดับ 3 มีความเต็มใจและพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ 20.23%
“เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ในพื้นที่ 3 จ.ชายแดนภาคใต้” ควรทำดังนี้ คือ อันดับ 1 จะต้องมีความเข้มงวด รัดกุมให้มากขึ้น /เฝ้าระวัง ดูแลตรวจตราโรงเรียนต่างๆอย่างใกล้ชิด 54.44% อันดับ 2 เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ในแต่ละจุดที่เป็นพื้นที่เสี่ยงหรือเป็นพื้นที่สำคัญให้มากขึ้น 26.73% อันดับ 3 สอนให้ประชาชนรู้จักการป้องกันตัวเองในเบื้องต้น เช่น หัดสังเกต หรือระมัดระวังตัวให้มากขึ้น 18.83%
ขณะที่ครู และ นักเรียน ในพื้นที่ 3 จ.ชายแดนภาคใต้” ควรทำดังนี้ คือ อันดับ 1 ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ดูแลสอดส่องชุมชนหรือบริเวณโรงเรียนให้มีความปลอดภัย 38.14% อันดับ 2 ทั้งครูและนักเรียนจะต้องมีกำลังใจที่ดี เข้มแข็ง ทำตามหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด 35.19% อันดับ 3 เพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างเคร่งครัด 26.67%
“ประชาชน ในพื้นที่ 3 จ.ชายแดนภาคใต้” ควรทำดังนี้ คือ อันดับ 1 ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ช่วยเป็นหูเป็นตาหรือแจ้งเบาะแสเมื่อพบเห็นสิ่งผิดปกติ 59.38% อันดับ 2 ดูแลบุตรหลานหรือคนในครอบครัวให้ปลอดภัย ไม่ออกนอกบ้านในยามวิกาล 23.74% อันดับ 3 จะต้องมีความสามัคคี ปรองดอง ไม่แบ่งแยก เป็นกำลังใจให้กันและกัน 16.88%



