ข่าว

ร่วมวงทีพีพีไทย'ได้-เสีย'?

ร่วมวงทีพีพีไทย'ได้-เสีย'?

30 พ.ย. 2555

ร่วมวงทีพีพีไทย'ได้-เสีย'? : บทความพิเศษ โดยดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร http://www.oknation.net/blog/parnpree

             การแสดงเจตนารมณ์ของรัฐบาลไทยที่จะเข้าร่วมในการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) โดย นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แถลงข่าวร่วมระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2555 ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ที่เรากลับมาเจรจาในกรอบเขตการค้าเสรีอีกครั้ง

              เมื่อย้อนหลังกลับไปในปี 2548 ที่ทีพีพี เริ่มก่อกำเนิดขึ้นในช่วงนั้น สมาชิกในกรอบความร่วมมือเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก หรือเอเปค 4 ประเทศ คือ ชิลี นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ และบรูไน ได้หารือถึงแนวทางจัดตั้งเขตการค้าเสรีขึ้น ภายในกลุ่มเอเปคด้วยกัน ซึ่งต่อมาในปี 2551 สหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ ได้แสดงความสนใจเข้าร่วมเจรจาด้วยเป็นลำดับ จนปัจจุบันนี้มีสมาชิกรวม 11 ประเทศ ซึ่งมี 4 ประเทศ ที่มาจากอาเซียน คือ บรูไน สิงคโปร์ เวียดนาม และมาเลเซีย

              จากนี้ไปรัฐบาลก็จะต้องเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการเจรจาเพื่อเข้าไปเป็นสมาชิกในกลุ่มประเทศสมาชิกทีพีพี ทั้งขั้นตอนในประเทศ เช่น การศึกษาถึงผลประโยชน์ และผลกระทบในการเข้าเจรจา และการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ก่อนการจัดทำกรอบการเจรจาความตกลง ตามข้อกำหนดของมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญปี 2550 และขั้นตอนในต่างประเทศ ที่ไทยจะต้องเริ่มเจรจากับประเทศสมาชิกเป็นรายๆ ไป เพื่อให้ประเทศสมาชิกทั้งหมดยอมรับไทยเข้าร่วมเจรจาด้วยเสียก่อน

              การเข้าร่วมในทีพีพีของไทยในวันนี้ จึงมีความแตกต่างจากข้อตกลงเอฟทีเอ ที่ไทยลงนามกับหลายประเทศในอดีต เพราะการเจรจาในกรอบต่างๆ ที่ผ่านมานั้น ทุกกรอบได้ยึดหลักเกณฑ์และกฎระเบียบขององค์การค้าโลกเป็นหลัก แต่การเจรจาในกรอบทีพีพีนั้น ประเทศที่เข้าร่วมก่อนหน้านี้ได้เริ่มส่งเสียงออกมาเป็นระยะๆ ว่า การเจรจาในกรอบทีพีพีนั้น เปรียบเสมือน “ซูเปอร์เอฟทีเอ” เพราะมีข้อเรียกร้องที่สูงเกินกว่ากรอบข้อตกลงของดับเบิลยูทีโอเสียอีก

              เช่น ข้อตกลงในเรื่องการค้าบริการที่อยากให้ทุกประเทศต้องเปิดเสรี 100% ในทุกสาขา ซึ่งหมายถึงว่า ต่อไปภาคธนาคารและการเงินของไทยก็ต้องเปิดให้ต่างชาติถือหุ้นได้ 100% ธุรกิจโทรคมนาคม หรือแม้แต่ธุรกิจท่องเที่ยวก็ต้องเปิดเสรี 100% หมด หรือเรื่องสิทธิบัตรยา ที่เราต้องคุ้มครองตามกฎทรัพย์สินทางปัญญา อาจเป็นเหตุให้คนไทยต้องซื้อยาแพงขึ้น

              ดังนั้นการตัดสินใจในการเข้าเจรจา เพื่อเป็นสมาชิกทีพีพี จึงมีผลอันใหญ่หลวงต่อไทย ว่าไทยจะมีความสามารถในการเจรจาที่จะไม่ยอมรับเงื่อนไขที่ทำให้ไทยต้องเสียหาย และรับเงื่อนไขที่เกิดประโยชน์ต่อไทยได้หรือไม่

              การแสดงเจตนารมณ์เข้าร่วมเจรจาทีพีพี ของรัฐบาลไทยประเด็นสำคัญสำหรับไทยน่าจะอยู่ที่ว่าเรามี “ความพร้อมเจรจาหรือไม่”

              ผมคิดว่า จากนี้ไปเรื่องที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการโดยด่วน คือ

              1.หากมีผลการศึกษาเกี่ยวกับทีพีพีแล้ว รัฐบาลควรเร่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติ ประกอบด้วย รัฐมนตรีจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และผู้ทรงคุณวุฒิ เข้ามาดูแลภาพรวมการเจรจาการเปิดการค้าเสรี รวมทั้งรัฐบาลตั้งหัวหน้าคณะเจรจาที่มีประสิทธิภาพ

              2.ต้องเร่งนำเค้าโครงข้อตกลงทีพีพี ที่สมาชิกทีพีพีเห็นชอบจากการประชุมสมาชิกทีพีพีรอบที่ 2 เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2554 มาศึกษาอย่างละเอียด เพื่อวางแผนและกำหนดกรอบเจรจาของฝ่ายไทยให้รอบคอบ

              3.เตรียมความพร้อมให้เป็นไปตามมาตรการ 190 แห่งรัฐธรรมนูญปี 2550 รวมทั้งการเร่งชี้แจงถึงความจำเป็นที่รัฐสภาควรให้การสนับสนุน

              4.เมื่อฝ่ายไทยมีความพร้อมในระดับหนึ่งแล้ว หรือสามารถดำเนินการควบคู่กันไป คือการเตรียมหารือกับประเทศสมาชิกทีพีพีทุกประเทศ เพื่อขอรับทราบความคืบหน้า และเพื่อให้ได้รับการยอมรับเข้าเป็นสมาชิกทีพีพีต่อไป

              5.และควรเตรียมมาตรการรองรับไว้ด้วย หากช่วงการเจรจามีประเด็นอะไรที่ขัดแย้งต่อท่าทีและจุดยืนของฝ่ายไทย หรือหากจำเป็นต้องถอย จะทำอย่างไร หรือหากสุดท้ายได้เป็นสมาชิกทีพีพีแล้ว รัฐบาลจะใช้ประโยชน์จากทีพีพีเต็มที่ได้อย่างไรได้บ้าง

              ข้อตกลงเปิดการค้าเสรี เป็นกระแสสำคัญของโลก ที่ไทยไม่อาจมองข้ามไปได้ ไทยมีประสบการณ์ในการทำเอฟทีเอกับหลายประเทศมาแล้ว และอีกไม่นานก็จะเข้าสู่การเจรจาเอฟทีเอกับสหภาพยุโรป และเจรจาความตกลงพันธมิตรทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ที่ประกอบด้วย 16 ประเทศ รวมทั้งเจรจาทีพีพี ที่มีระดับการเปิดการค้าเสรีสูงสุด

              ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องเตรียมตัวให้ดี โดยการสร้างกลไกและกระบวนการเจรจาที่มีประสิทธิภาพกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพื่อรองรับการใช้ประโยชน์จากข้อตกลงเอฟทีเอที่ทำมาในอดีต และกับการวางยุทธศาสตร์การเจรจากับข้อตกลงเปิดการค้าเสรีในอนาคตด้วยครับ

..............

(หมายเหตุ : ร่วมวงทีพีพีไทย'ได้-เสีย'? : บทความพิเศษ โดยดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร http://www.oknation.net/blog/parnpree)