ข่าว

กก.สิทธิฯลงพื้นที่สางคดี'ชนเผ่าถูกยิง'

กก.สิทธิฯลงพื้นที่สางคดี'ชนเผ่าถูกยิง'

29 พ.ย. 2555

'หมอนิรันดร์' นำทีมกก.สิทธิฯ ลงพื้นที่ตามคดีชนเผ่าลีซูถูกยิงเสียชีวิต หลังลูกสาวส่งหนังสือเรื่องเรียน พบมูลเหตุการตายมีเงื่อนงำ

                สืบเนื่องจากกรณีน.ส.คะติมะ หลี่จ๊ะ อายุ 27 ปี ชาวเขาเผ่าลีซู อยู่บ้านเลขที่ 21/ช หมู่ 1 บ้านสันป่าเหียง ต.เมืองคง จ.เชียงใหม่ ได้ทำเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อขอให้ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ด้านสิทธิในกระบวนการยุติธรรมและการเลือกปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นธรรมอันเกี่ยวเนื่องกับสิทธิในที่ดินทำกิน กรณีนายอะซือโต๊ะโล๊ะ หลี่จ๊ะ ผู้เป็นบิดาถูกยิงเสียชีวิต เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2555 ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่าผู้ตายขัดขืนการจับกุมในความผิดฐานบุกรุกแผ้วถางป่าและทำร้ายเจ้าหน้าที่

                น.ส.คะติยะ ระบุว่า สาเหตุพ่อถูกยิงเสียชีวิตดังกล่าวนั้น น่าจะมาจากการที่บิดาของตนและชาวบ้านเรียกร้องขอทำกินในที่ดินของตัวเอง ซึ่งเดิมได้รับการจัดสรรตั้งแต่ปี 2547 แต่ต่อมามีการนำพื้นที่ทำกินของชาวลีซูไปจัดสรรให้คนพื้นที่ราบเข้ามาแผ้วถางทำกินบนที่ดินแปลงดังกล่าวโดยไม่ให้ชาวลีซูได้ทำกินบนที่ดินเดิม และเห็นว่าเป็นการเลือกปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่เป็นธรรม ผู้ร้องจึงร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมดังกล่าว นอกจากนี้ยังระบุว่าในวันที่เสียชีวิตไม่ได้ไปแผ้วถางป่าตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุ เพราะในวันดังกล่าวนั้นผู้ตายแค่เข้าไปตามวัวในป่าเท่านั้น

                ล่าสุดวันที่ 29 พฤศจิกายน นายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ประธานอนุกรรมการสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว โดยในช่วงเช้าได้ลงพื้นที่บ้านสันป่าเหียง ต.เมืองดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เพื่อเยี่ยมครอบครัวผู้เสียหายและตรวจสอบข้อเท็จจริง และในช่วงบ่ายของวันเดียวกันได้ร่วมประชุมกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับกรณีการเสียชีวิตดังกล่าว อาทิ อำเภอเชียงดาว, อัยการจังหวัดเชียงใหม่,สถานีตำรวจภูธรเชียงดาว, สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1(เชียงใหม่), สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16, ที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ สาขาเชียงดาว, แพทย์ผู้ชันสูตรพลิกศพ,นายกอบต.เมืองคอง , กำนันตำบลเมืองคอง, และนายสุธันย์ ยอดหนัก ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบ้านใหม่

                นายสุธันย์  ได้ยอมรับว่าเป็นคนยิงผู้ตายจริง ซึ่งในวันดังกล่าวนั้นตนได้เดินทางเข้าไปในป่าพร้อมเจ้าหน้าที่ปกครองหลังจากที่ได้รับแจ้งว่ามีผู้บุกรุกแผ้วถางป่าในป่า จึงเดินทางเข้าไปในป่าดังกล่าว และพบว่าผู้ตายกำลังแผ้วถางป่าอยู่ จึงแสดงตัวเข้าจับกุม แต่ผู้ตายได้วิ่งหนีพร้อมยิงปืนแก๊ปใส่ตนเองจนได้รับบาดเจ็บที่แขนซ้าย และตนจึงยิงตอบโต้ทำให้ผู้ตายเสียชีวิต ซึ่งตนก็ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้ผู้ตายเสียชีวิตดังกล่าว

                ตรงกันข้ามกับคำให้การของลูกสาวผู้ตายที่ระบุว่า ในวันเกิดเหตุผู้ตายได้ไปตามวัวในบริเวณที่เกิดขึ้นซึ่งเป็นที่ของตัวเอง และลูกสาวผู้ตายยังอ้างอีกว่า สาเหตุดังกล่าวว่าน่าจะมาจากการเลือกปฎิบัติของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากมีการปล่อยให้คนพื้นราบเข้ามาแผ้วถางทำกินในพื้นที่ป่าได้ โดยไม่มีการห้ามปราม ทั้ง ๆ ที่ไร่บางแปลงของพี่น้องพื้นราบติดกับไร่ของชาวบ้านลีซู และก่อนเกิดเหตุประมาณ 1 - 2 เดือน ผู้ตายได้เข้าไปพบกำนันเพื่อขอทำกินในที่ของตัวเอง เนื่องจากมีความจำเป็นต้องปลูกข้าวเพื่อเลี้ยงครอบครัว แต่ได้รับการข่มขู่จากกำนัน ว่าจะยึดที่ดินไม่ให้ทำกิน นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตว่าในวันเกิดเหตุได้มีการต่อสู้กันจริงหรือไม่ เพราะดูจากหลักฐานแล้ว ไม่น่าจะมีการต่อสู้กันจริง เนื่องจากทิศทางกระสุนปืนมีลักษณะยิงจากข้างหลังผู้ตาย ยิงถูกซี่โครงซ้าย เหมือนผู้ตายกำลังวิ่งหนี

                นายแพทย์นิรันดร์ กล่าวว่า หลังจากที่ลงพื้นที่ในวันนี้ตนขอฝากอยู่สองเรื่องคือ หนึ่งในเรื่องคดีก็ต้องนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งตามกฎหมายกรรมการสิทธิฯมาตรา 22 ระบุว่าถ้าเรื่องเข้าสู่กระบวนการกลไกของส่วนศาลนั้น เราก็จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว เป็นเรื่องของญาติผู้ตายที่จะตั้งทนายหรือคัดค้านในชั้นศาลต่อไป อีกเรื่องที่สองในส่วนของกรรมสิทธิฯ อยากฝากเรื่องปัญหาสิทธิทำกินของชาวเผ่าลีซู ซึ่งจากการลงพื้นที่มีข้อมูลพอสมควรว่า พบ 30 ครอบครัวที่ไม่มีที่ทำกิน ซึ่งที่ผ่านมาคงมีการอนุญาตให้ทำกินบนพื้นที่เขาเคยทำกิน แต่ในปัจจุบันคงมีการเคร่งครัดในเรื่องของกฎหมายจึงให้เขาออกจากพื้นที่ไป

                “นอกจากนี้ยังพบว่าบางส่วนประมาณร้อยกว่าคน 50 คนได้สัญชาติไทย 40 คนเป็นบัตรชมพู ส่วนอีก 10 คนเป็นคนแก่ ซึ่งเขาเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ รัฐธรรมนูญให้ความคุ้มครอง ให้เขามีสิทธิในที่ทำกิน ถ้าเขามีการหารายได้ในภาคเกษตรกรรมที่ให้เขามีชีวิตอยู่ได้ หรือเลี้ยงปากท้องได้ จะได้ไม่เป็นปัญหาทางสังคม ไมได้เป็นภาระต่อบ้านเมือง ไม่เจอปัญหายากจน เพราะฉะนั้นสิทธิประโยชน์ในที่ดินทำกินในเรื่องสิทธิชุมชน ตามมาตรา 66 และ 67 เรื่องของสิทธิที่ได้รับการคุ้มครองของกลุ่มชาติพันธุ์ อยากให้เราไปช่วยดูแล ไม่อย่างนั้นทุกอย่างจะเป็นปัญหาของบ้านเมือง ซึ่งฝ่ายปกครองต้องมารับภาระตรงนี้ อย่างคดีที่เกิดขึ้นผู้ตายคงไม่มีที่ทำกินจึงเข้ามาขอกับกำนัน อยากฝากให้ดูเรื่องนี้ด้วย เนื่องจากว่าเป็นสิทธิของความเป็นคน ศักดิ์ศรีของความเป็นคน ผมจะลงมาพื้นที่อืกครั้ง เพื่อมาเคลียร์เรื่องเอกสารสิทธิของที่ดินที่ทำกิน และเรื่องสิทธิในการทำกิน และ โจทย์นี้เราต้องช่วยกันคิด ว่าจะทำอย่างไร เนื่องจากทั่วประเทศก็มีปัญหานี้เช่นเดียวกัน “นายแพทย์นิรันดร์กล่าว

 

...................

(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)