
สาวใหญ่อ้างเป็นลูก'คมน์ อรรฆเดช'
สาวใหญ่ลูกจ้างประจำกรมเจ้าท่าออกมาเปิดเผยตัว อ้างเป็นลูกสาวอดีตผู้กำกับหนังชื่อดัง "คมฆ์ อรรฆเดช" เผยชีวิตอยู่อย่างลำบาก
สาวใหญ่โผล่อ้างเป็นลูก'คมน์ อรรฆเดช'
เผยชีวิตอยู่อย่างลำบาก
29พ.ย.2555 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากการเสียชีวิตของ "คมน์ อรรฆเดช" หรือ ดร.สมคิด เล่งอิ๊ว อดีตผู้กำกับหนังคนดังได้ไม่นาน ได้มีการฟ้องร้องเกี่ยวกับมรดกที่มีกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งล่าสุดวันที่ 30 พ.ย.นี้ศาลจังหวัดพระโขนงจะเรียกคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายมาตกลงไกล่เกลี่ยกัน
อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดปทุมธานี ได้รับการเปิดเผยจากนางกัญญาภัค คงสืบ อายุ 43 ปี บ้านเลขที่ 60 ม.4 ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี และทำงานอยู่ที่กรมเจ้าท่า โดยอ้างว่าตัวเองเป็นลูกสาวของ"คมน์ อรรฆเดช" ทั้งนี้นางกัญญาภัคอยู่บ้านหลังดังกล่าวพร้อมด้วยนางแฉล่ม อายุ 78 ปี และนางขันทอง อายุ 61 ปี ซึ่งเป็นยายและแม่
ทั้งนี้นางกัญญาภัค กล่าวว่า ตนเองนั้นทำงานเป็นลูกจ้างประจำอยู่ที่กรมเจ้าท่า สาเหตุที่เปิดเผยตัวครั้งนี้ก็เพื่อต้องการให้สังคมได้ทราบว่าตัวเองก็เป็นลูกสาวคนหนึ่งของ “คมน์ อรรฆเดช” ทั้งนี้แม่ของตนเองคือนางขันทอง คงสืบ นั้นได้อยู่กันกินกับ "คมน์ อรรฆเดช" ตั้งแต่ยังไม่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิง แต่เกิดความไม่เข้าใจกันและแยกกันอยู่ตั้งแต่แม่ของต้นเพิ่งตั้งท้องได้เพียง 8 เดือน ซึ่งตั้งแต่ตนเองเกิดมาจนถึงวันนี้ 43 ปีแล้ว ยังไม่เคยพบหน้าพ่อ แม้แต่ครั้งเดียว
"ก่อนหน้าที่พ่อจะเสียชีวิตก็เคยพยามติดต่อไปที่ทำงานของพ่อ แต่ก็ไม่เคยได้คุยกันสักครั้งเพราะมีคนกีดกัน ไม่ยอมให้คุยด้วย จนพ่อเสียชีวิต แม้แต่จะไปจุดธุปไหว้ศพของพ่อ ก็ยังถูกห้าม ซึ่งดิฉันเองก็รู้สึกเสียใจมาก จึงอยากออกมาพูดบ้าง" นางกัญญาภัค กล่าว
ด้านนางขันทอง กล่าวว่า สมัยที่ตนยังเป็นเด็กอยู่นั้นได้ตามแม่คือนางแฉล่มไปทำงานอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ในองค์การสนธิป้องกันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(ซีโต้ หรือ ส.ป.อ.) ได้พบกับ "คมน์ อรรฆเดช" ตอนนั้นยังชื่อนายสมคิด เล่งอิ๊วอยู่เลย โดยทำงานเป็นการ์ดอยู่ที่ร้านเดียวกัน เนื่องจากต้องออกจากราชการตำรวจ จนรู้จักและชอบพอกัน
"และเมื่อตนเองตั้งท้องได้ 8 เดือน ก็มีเรื่องทะเลาะกัน สุดท้ายดิฉันก็ออกมาจากร้านที่ทำงานอยู่ โดยไปอาศัยอยู่กับพี่สาว แต่พี่คมน์ก็ไม่มาตาม และห่างกันออกไปจนคลอดลูกสาวออกมา ซึ่งพี่เขาก็รู้มาตลอดว่าดิฉันมีลูกสาวกับเขา แต่ก็ได้เพียงโทรศัพท์พูดคุยกันเท่านั้นเพราะเขาไม่เคยมาหาแต่อย่างใด" นางขันทอง กล่าวและว่า
ต่อมาเมื่อพี่คมน์เริ่มมีเข้าสู้วงการแสดง ก็ยิ่งห่างกันไม่ค่อยได้คุยกันเพราะดารานักแสดงในสมัยนั้นมักจะปกปิด ไม่เปิดเผยเรื่องครอบครัว จะมีก็แต่เพื่อนๆของตนและเพื่อนๆของเขาเท่านั้นที่รู้ว่ามีตนและมีลูก โดยครั้งสุดท้ายที่ตนเองได้โทรศัพท์พูดคุยกับเขาก็ประมาณสัก 5-6 ปีก่อนที่พี่เขาจะเสียชีวิต
นางกัญญาภัค กล่าวด้วยว่า ตนเองนั้นไม่มีหลักฐานอะไรว่าตนเป็นลูกสาวของพ่อคมน์ อรรฆเดช มีเพียงทะเบียนบ้านที่ระบุว่าตนเองเป็นลูกสาวของนายสมคิด ส่วนใบเกิดก็สูญหายตอนน้ำท่วมเมื่อปีที่แล้ว แต่ถ้าจะให้ตรวจดีเอ็นเอ ตนเองก็พร้อมให้ตรวจเพื่อยืนยันว่าตนเองนั้นก็เป็นลูกคนหนึ่ง
"มีครั้งหนึ่งที่พ่อมาติดต่องานกับอาจารย์ท่านหนึ่งที่มหาวิทยาลัยย่านฝั่งธัญบุรี ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน มีเพื่อนบ้านรวมทั้งญาติๆก็มาบอกว่า พ่อมาให้ไปหาแต่ดิฉันไม่กล้าเพราะเกรงใจ แม้แต่วันที่พ่อเสียชีวิตและตั้งศพที่วัดธาตุทอง ดิฉันเองได้เดินทางไปและจะเข้าไปจุดธูปไหว้ศพ ก็มีเจ้าหน้าที่มากันตัวเองไม่ยอมให้ตัวเองเข้าไปไหว้ จึงทำได้เพียงยืนยกมือไหว้ศพพ่อเท่านั้น" นางกัญญาภัค กล่าวและว่า
ทุกวันนี้ชีวิตของตนเองนั้นก็ลำบาก ทำงานเดือนละหมื่นกว่าบาท สามีเสียชีวิตมีลูกเล็กๆ 2 คน และต้องเลี้ยงดูคุณตา และน้าชายที่สติไม่สมประกอบ ลำลากมากๆ ถ้าเป็นไปได้ตนเองก็อยากได้ความช่วยเหลือบ้าง



