
ความสมบูรณ์รายล้อมโรงกลั่น
ความสมบูรณ์รายล้อมโรงกลั่น มีเอสโซ่ มีชุมชน และมีนก
เอสโซ่ใส่ใจ อยู่ร่วมกับชุมชนอย่างมีความสุข มีป่า มีนก มีสิ่งแวดล้อมที่ดี ท่ามกลางโรงกลั่นกลับมารายล้อมด้วยธรรมชาติที่มีความสมบูรณ์
นายมงคลนิมิตร เอื้อเชิดกุล กรรมการและผู้จัดการกิจกรรมองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เอสโซ่ปฏิบัติงานโรงกลั่นมากกว่า 40 ปี เอสโซ่ให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกับชุมชนอยู่ 2 เรื่องด้วยกัน คือ กิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม และกิจกรรมทางสังคม
ตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือ ป่าชายเลน ซึ่งอุดมสมบูรณ์ สิ่งนี้ชี้ให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกันได้เป็นอย่างดี ระหว่าง โรงกลั่น และธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ที่โรงกลั่นเอสโซ่มีชมรมถ่ายภาพ จากชมรมนี้เองที่ได้ภ่ายภาพถ่ายไว้ ทำให้เห็นว่า นกรอบๆ โรงกลั่นมีหลากหลายพันธุ์ หลายชนิด จึงนำเอาภาพนกต่างๆ มาลงในปฏิทินประจำปี 2556 ของบริษัท เพื่อให้เห็นว่า สิ่งแวดล้อมรอบโรงกลั่นยังสมบูรณ์ ธรรมชาติสามารถอยู่ร่วมกับอุตสาหกรรมได้ โดยมีทั้งน้ำ และอากาศ ซึ่งน้ำก็คือ ป่าชายเลน ส่วนอากาศก็คือ นก
จากความสมบูรณ์ของป่าชายเลน ชาวบ้านก็มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ป่าชายเลนบ้านแหลมฉบังให้สมบูรณ์ด้วย ได้มีการวัดคุณภาพน้ำ คุณภาพอากาศ โดยสอนให้เด็กๆ ในชุมชนรู้จักเรียนรู้ในเรื่องใกล้ตัว นำวิทยาศาสตร์มาเป็นตัวพิสูจน์คุณภาพน้ำ โดยเด็กๆ จะทำการวัดคุณภาพน้ำ เพื่อให้ชุมชนมั่นใจว่า น้ำที่ผ่านบริเวณนี้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำทะเล น้ำจืดที่ผ่านป่าชายเลน อยู่ในคุณภาพที่ดี
นอกจากนี้เอสโซ่ได้ปรับปรุงการกลั่นให้ลดมลภาวะด้วยเทคโนโลยีใหม่ โดยปีที่แล้วใช้เงินลงทุนกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์น้ำมันที่มีคุณภาพดี ให้ผู้ใช้น้ำมันมั่นใจว่า มลภาวะที่ออกจากรถยนต์มีความสะอาดขึ้น มลภาวะน้อยลง ได้มาตรฐานยูโร 4 หมายถึง มีซัลเฟอร์ 50 ส่วนต่อล้านส่วน มีเบนซินเหลือ 1% โดยผลิตภัณฑ์ของเอสโซ่ทั้งน้ำมันเบนซินและดีเซล
โรงกลั่นอยู่ห่างจากป่าชายเลน 1 กม.กว่า นั่งรถมาไม่นาน เจอป่าชายเลนที่สมบูรณ์ อุตสาหกรรมกับสิ่งแวดล้อมต้องอยู่ร่วมกันได้ ถ้าเราใส่ใจและจริงจังกับการทำงาน
"ไม่น่าเชื่อว่า ป่าชายเลนที่สมบูรณ์นี้ ตั้งอยู่กลางแหลมฉบังที่ได้ชื่อว่าเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม"
นายมงคลนิมิตร เสริมอีกว่า เอสโซ่ได้แบ่งการทำงานรักษาป่าชายเลนเป็น 2 ทีม คือ ทีมบูรณะ เก็บขยะ และทีมที่นำพันธุ์ไม้โกงกางมาลงแซมไปเรื่อยๆ เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์อยู่กับป่าชายเลน ป่าชายเลนแห่งนี้จึงกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ของนักเรียน และครูโรงเรียนวัดแหลมฉบัง ได้นำเด็กมาร่วมกิจกรรมกับเอสโซ่อย่างต่อเนื่อง เป็นโครงการอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างมีความสุข และ ต้องให้ความสุขเหล่านี้อยู่ด้วยกันตลอดไป
....................................................................
แดดยามเช้า ทักทายหมู่ไม้รอบๆ สระน้ำใสสะอาดที่เต็มไปด้วยปลาคาร์พหลากสี ในระหว่างทางที่ วิรัตน์ วรีพุฒซ้อนพนักงานปฏิบัติการ โรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ศรีราชา กำลังเดินไปยังอาคารบริหาร เขาหยุดที่สระน้ำนั้น เพื่อดูนกกระเต็นน้อยธรรมดา (Common Kingfisher) เกาะอยู่บนกิ่งไม้ริมสระน้ำหน้าอาคารบริหาร มันคงกำลังหาอาหาร ซึ่งมักจะเป็นปลาตัวเล็กตัวน้อย
วิรัตน์ เคยได้ยินมาว่า ก่อนหน้านี้ ริก เพอร์เซล ผู้บริหารโครงการปรับปรุงคุณภาพน้ำมัน โรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ศรีราชา ก็เคยเห็นนกกระเต็นน้อยธรรมดา ที่บริเวณสระน้ำแห่งนี้ในช่วงเย็นระหว่างที่ ริก เดินกลับจากการตรวจงานก่อสร้าง
นอกจากวิรัตน์และริกแล้ว พนักงานหลายๆ คนที่โรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ศรีราชาแห่งนี้ ต่างก็เคยพบเห็นนกน้อยหลากประเภทในบริเวณโรงกลั่น ส่วนใหญ่จะเป็นบริเวณสระน้ำและสวนสวยหน้าอาคารบริหารแหล่งน้ำรอบๆ ถังเก็บน้ำมันดิบและลานจอดรถหลังอาคารบริหาร
นกที่สามารถพบเห็นได้ที่โรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ศรีราชา มีมากมายหลายชนิด อาทิ นกตีนเทียน (Black-Winged Stilt) นกตีทอง (Coppersmith Barbet) นกปรอดหน้านวล (Yellow-vented Bulbul) นกตะขาบทุ่ง (Indian Roller) นกโพระดกธรรมดา (Lineated Barbet) นกกาเหว่า (Common Koel) นกจาบคา (Green Bee-Eater) นกกระเต็นหัวดำ (Black-capped Kingfisher) นกกะปูดใหญ่ (Greater Coucal) นกตบยุง (Nightjar) นกกระเบื้องผา (Blue Rock-Thrush) เหยี่ยวแดง (Brahminy Kite) ฯลฯ
ฉัตรชัย ธนูพราน ซึ่งทำงานที่โรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ศรีราชามานานกว่า 25 ปีมาแล้ว เล่าให้ฟังว่า "ในช่วงเดือนพฤษภาคม เป็นช่วงที่นกต่างๆ เริ่มสร้างรัง เราอาจพบเห็นนกกระแตแต้แว็ดสร้างรังบนพื้นดินแถวๆ บริเวณถังเก็บน้ำมันดิบ นกยางเปียหาปลาบริเวณคูน้ำรอบๆ หน่วยผลิต นกกาน้ำเล็ก หาปลาใน Oxidation Pond นอกจากนี้ ยังมีนกชนิดอื่นๆ บริเวณท่าเรือของโรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ศรีราชา เช่น นกยางทะเล"
นกเป็นทรัพยากรชีวภาพอย่างหนึ่งที่มีความสำคัญต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ช่วยให้ระบบนิเวศอยู่ได้อย่างสมดุล เพราะนกที่กินน้ำหวานจะช่วยผสมเกสรดอกไม้ นกที่กินผลไม้ช่วยกระจายและแพร่พันธุ์พืช จากการถ่ายมูล ให้ไปงอกงามตามที่ต่างๆ นกที่กินแมลงและล่าสัตว์อื่นเป็นอาหารช่วยกำจัดศัตรูพืชและนกที่กินซากสัตว์ ช่วยกำจัดซากก่อนที่จะเน่าเปื่อย จนกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค
ดังนั้นการพัฒนาต่างๆ ของโรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ศรีราชาจึงคำนึงถึงการดูแลสภาพแวดล้อมต่างๆ ให้อยู่ในสภาพดี
มาร์ค นอร์ธคัท กรรมการและผู้จัดการโรงกลั่น บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "ที่โรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ศรีราชา เรายึดมั่นในการดูแลปกป้องสิ่งแวดล้อม เราเชื่อว่า ด้วยความร่วมมือกันระหว่างภาคอุตสาหกรรมและชุมชนรอบข้าง เราสามารถเจริญเติบโตไปด้วยกัน พร้อมๆ กับการทำให้สิ่งแวดล้อมคงสภาพที่สมบูรณ์ทั้งเพื่อวันนี้และวันหน้า สำหรับอนุชนรุ่นต่อไป
"ในปี 2554 โรงกลั่นได้เดินเครื่องโครงการปรับปรุงคุณภาพน้ำมัน เพื่อลดปริมาณกำมะถันและสารเบนซีนในน้ำมันเบนซินและดีเซล ซึ่งเมื่อผสานกับเทคโนโลยีในรถยนต์รุ่นใหม่ๆ จะช่วยลดมลพิษในอากาศและทำให้คุณภาพอากาศของประเทศโดยรวมดียิ่งขึ้น"
นกหลากหลายชนิดที่พบเห็นได้ในบริเวณโรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ศรีราชา เป็นตัวบ่งชี้ได้เป็นอย่างดี เกี่ยวกับความสำเร็จในการรักษาสภาพแวดล้อมของเอสโซ่



