ข่าว

'เสรีพิศุทธ์'เมิน'พงศพัศ'ชิงผู้ว่าฯกทม.

'เสรีพิศุทธ์'เมิน'พงศพัศ'ชิงผู้ว่าฯกทม.

29 พ.ย. 2555

'เสรีพิศุทธ์' ไม่หวั่น 'พท.' เล็งส่ง 'พงศพัศ' ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. ด้าน 'สุหฤท' ชูนโยบายนร.กทม.เลิก 'หัวเกรียน' กระจายอำนาจ 50 เขต ขายไอเดียพัฒนากรุง

                    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 29 พ.ย. 55  พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. นำทีมงานกว่า 50 ชีวิต ประกอบพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ภายหลังที่นำคณะเดินทางไปกราบไหว้ขอพรต่อศาลหลักเมืองกรุงรัตนโกสินทร์ เขตพระนครในช่วงเช้าวันเดียวกัน ก่อนลงพื้นที่แจกเอกสารแนะนำตัวและพูดคุยกับประชาชนในย่านวงเวียนใหญ่ คลองสาน ลาดหญ้า และสำเหร่

                    พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ว่า ที่ผ่านมาตนได้ส่งหนังสือหารือคณะกรรมการการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร (กกต.กทม.) เพื่อสอบถามความชัดเจนเกี่ยวกับประกาศ กกต.เรื่องขนาดของป้ายหาเสียงที่มีข้อหนึ่งระบุว่า "ควร" ซึ่งถือว่าไม่ชัดเจนว่ามีขนาดเท่าใด จึงอยากให้กกต.กทม. ปรับปรุงระเบียบในประกาศต่างๆ ให้ชัดเจนภายใต้หลักเกณฑ์และมาตรฐานเดียวกัน ไม่ใช่ออกระเบียบในลักษณะเปิดช่องเช่นนี้ ส่วนข้อกฎหมายเรื่องการห้ามไม่ให้สัญญา หรือสัญญาว่าจะให้กรณีใดๆ ในช่วงนี้ขณะหาเสียง หรือการระมัดระวังช่วง 60 วัน ไม่ให้กระทำการสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายเลือกตั้ง รวมทั้งต้องทำบัญชีส่งกกต. ตนก็ทำทุกอย่างโปร่งใส ระมัดระวังอย่างเต็มที่ไม่ให้ผิดกฎหมาย

                    พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยเตรียมส่ง พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ว่า เป็นสิทธิของพรรคเพื่อไทยที่จะเลือกใครมาเป็นผู้สมัครในนามพรรคไม่ว่าบุคคลผู้นั้นจะเป็นสมาชิกพรรคหรือไม่ก็ตาม ทำให้เห็นว่าขณะนี้พรรคเพื่อไทยกำลังประสบปัญหาในพรรคไม่มีคนที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งดังกล่าวจริงๆ

                    วันเดียวกัน นายสุหฤท สยามวาลา ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. โพสต์เฟซบุ๊ก "DJ Suharit Siamwalla" ว่า ขอประกาศนโยบายสักสี่ข้อ เพื่อยืนยันตัวตนในการลงสมัครผู้ว่าฯกทม.ครั้งนี้ และทำอย่างจริงใจ ดังนี้ 1. เรื่องการศึกษา แนวคิดคือเลิกหัวเกรียน ท่องเท่าที่จำเป็น ไม่มีข้อสอบ ตนมีความเชื่อว่าการพัฒนาของเด็กในสังกัดกทม.ที่เป็นอนาคตไม่ควรอยู่ในกรอบเดิมๆ กรอบที่มีความหยุมหยิมในเรื่องที่ไม่พัฒนาสมองให้พร้อมกับการเป็นอนาคตของโลก โรงเรียนในสังกัดกทม.ต้องเป็นตัวอย่างของการพัฒนา จิตใจ ความรู้ และพัฒนาสมอง เพื่อให้เด็ก กทม.เก่งสุดฤทธิ์ และพูดได้มากกว่าหนึ่งภาษา จีน ญี่ปุ่น อังกฤษ เลือกเอา

                    นายสุหฤท ระบุว่า 2. Boutique Bangkok คือการมีเมืองสวย เมืองที่น่าอยู่ มีผังเมืองที่ดี กทม.ไม่ควรมีแต่การเจริญทางด้านวัตถุ ควรจะมีพื้นที่กิจกรรม มีโอกาสและมีเวลาให้คนกรุงเทพฯ เปิดชีวิตอีกด้าน จะเป็นเรื่องศิลปะ การแสดงความคิดสร้างสรรค์ และความสุนทรีย์ในชีวิต ยังมีความตื่นเต้นอีกมากที่ทำได้ ทุกคนมีชีวิตสองด้านที่จะประกอบกันให้มีความสุขได้ 3. กรุงเทพฯ ต้องเป็น City of Angles ผู้หญิงในกทม. ตนต้องเทคแคร์ ต้องได้รับเกียรติ ได้รับความสุขทั้งจิตใจและร่างกาย มีความปลอดภัย แนวคิดเรื่องนี้คือ ทุกบ้านมีผู้หญิง และถ้าผู้หญิงในบ้านมีความสุขเชื่อว่าทุกคนในบ้านจะมีความสุข

                    นายสุหฤท ระบุอีกว่า 4. 50 เขต 50 ไอเดียสร้างสรรค์ เพื่อให้กทม.พัฒนาสุดฤทธิ์ ตนมองกรุงเทพฯ เป็นประเทศหนึ่งที่มีกรุงเทพฯน้อยๆ อีก 50 กรุงเทพฯ แต่ละเขตแต่ละที่มีเสน่ห์ตนเอง การบริหารงานต้องกระจายอำนาจออกไปให้ข้าราชการและผู้อำนวยการเขตมีอิสระในการทำงานมากขึ้น จะรวดเร็วขึ้นมากถ้าเขาเก่ง และไม่มีใครรู้สภาพในเขตได้ดีเท่าข้าราชการประจำเขต มีปัญหานึกถึงเขาก่อนและตนจะผลักดันอย่างสุดฤทธิ์ ไม่หวงอำนาจ