
แจ้งจับพนง.ดีเด่นยักยอกเงินค่างวดร่วม3ล้าน
ชาวเมืองชุมพรนับสิบคน แห่แจ้งจับพนักงานฝ่ายขายบริษัทรถดังเมืองชุมพร หลังยักยอกเงินสดค่างวดลูกค้าร่วม 3 ล้าน เผยเป็นพนักงานดีเด่นหลายปีซ้อน ขณะที่ตร.จ่อออกหมายจับ
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 26 พฤษภาคม 2552 มีกลุ่มชาวบ้านจาก ต.รับร่อ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร จำนวน 9 ราย ส่วนใหญ่เป็นเจ้าของสวนกาแฟ สวนยางพารา และสวนปาล์มน้ำมัน เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อนายพิงพันธ์ เชาวลิต อัยการสำนักงานคุ้มครองสิทธิประชาชนจังหวัดชุมพร โดยกล่าวหาว่า พนักงานขายของบริษัทขายรถยักยอกเงินค่างวด
นายมณี ศรีวิรักษ์ อายุ 32 ปี ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า เมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมาได้ไปติดต่อซื้อรถยนต์โตโยต้า วีโก้ ตอนครึ่ง รุ่นสมาร์ทแค็บ ราคาเงินสด 664,032 บาท โดยซื้อเงินผ่อนทำสัญญาผ่อนชำระค่างวด 60 งวด ต้องจ่ายเงินค่างวดล่วงหน้า 15 งวด งวดละ 9,881 บาท รวมเป็นเงิน 148,215 บาท ให้แก่ นางสุธาทิพย์ หรือทรง พิณวานิช อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47/3 หมู่ 2 ต.วังไผ่ อ.เมือง จ.ชุมพร ซึ่งเป็นตัวแทนขายรถยนต์ของบริษัทโตโยต้าชุมพร จำกัด มีสำนักงานขายอยู่เลขที่123/4 หมู่ 9 ถนนชุมพร-ระนอง ต.ตากแดด อ.เมือง จ.ชุมพร
กระทั่งมาทราบเมื่อมีหนังสือติดตามทวงหนี้ของไฟแนนซ์แห่งหนึ่ง ว่า ตนไม่ได้จ่ายค่างวดตั้งแต่ซื้อรถยนต์แม้แต่งวดเดียว จึงโทรศัพท์ติดต่อไปยัง นางสุธาทิพย์ ปรากฏว่าปิดโทรศัพท์มือถือ จึงสอบถามไปยังฝ่ายขายของ บริษัทโตโยต้าชุมพร ก็ได้รับคำตอบว่า ทางบริษัทได้รับเงินค่างวดรถจากนางสุธาทิพย์ เพียง 3 งวดเท่านั้น เป็นเงิน 29,643 บาท ขณะนี้ทางบริษัทได้ไล่ นางสุธาทิพย์ ออกจากการเป็นพนักงานแล้ว ก็แสดงว่า นางสุธาทิพย์ฉ้อโกงตน รวมทั้งยักยอกเงินของบริษัทโตโยต้าชุมพรไปด้วย
นายมณี กล่าวว่า เมื่อสอบถามเพื่อนบ้านในหมู่บ้านที่ไปซื้อรถยนต์ของบริษัทนี้ พบว่ามีอีก 8 ราย ที่ถูกนางสุธาทิพย์ฉ้อโกงเช่นเดียวกับตน ต้องสูญเสียเงินไปรวมทั้งหมดทุกคนแล้วหลายล้านบาท โดยเฉพาะ น.ส.อุไรวรรณ ศรีวิรักษ์ อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นน้องสาว ได้ซื้อรถยนต์โตโยต้า โฟร์วีล ตอนครึ่ง ราคาเงินสด 689,000 บาท โดยจ่ายเงินสดไปเรียบร้อยแล้วแต่ทางบริษัทยังไม่ได้โอนรถให้ ปรากฏว่า นางสุธาทิพย์ได้เปลี่ยนสัญญาจากการซื้อเงินสด เป็นการเช่าซื้อแบบผ่อนส่งเป็นรายงวดให้ แล้วไม่นำเงินเข้าบริษัท
นายมณีกล่าวว่า พวกตนมีอาชีพทำสวนกาแฟ ซึ่งอยู่ไกลลำบากที่จะเดินทางมาชำระเงินค่างวด จึงได้มอบเงินค่างวดเป็นรายปีให้แก่ทางบริษัทผ่านนางสุธาทิพย์ ปีละ 1 แสนบาทเศษ เนื่องจากเห็นว่านางสุธาทิพย์เป็นพนักงานดีเด่นของบริษัท ได้รับรางวัลหลายปีติดต่อกันมา
นายยกเซี่ยง บุปผากาย อดีตกำนันตำบล จปร. อ.กระบุรี จ.ระนอง 1 ใน 9 ผู้เสียหาย กล่าวว่า ได้แจ้งความดำเนินคดีนางสุธาทิพย์แล้ว หลังพบว่า ปลอมแปลงเอกสารสัญญาซื้อขายรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีดำป้ายแดง ราคา 1,325,800 บาท โดยทำการซื้อขายกันที่บริษัทโตโยต้าสาขาชุมพร หลังจากที่รับรถไปได้เพียงเดือนเศษ ก็มีหนังสือจากบริษัทไฟแนนซ์แห่งหนึ่งแจ้งว่า ค้างค่างวด 1 เดือน
"แปลกใจมากเพราะซื้อรถยนต์ด้วยเงินสด แต่กลับมีใบทวงค่างวด จึงมาสอบถามข้อมูลจากบริษัทไฟแนนซ์ดังกล่าว พบว่า หนังสือสัญญาที่ทำไว้ด้วยการซื้อรถด้วยเงินสด กลับเป็นการเช่าซื้อด้วยเงินดาวน์ 6 แสนบาท โดยผ่อนชำระ 60 งวด งวดละเกือบสองหมื่นบาท เมื่อตรวจสอบเอกสารลายมือชื่อในการเซ็นสัญญาซื้อขาย พบว่าไม่ใช่ลายมือตนเอง และคนค้ำก็ไม่ใช่เซ็นชื่อแบบนี้ และยังรวมถึงเจ้าทุกข์ อีก 8 ราย ที่ถูกนางสุธาทิพย์ยักยอกเงินค่างวดเป็นรายปี ทั้งหมดเป็นเงินกว่าล้านบาท รวมทั้ง 9 ราย เป็นเงินเกือบ 3 ล้านบาท" เหยื่อรายนี้ระบุ
ทั้งนี้ นายพิงพันธ์ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านทั้ง 8 คน ไว้เรียบร้อยแล้ว พร้อมแนะนำให้ไปแจ้งความกล่าวโทษ ที่ สภ.เมืองชุมพร เมื่อ พ.ต.อ.ภาณุเดช ณ พัทลุง ผกก.สภ.เมืองชุมพร ทราบเรื่อง จึงเดินทางมารับเรื่องด้วยตนเอง
พ.ต.ต.วิชัย แสงวิเชียร พนักงานสอบสวน กล่าวว่า จากการตรวจสอบเอกสารที่ได้มาจากบริษัทโตโยต้า และเอกสารของเจ้าทุกข์ เมื่อมาเปรียบเทียบกันพบว่าหลังจากที่ทำสัญญาซื้อขายอย่างถูกต้องแล้ว น.ส.สุธาทิพย์ ได้แก้ไขสัญญาขึ้นมาใหม่อีก 1 ฉบับเป็นสัญญาเช่าซื้อ และเซ็นชื่อปลอม ส่วนเอกสารอื่นๆ ได้ใช้ของเดิม ซึ่งคดีนี้จะออกหมายเรียกนางสุธาทิพย์ ซึ่งเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นนางเมธยามารับคำฟ้อง หากไม่มาก็จะออกหมายจับทันที



