ข่าว

5แกนนำนปช.ลั่นมั่นใจคดีถึงที่สุด

5แกนนำนปช.ลั่นมั่นใจคดีถึงที่สุด

29 พ.ย. 2555

"เต้น"มั่นใจในคดีนี้ถึงที่สุด ส่วน" ธิดา"ยันไม่นำมวลชนกดดันศาล หากโดนถอนยื่นประกันใหม่ทันที ด้าน"ก่อแก้ว"ชี้เป็นแค่เกมการเมืองของฝ่ายค้าน

            วันที่ 29 พ.ย.55  ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษกว่า เมื่อเวลา 09.15 น. นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ รมช.กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในคดีก่อการร้ายของแกนนำนปช.นั้น รู้สึกมั่นใจอย่างที่สุด ซึ่งได้เตรียมข้อมูลและทนายความไว้พร้อม สำหรับการชี้แจงต่อศาล ส่วนข้อมูลที่จะชี้แจงต่อศาลนั้น เนื่องจากการที่ออกมาพูดนั้นอยู่ในช่วงสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่ปกติ ตนจึงตั้งเวทีปราศรัย ซึ่งก็เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ โดยการชุมนุมปราศรัยนั้นปราศจากอาวุธ และไม่มีการใช้ความรุนแรงใดๆ ซึ่งตนจะนำเรื่องดังกล่าวมาชี้แจงต่อศาล ทั้งนี้ ตนรู้สึกไม่กังวลว่าใครจะถูกถอนประกันเป็นพิเศษ รวมทั้งนายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยเเละเเกนนนำนปช.ด้วย
 
           ต่อมาเวลา 09.20 น. นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานนปช. กล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่สำคัญอีกวันหนึ่ง เพราะแกนนำของนปช.อยู่ในคดีก่อการร้ายถึง 12 คน ซึ่งวันนี้จะเน้นไปที่แกนนำหลัก 5 ส.ส.พรรคเพื่อไทยว่า จะถูกถอนประกันตัวหรือไม่ คนที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด คือนายก่อแก้ว ทั้งนี้ตนยังได้เป็นพยานให้กับนายก่อแก้วด้วย ซึ่งคำพูดของนายก่อแก้วไม่ได้เป็นการยุยง ปลุกปั่น เพราะคนในนปช.ไม่จำเป็นต้องยุยง แค่ออกคำสั่งก็ออกมาแล้ว สำหรับนายก่อแก้วไม่ใช่เป็นแกนนำนปช.ที่ก้าวร้าว เป็นคนพูดจาเรียบร้อย หากศาลมีคำสั่งให้ถอนประกัน ทางแกนนำนปช.ก็จะดำเนินการยื่นขอประกันใหม่ทันที วันนี้ก็หวังว่าศาลจะให้ความเมตตา
 
           “ อย่ามองคนเสื้อแดงเป็นม็อบป่วน เราจะออกมาต่อเมื่อเกิดรัฐประหารเพียงอย่างเดียว ส่วนผลวันนี้จะออกมาอย่างไรนั้น จะไม่นำมวลชนออกมากดดันศาลอย่างแน่นอน ”นางธิดากล่าว
 
           ในเวลาต่อมา 09.40 น. นายก่อแก้วกล่าวว่า ไม่รู้สึกกังวลกับคดีนี้ เพราะตนรู้ดีว่าเป็นเรื่องของเกมการเมืองที่ทางฝ่ายค้านพยายามปิดปากตน ไม่ให้เคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งทางฝ่ายค้านก็แพ้ทั้งการเลือกตั้ง และการเมืองในสภา ทั้งนี้ตนพร้อมที่จะชี้แจงประเด็นที่ศาลมีข้อสงสัย และเตรียมพยานไว้จำนวน 3 ปาก คือ ตน นางธิดา และนายวีระกาณต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานนปช. สาเหตุที่เตรียมพยานมาน้อย เพราะอยากให้การไต่สวนจบโดยเร็ว ไม่ต้องการยืดเยื้อ และพร้อมรับผิดชอบคำพูดของตน นอกจากนี้ ในการแถลงข่าวก็เป็นการแสดงออกฐานะส.ส.คนหนึ่ง
 
           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศบริเวณด้านหน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เมื่อเวลา 10.30 น.นั้นได้มีกลุ่มแนวร่วมนปช.เดินทางมาให้กำลังใจแกนนำอย่างบางตา และไม่ได้มีการจัดกิจกรรมใดๆ  ขณะที่แกนนำนปช.เดินเข้าไปภายในศาลอาญา ได้มีกลุ่มแนวร่วมส่งเสียง ปรบมือ เพื่อให้กำลังใจ โดยกล่าวว่า “ สู้ๆ เราเป็นกำลังใจให้ ” ทั้งนี้ บรรยากาศโดยรอบศาลอาญา เป็นไปด้วยความสงบ ไม่คึกคักมากนัก และไม่ได้มีการก่อเหตุวุ่นวายแต่อย่างใด นอกจากนี้ก็ไม่ได้มีการปิดถนนบริเวณหน้าศาลอาญา แต่มีการตั้งกรวยยางของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อกั้นรถมาจอดบริเวณด้านหน้าศาลอาญา



 

ศาลอาญาเริ่มสอบถามการเพิกถอนประกันตัวเเกนนำนปช.เเล้ว 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องพิจารณา 704 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษกว่า เมื่อเวลา 09.00 น. ศาลนัดสอบถามการขอเพิกถอนปล่อยตัวชั่วคราวกลุ่มส.ส.พรรคเพื่อไทย  เเละแกนนำ นปช.ในฐานะจำเลยคดีก่อการร้ายรวม 6 คน ประกอบด้วย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ จำเลยที่ 3, นพ. เหวง โตจิราการ จำเลยที่ 4 , นายก่อแก้ว พิกุลทอง จำเลยที่ 5 ,นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย จำเลยที่ 10 ซึ่งเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ  พรรคเพื่อไทย , นายการุณ โหสกุล อดีต ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย จำเลยที่ 9 และนายพิเชษฐ์ สุขจินดาทอง จำเลยที่ 11   โดยเมื่อเวลา 08.10 น. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปปัตย์ ผู้ที่ยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวนายก่อแก้ว นั้น ก็ได้เดินทางมาศาลเพื่อร่วมฟังการสอบถามด้วย
 
          ต่อมาเมื่อเวลา 10.20 น. ศาลได้ออกนั่งบัลลังก์เพื่อสอบถามคำร้องขอเพิกถอนปล่อยตัวชั่วคราว และสืบพยานโจทก์คดีก่อการร้าย ซึ่งปรากฏว่านายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง จำเลยที่ 24  ทนายความแถลงต่อศาลว่า มีอาการอ่อนเพลียจากอาหารเป็นพิษ รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระราม 9 จึงไม่อาจมาศาลได้ ศาลพิจารณาแล้วจึงให้เริ่มการสอบถามจำเลย กลุ่มที่เป็น ส.ส. พรรคเพื่อไทยซึ่งถูกร้องขอให้เพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวก่อน ส่วนที่ศาลนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกคดีแกนนำ นปช. รวม 24 คนก่อกการร้ายนั้น อัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 แถลงว่ามีพยานบุคคลที่เตรียมสืบในวันนี้ 1 ปาก
          
          ทั้งนี้ศาลพิเคราะห์แล้ว จึงมีคำสั่งให้เริ่มการสอบถามกรณีขอเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวจำเลย 6 รายก่อน ซึ่งศาลจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในวันนี้ ประกอบการนายอริสมันต์ จำเลยที่ 24 แจ้งเหตุมีอาการป่วย กรณีมีเหตุสมควรเนื่องจากคดีนี้ไม่อาจอนุญาตให้สืบพยานลับหลังจำเลยได้ ดังนั้นเมื่อจำเลยที่ 24 ไม่อาจมาศาล จึงให้เลื่อนการสืบพยานโจทก์คดีก่อการรร้ายครั้งแรก ไปเป็นวันที่ 13 ธ.ค.นี้ เวลา 09.00 น.
 
          เมื่อเวลา 10.50 น. ศาลเริ่มสอบถามนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จำเลยที่ 3 เป็นคนแรก ซึ่งนายณัฐวุฒิ กล่าวชี้แจงต่อศาลว่า ตลอดเวลาที่ได้รับการประกันตัว จำเลยได้เคลื่อนไหวทางการเมืองเฉพาะบนเวทีตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งการชุมนุมของ นปช. กระทำโดยสันติ ปราศจากอาวุธ และขึ้นเวทีชุมนุมตนไม่ได้ขึ้นเวทีทุกครั้ง ขณะที่การชุมนุมนปช. มีขึ้นไม่บ่อยครั้ง และจำเลยยังทำหน้าที่ ส.ส. และรัฐมนตรี โดยมั่นใจว่าการดำเนินของจำเลยทั้งในและนอกระบบสภา ไม่ขัดต่อกฎหมาย ภายหลังชี้แจงต่อศาลเพียง 5 นาทีนายณัฐวุฒิได้เดินทางกลับไปปฏิบัติหน้าที่ โดยศาลสั่งกำชับให้นายณัฐวุฒิ จำเลยที่ 3 เดินทางมาศาลอีกครั้งในวันนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกคดีร่วมกันก่อการร้ายในวันที่ 13 ธ.ค.นี้
 
          ต่อมานายนิพิฏฐ์ผู้ร้อง ได้ขึ้นแถลงต่อศาลถึงที่มาในการยื่นคำร้องขอเพิกถอนปล่อยชั่วคราวกลุ่ม นปช. ว่า นายก่อแก้ว จำเลยที่ 5 ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญได้หรือไม่ ซึ่งจำเลยที่ 5 แถลงต่อสื่อมวลชนว่า หากศาลมีคำวินิจฉัยระงับการแก้รัฐธรรมนูญ เท่ากับเป็นการล้มล้างการปกครอง จึงขอให้คนเสื้อแดงกล่าวคำลากับทางบ้านได้เลย เพราะครั้งนี้เป็นการต่อสู้แบบแตกหัก โดยกลุ่มคนเสื้อแดงจะไม่ยอมรับคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ และขอให้ไปจับกุมตัวศาล ซึ่งหากกลุ่มอำมาตย์จะจัดคนมาต่อสู้เพื่อปกป้องศาลรัฐธรรมนูญแล้วทหารจะออกมายึดอำนาจ ขอให้ประชาชนต่อสู้ทหารแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน ซึ่งการออกมาพูดเช่นนี้ไม่ใช่การข่มขู่ศาล แต่เพราะมีเลื้อแดงออกมาจำนวนมากและการต่อสู้ของเสื้อแดงนานเกินไปกว่าจะได้ชัยชนะ โดยคำพูดดังกล่าวของจำเลยที่ 5 ได้ปรากฏในหนังสือพิมพ์ และเว็บไซต์สื่อต่างๆ เช่น ผู้จัดการ ไทยรัฐ แนวหน้า มติชน ซึ่งผู้ร้องได้ถอดคำพูดนายก่อแก้ว จำเลยที่ 5 ส่งศาลด้วย
 
          โดยผู้ร้อง เห็นว่าการกระทำของจำเลยที่ 5 ผิดเงื่อนไขการประกันตัวเพราะคำพูดนั้นเป็นการข่มขู่ ก่อให้เกิดความหวาดกลัว ความแตกแยก ในหมู่ประชาชชนและจะนำไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อย โดยไม่ใช่วิจารณ์สุจริตเพราะเป็นการข่มขู่ศาลว่าหากตัดสินไปในแนวที่เขาไม่เห็นด้วยก็จะเกิดการปะทะกันแล้วเกิดสงครามกลางเมือง โดยจำเลยที่ 5 แสดงความมั่นใจว่าจะเกิดสงครามการเมืองแน่นอน ซึ่งตนเห็นว่าหากนายก่อแก้ว สามารถข่มขู่ศาลได้ ก็จะก่อให้เกิดความไม่เรียบร้อย และมวลชนจะออกมาต่อต้าน รวมทั้งเลียนแบบพฤติกรรม แล้วจะทำให้กระบวนการยุติธรรมจะอ่อนแอ ไม่มีใครเชื่อถือ แล้วจะเป็นไปตามที่คนเสื้แดงเคยพูดไว้ว่ากระบวนการยุติธรรมมี 2 มาตรฐาน ซึ่งการพูดเช่นนั้นไม่ใช่การคาดการณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่เป็นคำพูดที่แสดงให้เห็นกลุ่มของจำเลยที่ 5 จะทำอะไรให้เกิดขึ้นบ้าง ซึ่งการที่ศาลเคยมีคำสั่งเพิกถอนประกันนายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก จำเลยที่ 7 ไปแล้ว ศาลก็มีคำสั่งให้ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด ดังนั้นตนจึงเชื่อว่ากระทำของจำเลยที่ 5 ที่ผ่านมาเป็นการผิดเงื่อนไขแล้วว โดยจงใจเรียกสื่อมาแถลงข่าว