ข่าว

กว่าจะปลิ้นไส้'จำนำข้าว'

กว่าจะปลิ้นไส้'จำนำข้าว'

29 พ.ย. 2555

กว่าจะปลิ้นไส้'จำนำข้าว' : สัมภาษณ์พิเศษ โดยประภาศรี โอสถานนท์

              "งานนี้เหนื่อย" นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก เอ่ยขึ้นหลังจากเสร็จศึกซักฟอก รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คอการเมืองหลายคนถึงกับซี๊ดปาก เพราะข้อมูลของนพ.วรงค์ ที่เอามาจับทุจริตรัฐบาลในโครงการประชานิยมจำนำข้าว แฉทั้งเส้นทางการเงิน บริษัทผีที่เป็นนายหน้าขายข้าว พร้อมเปิดตัวละคร "เสี่ยเปี๋ยง" "เสี่ยโจ" และอีกเพียบ เล่นเอารัฐบาลไปไม่เป็น

              แต่กว่าจะได้ข้อมูลเชิงลึกแบบสุดๆ เรียกว่าแสนสาหัส นพ.วรงค์ บอกว่า ต้องเป็นความลับสุดยอด หลุดไม่ได้

              หมอวรงค์ เล่าว่า การสืบค้นสืบหาข้อมูลเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม ที่รัฐบาลเตรียมระบายข้าวตามโครงการจีทูที โดยเตรียมทีมงานที่ไว้เนื้อเชื่อใจ 4 ทีม ประชุม ลงพื้นที่ ซึ่งยอมรับตรงๆ ว่า มึน แต่อาศัยความเป็นคนอ่านหนังสือเยอะ จึงเข้าใจ วิธีตามรอยข้าว

              "เริ่มต้นจากการวางแผนงาน จะไปที่ไหน โรงสีใด ลงทุนไปอยู่กับชาวนา ซื้อเครื่องจับความชื้นของข้าว แล้วให้ชาวนาสอนวิธีการจับความชื้นข้าว ช่วงนั้นจะเห็นว่า ผมเข้ามาประชุมสภาเสร็จ ผมก็ลงพื้นทันที เพื่อหาข้อมูล โดยเฉพาะการไปคุยกับเจ้าของโรงสี ซึ่งแน่นอนว่า บางโรงสีต้องเจอกับนักเลงประจำโรงสี ดังนั้นก็ต้องมีการปลอมตัวปะปนกับคนงานในโรงสี บางคนก็ปลอมตัวเป็นเด็กท้ายรถขนข้าว กินอยู่กับคนรถ นอกจากนี้ยังลงทุนซื้อ 'กล้องกระดุม' ให้ลูกน้อง เพราะถือว่าภาพถ่ายนั้นบ่งบอกความหมายทุกอย่างโดยไม่ต้องอธิบายเป็นตัวหนังสือ ซึ่งทีมงานของผมเสี่ยงมาก"

              มีอยู่ช่วงหนึ่ง ได้รับโทรศัพท์จากชาวบ้านในพื้นที่ที่ติดกับชายแดน อ.ตาพระยา อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ว่ามีรถขนข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านผ่านชายแดนไทย ก็ส่งลูกน้องไปดู เก็บข้อมูลถ่ายคลิป แต่ก็ต้องระมัดระวังอย่างมาก หากมีโอกาสก็ลงไปด้วย อยู่ที่นั่นประมาณ 1 สัปดาห์

              การลงพื้นที่ได้ว่าจ้างคนในพื้นที่ให้ช่วยหาข้อมูล โทรศัพท์ไปประสานว่า จะส่งลูกน้องชื่อนี้ เบอร์โทรศัพท์ ขับรถทะเบียนนี้ เมื่อไปถึงก็โทรหากัน มีรหัสว่า คนนี้เป็นตัวจริง เป็นลูกน้องจริงๆ ต้องทำอย่างนี้ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แท้จริง เช่นเดียวกัน การแฝงตัวเข้าไปยังโรงสีต่างๆ ก็ต้องใช้วิธีนี้

              นอกเหนือจากการลงพื้นที่จริง เพื่อสืบหาข้อมูลด้วยตัวเอง ยังมีผู้ที่ไม่ต้องการเห็นประเทศชาติล่มจมจากโครงการนี้ เช่น เจ้าของโรงสี ประชาชน พ่อค้าขายข้าว คนในวงการค้าข้าว ก็ส่งข้อมูลมาให้ ยืนยันว่า ไม่ใช่ขายข้าวแบบจีทูจี แต่มีบริษัทหนึ่งเป็นตัวแทนขายข้าวแทน ก็เลยนัดเจอกันที่กรุงเทพฯ เพื่อดูหลักฐาน พูดคุยกัน เขาก็เอาหลักฐานต่างๆ ให้

              นี่คือเบื้องหลังการสืบข้อมูลในพื้นที่ หลังจากได้ข้อมูลพอสมควรแล้วก็นำมาประมวล แล้วก็มีการปะติดปะต่อกัน ตอนแรกไม่รู้หรอกว่ามีตัวละครชื่อ เสี่ยเปี๋ยง แต่เอามันเอาชื่อบริษัทมา ก็ไม่รู้คือใคร ก็เลยต้องใช้ “น้องกูเกิล” www.google.com เสิร์ชหาเข้าไปก็พบต้นตอ ไล่ไปพบว่า บริษัทนี้ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลเรื่องขายข้าวกับรัฐบาล มีใครเป็นเจ้าของ เป็นกรรมการ เป็นบอร์ด ซึ่งน้องกูเกิล ช่วยได้เยอะมาเลย

              จากนั้นมีการจ้างทีมนักสืบเอกชน รวมทั้งเพื่อนๆ ที่เป็นตำรวจ ไปสืบสาวต่อไป จนพบว่าเป็นใคร มาจากไหน มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร ทั้งเสี่ยเปี๋ยง เสี่ยโจ หรือนายนิมล รักดี นายปาล์ม หรือนายรัฐนิธ โสติกุล อีกสายหนึ่งก็ไปสืบมาได้ว่า คนนี้เรียนสถาบันพระปกเกล้า เป็นผู้ช่วย ส.ส. เรื่องมันก็ง่าย ก็ไปขอข้อมูลจากสภาผู้แทนราษฎร ก็พบว่าเป็นผู้ช่วย ส.ส.ของนางระพิพรรณ พงศ์เรืองรอง ภรรยานายอริสมันต์ แกนนำ นปช. ซึ่งยิ่งสาวยิ่งลงลึก

              ก่อนหน้านี้ก็มีข้าราชการดีๆ ที่เห็นว่าเรากำลังหาข้อมูล มีส่งข้อมูลมาให้เยอะมาก บางข้อมูลมาแบบฟลุกๆ เช่น มีคนโทรศัพท์มากบอกว่ามี ส่งสำเนาเช็คถึงกรมการค้าระหว่างประเทศ ก็นัดเจอที่โรงแรมภายในกรุงเทพฯ เพื่อขอดู แต่ก็ดูไม่ออก เพราะเป็นภาษาทางการเงิน หากจะไปถามหน่วยราชการ เรื่องแตกถึงหูราชการแน่ พอดีเพื่อนเรียน ป.โท แฟนของเพื่อนบอกว่าจะช่วยให้ ซึ่งเขาก็ไปฟอร์มทีมทีมแบงก์มาแกะภาษาทางการเงิน หรือโค้ดของแต่ละธนาคาร หมายความว่าอย่างไร ใช้เวลา 2 อาทิตย์ ซึ่งตรงนี้ก็ต้องมีค่าใช้จ่าย

              นึกว่าเรื่องจะจบ แต่ก็ตามต่อ จนต่อจิ๊กซอว์ได้ถึงเส้นทางการเงินของกระบวนการนี้ โดยมีตัวละครเพิ่มขึ้นมาอีก คือ นายสมคิด เรือนสุภา, นายนิมล เรืองวัน ดังนั้นก็ต้องติดตามตัวละครนี้จนพบว่ามีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันหมด จากนั้นเมื่อได้ข้อมูลทั้งหมดก็รวบรวมประมวลภาพ ทำชาร์ตเส้นทางการเงิน เพื่อนำมาอภิปรายให้เข้าใจกันง่ายๆ

              หมอวรงค์ ย้ำว่า เคยอยากให้หน่วยราชการช่วยเหลือ แต่เมื่อมาคิดก็พบว่า หากขอความช่วยเหลือจากหน่วยราชการ เช่น ปปง. ในการสืบเรื่องเส้นทางการเงิน แต่สุดท้ายก็ต้องจบความคิดนี้ เพราะเชื่อแน่ว่า หากทำ ข้อมูลนี้รั่วแน่ๆ แล้วก็จะเป็นการปิดทางการหาข้อมูล ดังนั้นการทำเรื่องนี้ต้องตีตราเป็น “ความลับขั้นสุดยอด”

              เมื่อถามถึงค่าใช้จ่าย หมอวรงค์บอกว่า "อย่าให้บอกตัวเลขเลย โอ๊ย....ค่าใช้จ่ายเยอะมาก ลงทุนอุปกรณ์ ค่าน้ำมัน เบี้ยเลี้ยง คนในพื้นที่ ค่าเอกสาร เรียกได้ว่าจ่ายไปเยอะ อย่าให้บอกว่าเท่าไร แต่ว่าทุกขั้นตอนต้องใช้เงิน แต่ลงทุนก็คุ้มค่า"

              สรุปแล้ว ทีมงานสืบราชการลับของ นพ.วรงค์ มีทีมลูกน้อง ทีมนักสืบเอกชน ทีมแบงก์หรือคนทำงานในสถาบันการเงิน ข้าราชการ โรงสี และชาวบ้านในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมไปถึงการเปลี่ยนซิมโทรศัพท์เพื่อป้องกันการสาวมาถึงตัว การนัดไปคุยเป็นการส่วนตัวตามสถานที่ต่างๆ ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร โรงสี

              นี่คือเบื้องหน้าเบื้องหลังของการหาข้อมูลของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ที่เอามาแฉกลางสภา ฉีกหน้ารัฐบาลในการระบายข้าวแบบจีทูจี

..............

(หมายเหตุ : กว่าจะปลิ้นไส้'จำนำข้าว' : สัมภาษณ์พิเศษ โดยประภาศรี โอสถานนท์)