ข่าว

เจาะลึก'ก.ม.ยั่วยุฆ่าตัว'ป้องเลียนแบบ

เจาะลึก'ก.ม.ยั่วยุฆ่าตัว'ป้องเลียนแบบ

29 พ.ย. 2555

เจาะลึก'ก.ม.ยั่วยุฆ่าตัวตาย'ป้องเลียนแบบดารา : ทีมข่าวรายงานพิเศษ

             ในห้องประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 21 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา มีการพิจารณากฎหมายหลายฉบับ แต่มีกฎหมายฉบับหนึ่งน่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะเป็นเรื่องใหม่สำหรับโลกออนไลน์ของไทย นั่นคือ “ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามสิ่งยั่วยุพฤติกรรมอันตราย พ.ศ....” โดยที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบร่างกฎหมายฉบับนี้ในเบื้องต้นแล้ว และกำลังจะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป

             เนื้อหาสาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ เพื่อป้องกันและปราบปรามไม่ให้สังคมไทยเกิดความวิตถารและลามก “สื่อยั่วยุ” หมายถึง สื่อที่ทำให้เกิดพฤติกรรมอันตรายหลักๆ 5 อย่าง ได้แก่ 1.วิปริตทางเพศ 2.เซ็กส์กับเด็กหรือผู้เยาว์ 3.การทารุณกรรมต่อเด็ก 4.การใช้ยาเสพติด และ 5.การฆ่าตัวตาย

             โดยเฉพาะข้อ 5 นั้น มีการตั้งข้อสังเกตว่า เป็นความผิดรูปแบบใหม่สำหรับประเทศไทย หลายคนเห็นด้วย แต่ขณะเดียวกันก็เป็นห่วงว่าเจ้าหน้าที่จะใช้อำนาจเกินขอบเขตหรือมีการกลั่นแกล้งเกิดขึ้นได้ เพราะเป็นพฤติกรรมพิสูจน์ได้ยาก ขณะที่ข้ออื่นๆ มีกฎหมายเกี่ยวข้องอยู่แล้วหลายฉบับ เช่น พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก, กฎหมายยาเสพติด ฯลฯ

             "สื่อยั่วยุฆ่าตัวตาย" หมายความถึงหากใครทำทารุณบุคคล ซึ่งต้องพึ่งตนในการดำรงชีพหรือในการอื่นใด เพื่อให้บุคคลฆ่าตนเอง ถ้าการฆ่าตนเองเกิดขึ้นหรือมีการพยายามฆ่าตนเองเกิดขึ้นจริง ผู้ยั่วยุมีโทษหนักจำคุกไม่เกิน 7 ปี หากไปยุยงเด็กอายุไม่เกิน 16 ปี และสมคบกันทำมากกว่า 2 คนขึ้นไปโทษจะหนักกว่าเดิม หากย้อนดูกรณีเด็กฆ่าตัวตายเพราะเสพสื่อยั่วยุนั้น คงจำกันได้ถึงคดีสลดใจเมื่อเด็กชายวัย 10 ปี ใช้ผ้าเช็ดตัวผูกคอตายในห้องน้ำ เพราะไม่อยากไปเรียนหนังสือ โดยได้เรียนรู้วิธีฆ่าตัวตายจากสารคดีดังในทีวี

             “สรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์” ผอ.มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก หนึ่งในสมาชิกคณะทำงานร่างกฎหมายข้างต้น อธิบายว่า เจตนารมณ์สำคัญคือ เพื่อแทรกแซงหรือขจัดความเสี่ยงของผู้ใช้หรือผู้เสพวัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตราย ไม่ให้มีพฤติกรรมเลียนแบบนั่นเอง เช่น ในต่างประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ มีเว็บไซต์เกี่ยวกับวิธีการฆ่าตัวตายสารพัดรูปแบบ ทั้งข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เกม ฯลฯ บางวิธีพิสดารมาก เช่น การฆ่าตัวตายหมู่ด้วยการเอาเตาถ่านไปจุดภายในเต็นท์ปิดทึบจนไม่มีอากาศหายใจ ทำให้ตายพร้อมกันหลายคน การเลียนแบบฆ่าตัวตายมักเกิดในหมู่วัยรุ่นที่ผูกพันทางใจกับดาราหรือนักร้องยอดนิยม ถ้าดาราคนที่ชื่นชอบฆ่าตัวตายเด็กวัยรุ่นบางคนจะจับกลุ่มกันฆ่าตัวตายตามพร้อมๆ กัน โดยเรียนรู้วิธีการจากเว็บไซต์เหล่านี้

             สำหรับปัญหาการฆ่าตัวตายในเมืองไทยนั้น อ.สรรพสิทธิ วิเคราะห์ว่า ในเมืองไทยมีปัญหาการเลียนแบบฆ่าตัวตายยังมีน้อยมาก เพิ่งเกิดขึ้นชัดๆ ตอนเดือนตุลาคม กรณีเด็กหญิงอายุ 8 ปี เล่นเลียนแบบฆ่าตัวตายจากละครทีวีจนเกือบตายจริงๆ ปัญหาใหญ่ของสังคมไทยตอนนี้คือ วัยรุ่นไทยเลียนแบบพฤติกรรมจากเกมรุนแรง เช่น เกมฆ่าคน เกมฆ่าตำรวจ รวมทั้งการล่วงเกินทางเพศต่อเด็กและผู้หญิง

             "เมื่อเสพสื่อเหล่านี้บ่อยๆ มันจะเข้าไปฝังในสมอง โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 9 ปี ยังไม่สามารถแยกจินตนาการออกจากความจริง จึงจำเป็นต้องควบคุมสื่อเหล่านี้ด้วยวิธีการต่างๆ ส่วนพ่อแม่ผู้ปกครองไม่ควรให้เด็กใช้เวลากับทีวี คอมพิวเตอร์ตามลำพัง เพราะเด็กจะซึมซับพฤติกรรมต่างๆ มาใช้ในชีวิตจริง” อ.สรรพสิทธิ วิเคราะห์

             ขณะที่ อ.อิทธิพล ปรีติประสงค์ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็ก และครอบครัว ม.มหิดล แสดงความเห็นว่า ที่ผ่านมากฎหมายอาญาไม่ได้กำหนดโทษกับผู้ครอบครองสื่อลามกอันตรายเหล่านี้ ส่วนกฎหมายฉบับนี้จะเน้นดูเจตนาเป็นหลัก ผู้กระทำมีเจตนายั่วยุให้เลียนแบบพฤติกรรมอันตรายต่างๆ หรือไม่  เช่น ชักชวนหรือแสดงให้เข้าใจว่าการฆ่าตัวตายเป็นเรื่องน่าทำหรือเป็นเรื่องสวยงามหรือเปล่า จะเน้นเอาผิด 1.ผู้ผลิต 2.วัตถุหรือสื่อยั่วยุ 3.ผู้ครอบครอง 4.ผู้ให้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและเครือข่ายสังคมออนไลน์ รวมทั้งผู้ดูแลเว็บไซต์ ถ้าควบคุมได้จริงจะช่วยลดปริมาณของสื่อสกปรกเหล่านี้ลงได้มาก

             อย่างไรก็ตาม อ.อิทธิพล ยอมรับว่า ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น คือ การตีความสาระของกฎหมายกว้างมากไป รวมถึงการให้อำนาจเจ้าพนักงานมากเกินไป เช่น สามารถเข้าไปค้นเคหสถานได้ทันทีไม่ต้องมีหมายศาล ในกรณีกลัวล่าช้าแล้วหลักฐานถูกทำลายหรือย้ายไปซ่อนเก็บที่อื่น ซึ่งปัญหานี้คงต้องมีการช่วยกันกำหนดมาตรฐานหรือแนวปฏิบัติของเจ้าพนักงาน รวมทั้งเงื่อนไขและรายละเอียดว่า กรณีใดบ้างที่เข้าไปค้นได้เลยโดยไม่ต้องมีหมายศาล

             “จุดที่น่าเป็นห่วงอีกเรื่องหนึ่งคือ ผู้ทำผิดอาจไม่เก็บข้อมูลไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของตนเอง แต่ไปเก็บไว้ในพื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ เช่น ไอคลาวด์ (i Clound), บิตทอร์เรนต์ (BitTorrent) โดยใช้ชื่อลงทะเบียนปลอม หรือ เก็บข้อมูลไว้ในฐานข้อมูล (Server) เครือข่ายอินเทอร์เน็ตต่างประเทศที่ไม่มีกฎหมายเอาผิดสื่อเหล่านี้ ต้องยอมรับว่า การใช้กฎหมายปราบปรามพวกทำผิดกลุ่มนี้ต้องใช้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมาก เพราะมีช่องโหว่ให้หลีกหนีได้เยอะ ดังนั้นวิธีดีสุดคือ สร้างภูมิคุ้มกันให้คน เน้นสร้างทักษะให้รู้เท่าทันสื่อ และการใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ เป็นเครื่องมือพัฒนาตนเอง ชุมชน และสังคม” ผู้เชี่ยวชาญสื่อกล่าวแนะนำทิ้งท้าย

             “วัตถุยั่วยุพฤติกรรมอันตราย” : เอกสาร ภาพ ภาพเขียน ภาพพิมพ์ ภาพระบายสี สิ่งพิมพ์ รูปภาพ รูปรอย ภาพโฆษณา เครื่องหมาย รูปถ่าย ภาพยนตร์ วัสดุบันทึกภาพ วัสดุบันทึกข้อมูล วัสดุบันทึกเสียง เสียงหรือถ้อยคำทางโทรศัพท์ ข้อความ ข้อมูล  ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะอยู่ในสื่อชนิดใด ที่กระตุ้น ส่งเสริม หรือยั่วยุ ให้เกิดหรือหรือน่าจะก่อให้เกิดการกระทำอันตราย

........................

(หมายเหตุ : เจาะลึก'ก.ม.ยั่วยุฆ่าตัวตาย'ป้องเลียนแบบดารา : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)