
ถาวรเชื่อบึ้มยะลาแค่ก่อกวนสร้างข่าวให้คนสนใจ
ถาวร หนุนคำพูด ผบ.ทบ. บึ้ม ยะลา เป็นแค่ก่อกวน สร้างข่าวคนจะได้สนใจ ยัน รบ. ตั้งใจทำงานเต็มที่ ใช้การเมืองนำการทหาร นายกฯอภิสิทธิ์เผยอีก 1-2 สัปดาห์ปรับทิศทางเชิงนโยบายดับไฟใต้ใหม่ ยอมรับแนวนโยบายดีแต่ยังขับเคลื่อนได้ไม่เต็มที่
นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ระบุว่าเหตุการณ์ระเบิดในพื้นที่3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หลายจุดเมื่อเช้านี้ เป็นแค่การก่อกวน สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นไม่มีใครเสียชีวิต ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าผู้ก่อความไม่สงบต้องการให้เป็นข่าว คนจะได้สนใจ ดังนั้นจึงสรุปได้เลยว่าเป็นเรื่องของผู้ก่อความไม่สงบ ไม่ใช่ปัญหาทางการเมือง อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ดังนั้นจึงต้องใช้ระยะเวลาบ้างเป็นธรรมดา
“เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องใช้เวลาแก้ไข 10-20 ปี ดูได้จากสมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้แก้ไขปัญหาในพื้นที่โดยใช้นโยบาย 66/23 ซึ่งใช้มาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2524 -2541 และได้ดำเนิการต่อเนื่องมาจนถึงรัฐบาลชวน 1 เมื่อปี 2543 เหตุการณ์ความไม่สงบเหลือเพียง 15 ครั้ง” รมช.มหาดไทย กล่าว
รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ยืนยันว่ารัฐบาลตั้งใจทำงานเต็มที่ในการแก้ไขปัญหาโดยใช้การเมืองนำการทหาร อาทิ ทำความเข้าใจกับประชาชน โดยการหารือและเข้าถึงชุมชน ดังจะเห็นว่าทุกวันหยุดตนซึ่งได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็จะลงพื้นที่ตลอด นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ดูแลรับผิดชอบร่วมกัน
นายถาวร กล่าวว่า ตนจะลงพื้นที่เย็นวันนี้ (27 พ.ค.) โดยในจุดแรกจะเดินทางไปจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อติดตามนโยบายป้องกันและปราบปรามยาเสพย์ติดร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายราชการในพื้นที่ และในวันพรุ่งนี้ (28 พ.ค.) เวลา 9.30 น. จะเดินทางไปจ.ปัตตานีเพื่อสมทบกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเดินทางมาตรวจราชการหลังปิดสมัยประชุมสภา
นายกฯเผยอีก1-2สัปดาห์ปรับทิศทางเชิงนโยบายดับไฟใต้ใหม่
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ป่วนเมืองยะลา ว่า ในวันที่ 28 พ.ค. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ลงไปในพื้นที่ภาคใต้ และจะไปเร่งรัดแผนที่จะเร่งเรื่องการพัฒนา ในแง่ของการต่างประเทศ ก็มีเรื่องของโอไอซี ซึ่งเราก็ไปทำความเข้าใจ ความจริงแล้วยังมีงานที่ต้องรุกอีกมาก เพราะในส่วนของแผนแม้จะมีอยู่แล้วก็จริง แต่ที่จะปฏิบัติจริง ก็ต้องเริ่มลงไปตั้งแต่ประมาณครึ่งปีหลัง คือ ตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไปก็จะเพยายามเร่งรัด
เมื่อถามว่า เหตุการณ์เกิดขึ้น มีการข่าวรายงานให้รู้ล่วงหน้าบ้างหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีเหตุการณ์และมีการรายงานแนวโน้มมาเป็นประจำ ซึ่งเขาก็จะรับทราบ
เมื่อถามย้ำว่า มีรายงานจากหน่วยข่าวบ้างหรือไม่ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้มีสาเหตุมาจากอะไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การวิเคราะห์มีหลายทาง และเย็นวันเดียวกันนี้ เขาก็จะพูดคุยกับทาง กอ.รมน. และนายสุเทพ ก็จะลงไปในพื้นที่
เมื่อถามว่า เป็นเพราะนายสุเทพ จะลงไปในพื้นที่หรือเปล่าจึงเกิดเหตุการณ์ขึ้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะไปสรุปอย่างนั้นไม่ได้ ความจริงแล้ว เขากำลังดูจังหวะช่วงประมาณ 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า ที่จะปรับทิศทางในเชิงนโยบายให้ชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากทิศทางและแนวนโยบายที่กำหนด เขาคิดว่า เป็นทิศทางที่ทุกฝ่ายยอมรับ ที่พูดคุยกับคณะกรรมาธิการของสภา หรือของต่างประเทศก็ดี แต่ในทางปฏิบัติ มันยังขับเคลื่อนได้ไม่เต็มที่ ก็ต้องมาคุยและปรับให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรี จะลงพื้นที่ภาคใต้เองหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กำลังให้นายสุเทพ มารายงานว่าหลังจากลงไปครั้งนี้แล้ว จะไปที่ไหนอย่างไร



