
สูตรรัก'สาวยโสธรหนุ่มสวีเดน'
อยู่ด้วยกันปีละ 6 เดือน สูตรรักสาวยโสธรหนุ่มสวีเดน : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เสาวลักษ์ คงภัคพูน // กวินทรา ใจซื่อ
ความรู้สึกที่เบื่อกับการทำงานประจำทำให้สาวยโสธรอย่าง "สุพรรณี สมนึก " เข้าไปท่องโลกออนไลน์เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศและแก้เซ็ง ในครั้งนั้นทำให้เธอได้พบและพูดคุยกับ "โทนี ซีแลนเดอร์ " ชาวสวีเดน ช่างซ่อมบำรุงเครื่องจักรโรงงานอุตสาหกรรม ผ่านโลกออนไลน์ การพูดคุยในเรื่องเดียวกัน มีความคิดเห็นเหมือนกัน ทำให้ทั้งคู่มีใจให้กันจนเป็นรักแท้ แม้จะอยู่ห่างไกลกันแต่ก็ถูกย่อให้มาพบกันใกล้ด้วยเทคโนโลยี
หลังจากเรียนจบสาขาหนังสือพิมพ์ คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่แล้ว สุพรรณีเริ่มต้นชีวิตการทำงานด้านการอนุรักษ์ที่เชียงใหม่ จากนั้นตัดสินใจเข้ากรุงทำงานเป็นผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง จนอิ่มตัวจึงตัดสินใจกลับอีสานบ้านเฮา และสอบบรรจุเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่จังหวัดขอนแก่น
ด้านโทนี ใช้ชีวิตในวันหยุดยาว 6 เดือน มาทำธุรกิจร้านอาหารกึ่งผับที่ จ.ภูเก็ต ความเป็นหนุ่มโสดเนื้อหอม จึงมักจะมีสาวๆแวะเวียนเข้ามาขายขนมจีบที่ร้านแทบทุกวัน แต่เขากลับไม่ปักใจรักใคร จนได้มาพูดคุยกับสุพรรณี แม้จะเป็นเพียงการพูดคุยผ่านทางออนไลน์ แต่เมื่อคุยกันถูกคอ มีความคิดเห็นทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมืองที่เหมือนกัน ความถูกใจหญิงสาวจึงเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย
“ก่อนจะเดินทางมาประเทศไทยผมเปิดอู่ซ่อมรถเล็กๆที่สวีเดน จนได้เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยครั้งแรกเมื่อ 10 ปีที่แล้ว รู้สึกชอบเมืองไทย ชอบอากาศที่นี่มาก เพราะช่วงฤดูหนาวที่สวีเดนหิมะหนามาก จะออกไปไหนก็ลำบาก ได้แต่นอนอยู่ในบ้านอย่างเดียว ทำให้ตัดสินใจปิดอู่ซ่อมรถไปเป็นช่างซ่อมบำรุงแทนใน 1 ปีก็ทำงาน 6 เดือน ส่วน 6 เดือนเป็นช่วงพักผ่อน ผมมาอยู่ ภูเก็ต มาเปิดร้านอาหารกึ่งผับในช่วงฤดูกาลการท่องเที่ยวของที่นี่ แต่ตอนนี้ก็เลิกทำร้านอาหารแล้วมาเมืองไทยก็พักผ่อนอย่างเดียว สลับกับทำงานที่สวีเดน 6 เดือน”
การพูดคุยกันครั้งแรกทางอินเตอร์เน็ต ทำให้ชายหนุ่มตกหลุมรักสุพรรณี อยากรู้จัก อยากเห็นหน้าค่าตา ขณะที่เมื่อได้คุยกันบ่อยครั้งสุพรรณีก็รู้สึกว่าหนุ่มสวีเดนเป็นคนคุยสนุก น่ารัก เมื่อครบกำหนดต้องเดินทางกลับประเทศสวีเดน ชายหนุ่มก็ติดต่อทางเอ็มเอสเอ็น อีเมลล์ ส่งข้อความ และโทรศัพท์มาหาไม่เคยขาด
ระยะเวลา 2 ปีที่ได้คุยกัน ทำให้ฝ่ายชายตัดสินใจขอเดินทางมาหาที่จังหวัดขอนแก่น แต่ฝ่ายหญิงปฏิเสธพร้อมตัดสินใจเดินทางไปเจอเองที่ภูเก็ต เมื่อเจอหน้ากันจริงสุพรรณีก็ยังไม่ได้รู้สึกชอบพอ ด้วยเหตุว่าไม่คิดจะชอบ และไม่เคยคิดว่าจะมีแฟนเป็นฝรั่ง
“ที่ไม่คิดจะมีแฟนเป็นฝรั่งเพราะที่ผ่านมามักจะมีพวกจิ๊กโก๋ฝรั่ง พูดจาแซวบ้าง เดินตามบ้าง รู้สึกกลัว รู้สึกไม่ดี สำหรับคุณโทนีก็พูดคุยรู้สึกว่าเขาคุยสนุก นิสัยก็คล้ายกัน ชอบหลายอย่างเหมือนกัน คุยกันประมาณ 1 ปี ก็ตัดสินใจเดินทางไปภูเก็ตเอง ไม่กลัวจะโดนหลอก เพราะตลอดเวลาที่คุยกันคุณโทนีจะแนะนำเพื่อนให้เรารู้จัก เขาบอกว่าต้องการแสดงความจริงใจ ให้เพื่อนเป็นคนรับรองว่าคุณโทนีเป็นคนดี และให้เรามั่นใจว่าเขาจริงใจและรักจริง ตอนที่ขอแต่งงานคุณโทนี่ยังอยู่สวีเดน แต่ก็ส่งดอกไม้มาให้ที่ทำงาน แล้วโทรมาบอกว่าขอแต่งงานได้มั๊ย ช่วงที่เรายังตัดสินใจอยู่ก็จะลงท้ายชื่อทุกครั้งว่า from S/S” ย่อมาจาก “Soon/Samee”
การได้รู้จักและเจอหญิงสาวที่ถูกใจ ชอบใจที่มีความคิด มุมมองโลกและชีวิตที่คล้ายกัน ทำให้ฝ่ายชายเอ่ยปากฝากรัก พร้อมกับขอแต่งงานมาตลอด กว่า 2 ปีที่ทั้งคู่คบหาดูใจไปมาหาสู่กัน จนตกลงใจแต่งงานกันเดือนมีนาคม 2552 โดยตกลงใจแต่งงานตามประเพณีอีสานที่บ้านในจังหวัดยโสธร
วันที่สุพรรณีพาโทนี่กลับบ้านที่ยโสธร ทุกคนตกใจ แม่และญาติๆ ไม่ว่าอะไร เพราะลูกโตแล้ว ตัดสินใจเองได้ มีเพียงพ่อเคืองนิดหน่อยที่ลูกสาวคว้าเอาฝรั่งมาทำสามี เพราะพ่อเป็นห่วงกลัวว่าคนอื่นจะมองลูกไม่ดี ร่ำเรียนมาก็สูง จะมาเป็นเมียฝรั่งเท่านี้เองหรือ แต่ทุกอย่างก็ผ่านมาด้วยดี เพราะหลังจากแต่งงานด้วยกันมาโทนีพิสูจน์ว่าดูแลลูกสาวพ่อได้เป็นอย่างดี พ่อก็เข้าใจและยอมรับมากขึ้น
“ เราทั้งคู่คบหากัน 5 ปีกว่าจะแต่งงานใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน เรื่องที่ทำให้ประทับใจในตัวเขาเป็นเพราะคุณโทนีเป็นคนที่สม่ำเสมอ ใส่ใจเราเสมอ ให้ความเคารพในสิทธิของกันและกัน เป็นคนที่ไว้ใจได้ บอกคำไหนคำนั้น เคยส่งข้อความมาหาอย่างไรจนถึงทุกวันนี้ก็ยังเป็นเหมือนเดิม หากวันไหนที่ทำงานยุ่งๆ แล้วไม่ได้ตอบกลับก็จะงอนเล็กๆ น้อยใจว่าทำไมเมียไม่สนใจ แต่ที่อาจจะต้องปรับบ้างก็คือนิสัยเจ้าระเบียบของเขา ที่ไม่ชอบเลย อะไรที่เคยวางตรงไหน ใช้เสร็จแล้วต้องวางที่เดิม บ้านต้องเนี๊ยบ กว่าจะปรับตัวได้ก็หงุดหงิดพอสมควร”
การใช้ชีวิตครอบครัวของทั้งสองคนยึดหลัก 3 ข้อ คือ มีความรักให้กัน ให้อภัย และ พร้อมจะลืมเมื่อทำผิดแล้วแก้ไข เพราะไม่เคยมีใครไม่เคยทำผิด ความเข้าใจกัน ไว้ใจ ซื่อสัตย์ มีอะไรก็บอกกันตรงๆ ไม่อ้อมค้อม ชอบบอกว่าชอบ ไม่ชอบก็บอกไม่ชอบ ทำให้ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะกันใหญ่โต แต่หากทะเลาะกันก็รอให้ทั้งสองฝ่ายเย็นลงแล้วมานั่งคุยกันว่าที่ทะเลาะเพราะอะไร จะแก้ไขตรงไหน
“ เรื่องการปรับตัวที่หนักหน่อยก็เรื่องวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน บ้านเราจะเน้นเรื่องการดูแลครอบครัว แต่ทางฝรั่งไม่ใช่ เมื่อแต่งงานแล้วครอบครัวก็คือ สามี - ภรรยา เท่านั้น กว่าจะปรับตัวเรื่องนี้ได้ก็ใช้เวลาอยู่นาน กว่าเขาจะเข้าใจและยอมรับกับวัฒนธรรมนี้ของไทย ส่วนการเป็นแฟนกับการเป็นสามี-ภรรยา ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมันมีความแตกต่างกันอยู่แล้ว เพราะตอนเป็นแฟนไม่ได้อยู่บ้านเดียวกัน แต่เมื่อมาใช้ชีวิตภายใต้ชายคาเดียวกัน คนที่มาจากสองฝั่งโลก ก็ยิ่งต้องปรับตัวเข้าหากันมากขึ้น แต่เราก็อาศัยความรักเป็นตัวนำทาง”
สำหรับข้อตกลงที่ทั้งคู่มีให้กันหลังแต่งงาน คือ ปักหลักใช้ชีวิตอยู่เมืองไทย ส่วนหนึ่งเพราะฝ่ายหญิงไม่ต้องการเริ่มต้นใหม่ทั้งสังคม ภาษา หรือการปรับตัวเข้ากับอากาศที่หนาวเย็น ในช่วง 10 ปีนี้โทนีจึงใช้ชีวิตการทำงานที่สวีเดน 6 เดือน ส่วนอีก 6 เดือนมาพักผ่อนที่เมืองไทยกับภรรยา
“การใช้ชีวิตคู่แบบนี้ก็ดีไปอีกแบบ เพราะการมีครอบครัวแบบมีสามี 6 เดือน และโสด 6 เดือน ถ้าไม่เชื่อใจกัน ซื่อสัตย์ต่อกัน คงอยู่ด้วยกันยาก แต่ก็ไม่ห่างกันมากนะ เพราะถึงอย่างไรก็คุยกันผ่านสไกล์ทุกวันอยู่แล้ว กลับทำให้รักกันและคิดถึงกัน ก็เป็นเรื่องธรรมดานะ คุณโทนีเองทำงานอยู่สวีเดนก็ต้องเดินทางไปซ่อมบำรุงเครื่องจักรเกือบทั่วประเทศ ก็ทำงานตามหน้าที่รับผิดชอบของแต่ละคนไป มาเจอกันก็อยู่ด้วยกัน ชีวิตคู่ก็ลงตัว”
...........................................
(อยู่ด้วยกันปีละ 6 เดือน สูตรรักสาวยโสธรหนุ่มสวีเดน : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เสาวลักษ์ คงภัคพูน // กวินทรา ใจซื่อ)



