ข่าว

กองปราบฯดำเนินคดีหนุ่มธอส.โกง 400ล้านฐานร่วมกันฟอกเงิน

กองปราบฯดำเนินคดีหนุ่มธอส.โกง 400ล้านฐานร่วมกันฟอกเงิน

27 พ.ค. 2552

หนุ่ม ธอส.โกง 499 ล้านเจอข้อหาเพิ่ม ฐานฟอกเงินและทุจริตต่อหน้าที่ ตำรวจตามรวบแฟนสาวถึงหนองคาย เจ้าตัวยอมรับแฟนหนุมให้เงิน 4 ล้าน แต่ปฏิเสธรู้เรื่องที่มาของเงิน ตำรวจไม่เชื่อ ตรวจพบมีทรัพย์สินรวมมูลค่า 7 ล้าน ตำรวจเผยตามคืนได้แล้ว 200 ล้าน

 

 

 เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 27 พฤษภาคม พ.ต.อ.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ต.อดิเรก จินตรานันท์ สว.กก.1 บก.ป. เข้าอายัดตัวนายสมเกียรติ ปัญญาวรคุณเดช อายุ 33 ปี อดีตพนักงานธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) สาขาเซ็นต์หลุยส์ 3 ผู้ต้องหายักยอกเงินธนาคารกว่า 400 ล้านบาท จากเรือนจำคลองเปรม ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1450/2552 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2552 ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน นอกจากนี้ พ.ต.ต.ธีรพัฒน์ ธารีไทย พ.ต.ต.สุทธิเวท บุญยรัตกลิน สว.กก.1 บก.ป. พร้อมกำลังเข้าจับกุมนางพุทธชาติ วงศ์จันทะ อายุ 26 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1451/2552 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2552 ในข้อหาเดียวกัน จับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 105 หมู่ 5 ต.โคกกว้าง อ.บุ่งคล้า จ.หนองคาย ก่อนควบคุมตัวทั้งสองมาสอบสวนดำเนินคดีที่ บก.ป.

 พ.ต.อ.พรศักดิ์ กล่าวว่า ภายหลังจากผู้แทน ธอส.เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายสมเกียรติ ฐานยักยอกทรัพย์มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ ธอส.ได้เข้าแจ้งความกับนายสมเกียรติเพิ่มเติมในความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ เนื่องจาก ธอส.เป็นธนาคารของรัฐ นายสมเกียรติซึ่งเป็นลูกจ้าง ธอส. จึงถือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โดยกรณีนี้จะต้องส่งสำนวนคดีให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาภายใน 30 วัน และเมื่อส่งสำนวนคดีให้ ป.ป.ช. ตำรวจก็จะไม่มีอำนาจในการควบคุมตัวผู้ต้องหา

 พ.ต.อ.พรศักดิ์ กล่าวอีกว่า เมื่อได้พิจารณาข้อกฎหมายแล้ว พบว่าการกระทำของนายสมเกียรติยังเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน ด้วย จึงสั่งการให้พนักงานสอบสวน บก.ป.เร่งรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญา ออกหมายจับนายสมเกียรติ กับพวก ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน เบื้องต้นพบหลักฐานที่ชัดเจนว่า นางพุทธชาติ แฟนสาวของนายสมเกียรติ ร่วมกระทำความผิดด้วย จึงพิจารณาขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับนางพุทธชาติในข้อหาเดียวกัน

 พ.ต.อ.พรศักดิ์ กล่าวด้วยว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของนายสมเกียรติ ซึ่งเจ้าหน้าที่ ธอส.พบว่ามีการยักยอกเงินไปทั้งสิน 499 ล้านบาทนั้น สามารถติดตามเงินสดและทรัพย์สินได้แล้ว 200 ล้านบาท ที่เหลือยังไม่ทราบเส้นทางการยักย้ายถ่ายโอน อย่างไรก็ดี จากการสืบสวนทางลึก ชุดสืบสวนพบว่านายสมเกียรติโอนเงินรวมทั้งนำทรัพย์สินต่างๆ ไปฝากไว้กับบุคคลใกล้ชิดอีกหลายราย จึงเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดกับบุคคลเหล่านี้ต่อไป

 “การดำเนินคดีในความผิดฐานฟอกเงินกับนายสมเกียรตินั้น ผมจะประสานไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าร่วมสอบปากคำผู้ต้องหา โดย ปปง.จะตรวจสอบและดำเนินการทางแพ่งกับผู้ต้องหา และติดตามอายัดทรัพย์สินที่ถูกแปรสภาพจากเงินที่ยักยอกมา และหากพบว่านายสมเกียรติยังโอนเงินไปให้บุคคลใดอีกก็จะพิจารณาดำเนินคดีกับผู้รับโอนเงินทั้งหมดในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน” พ.ต.อ.พรศักดิ์ กล่าว

 นางพุทธชาติกล่าวว่า คบหากับนายสมเกียรติ 2 ปี ก่อนจะเลิกรากันไป ที่ผ่านมาไม่ทราบว่าเขามีเมียหลายคน ส่วนเรื่องเงินและทรัพย์สินต่างๆ แม้จะเคยสอบถาม แต่นายสมเกียรติไม่ยอมบอกว่าได้มาจากไหน ต่อมาเมื่อตนตั้งท้องและคลอดลูกนายสมเกียรติให้เงินมา 4 ล้านบาท ให้พาลูกไปเลี้ยงที่บ้านใน จ.หนองคาย แต่ตนนำเงินไปเล่นการพนันกับเพื่อนแถวบ้านจนหมด

 อย่างไรก็ดี ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหา เนื่องจากการตรวจสอบของชุดสืบสวน บก.ป.พบว่า ทรัพย์สินของนางพุทธชาติมีทั้งคอนโดมิเนียมย่านรัชดาภิเษกมูลค่า 2 ล้านบาท รถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์วี และรถปิกอัพป้ายแดง มูลค่าประมาณ 2 ล้านบาท นำเงินไปซื้อสลาก ธอส.มูลค่า 2 ล้านบาท และบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ จ.หนองคาย มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าทรัพย์สินทั้งหมดมาจากเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดของนายสมเกียรติ