ข่าว

แก่แล้ว..เลอะเทอะ

แก่แล้ว..เลอะเทอะ

28 พ.ย. 2555

แก่แล้ว..เลอะเทอะ : เลียบค่าย โดยคมพิทักษ์ราษฎร์

             มีข่าวเลอะเทอะออกมาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า มีคนแก่ในคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.)เสนอให้มีการขอพระราชทานยศ แจกให้แก่ข้าราชการตำรวจที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว เพิ่มขึ้นหนึ่งชั้นยศ โดยไม่ต้องดูกันละว่า เมื่อเกษียณอายุไปแล้ว ไปทำมาหากินอะไร? ครองชีพดำรงชีวิตลักษณะไหน? เหมาะสมกับการได้เพิ่มยศ สมควรกับการใช้ยศที่จะขอพระราชทานหรือไม่ ?
 
              นี่จะขอรับพระราชทานยศให้แก่ข้าราชการตำรวจเกษียณอายุตั้งแต่ นายดาบตำรวจจนถึงพลตำรวจโท เหมาเข่งไม่มีหลักการ กำลังจะนำเข้าคณะรัฐมนตรี เร็วๆ นี้ อ้างว่าเพื่อขวัญและกำลังใจ
 
              เออ! ดีนะท่านที่จะทำให้ ครม.พลอยเลอะเทอะไปด้วย
 
              การที่จะขอพระราชทานยศเพิ่มให้แก่ข้าราชการตำรวจทหารที่เกษียณอายุไปแล้ว ธรรมเนียมปฏิบัติแต่อดีต ทางรัฐบาลจะพิจารณาจากผู้ที่ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติอย่างสูงสุด
 
              เช่น มีโอกาสเป็นนักการเมืองระดับรัฐมนตรี, ทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติและประชาชน ในด้านความมั่นคง หรือในทางนิติบัญญัติระดับประธานสภา หรือในโอกาสสำคัญที่พระมหากษัตริย์พระราชทานแก่บุคคลที่ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นองคมนตรี เป็นต้น
 
              หากกล่าวอ้างว่า เป็นนโยบายสร้างขวัญกำลังใจแก่ตำรวจที่พ้นจากราชการตำรวจไปแล้ว เพื่อเกียรติยศของวงศ์ตระกูล ก็ต้องมีหลักเกณฑ์ที่เข้มงวด มีเหตุมีผลที่สำคัญคือ ยังเป็นผู้ที่ทำคุณประโยชน์แก่แผ่นดินอยู่ตลอดเวลา แม้จะมิได้รับราชการเป็นตำรวจประจำการแล้วก็ตาม จึงขอพระราชทานยศตำรวจเพิ่มจากเดิมให้แก่อดีตตำรวจประจำการเหล่านั้นได้
 
              ข้อสำคัญอดีตตำรวจเหล่านั้น ต้องแสดงความจำนง และมีคุณสมบัติที่ยังทำคุณประโยชน์แก่แผ่นดิน แก่ประเทศชาติ แก่ประชาชนอยู่ ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม คู่ควรแก่การรับพระราชทานยศที่สูงขึ้นจากที่ได้รับอยู่เดิม เช่น เป็นวุฒิสมาชิก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นรัฐมนตรี หรือเป็นผู้บริหารระดับสูงในหน่วยงานของรัฐ หรือทำประโยชน์แก่สังคมเป็นที่ประจักษ์
 
              คนในอาชีพตำรวจ เมื่อพ้นจากราชการประจำแล้ว ตำแหน่งที่ครองอยู่เป็นอันสูญสิ้น ยศที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังคงติดตัวอยู่ตลอดไปจนสิ้นชีวิต ถือเป็นเกียรติประวัติแก่วงศ์ตระกูลสืบไป