
คนบำบัดการติดยาพุ่ง2เท่าจากปีที่ผ่านมา
กรมการแพทย์และสถาบันธัญญารักษ์ เปิดโครงการ "พิราบอาสา ต้านภัยยาเสพติด" เผยในปี 2555 ยอดคนติดยาเสพติด เข้าบำบัดถึง 5.6 แสนคน พุ่งจากปี 2554 เกือบ 2 เท่าตัว
วันที่ 27 พ.ย. 2555 ที่กรมการแพทย์ พญ.วิลาวัณย์ จึงประเสริฐ อธิบดีกรมการแพทย์ นพ.จิโรธ สินธวานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ และนพ.วิโรจน์ วีรชัย ผู้อำนวยการสถาบันธัญญารักษ์ ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ "พิราบอาสา ต้านภัยยาเสพติด" โดย นพ.จิโรธ กล่าวว่า ตัวเลขประมาณการผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและผู้เข้ารับการบำบัดรักษาอาการติดยาเสพติดทั่วประเทศระหว่างปี 2553 -2555 พบว่า ในปี 2553 ผู้เกี่ยวข้อง 954,302 คน ผู้เข้าบำบัด 264,083 คนปี 2554 ผู้เกี่ยวข้อง 1,084,931 คน ผู้เข้าบำบัด 307,878 คน ปี 2555 ผู้เกี่ยวข้อง 1.2 ล้านคน ผู้เข้าบำบัด 560,000 คน ส่วนในปี 2556 คาดว่าจะมีผู้เกี่ยวข้องประมาณ 1.9 ล้านคน โดยตั้งเป้าติดตาม 7 แสนคนและเข้ารับการบำบัด 3 แสนคน โดยผู้ที่เข้ารับการบำบัดรักษาเป็นการเข้ารับการบำบัดในสถานที่ที่ให้การบำบัดต่างๆรวมถึงที่สถาบันธัญญารักษ์ หากพิจารณาเฉพาะที่สถาบันธัญญารักษ์จะมีผู้ป่วยเข้ารับการบำบัดรายใหม่ปีละ 70 %และผู้ป่วยรายใหม่ 30%
นพ.จิโรธ กล่าวอีกว่า จากผลการดำเนินการบำบัด รักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดในปี 2555 หากจำแนกตามประเภทกลุ่มอาชีพ พบว่า กลุ่มรับจ้างมากที่สุด 41.71% รองลงมาเป็นกลุ่มคนที่ว่างงาน 17.41% ทำการเกษตร 16.81% ท้ายสุดเป็นกลุ่มเยาวชน 9.12% ที่พบตั้งแต่อายุ 18-29 ปี โดยในกลุ่มเหล่านี้มีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยจากข้อมูลพบว่าในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาเด็กเยาวชนตั้งแต่ระดับประถมฯศึกษาขึ้นไปเข้ารับการบำบัดจาก 500-600 คน เพิ่มเป็นพันกว่าคน มีการเพิ่มขึ้นถึงเท่าตัว ถือเป็นเรื่องที่สังคมไทยควรวิตกและเร่งหาทางแก้ไข เท่ากับทำลายช่วงอายุของคนไทย เพราะเด็กนักเรียนในปัจจุบันอีก 10 ปีข้างหน้า คือ นักศึกษาในมหาวิทยาลัย ซึ่งการที่ผู้ค้ายาเสพติดมุ่งเน้นให้กลุ่มเด็กและเยาวชนเป็นผู้ค้าและผู้เสพมากขึ้น อาจเนื่องจากโทษที่เด็กและเยาวชนจะได้รับหากถูกจับกุมน้อยกว่าผู้ใหญ่ อีกทั้ง เด็กและเยาวชนมีการยับยั้งชั่งใจในเรื่องต่างๆน้อยกว่าผู้ใหญ่ด้วย ทั้งนี้ เหตุที่ทำให้คนติดยาเสพติดมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะหลงผิดไม่รู้เท่าทันว่าทุกครั้งที่เสพยาเสพติดไปทำลายสมอง คิดเพียงทำให้คึก ทำงานได้จำนวนมาก หรือถูกโฆษณาชวนเชื่อหลอกว่าเสพแล้วผิวขาว รูปร่างผอมหุ่นดี
ขั้นตอนการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดมี 4 ขั้นตอน ได้แก่ เตรียมการก่อนรักษา, ถอนพิษยา, ฟื้นฟูสมรรถภาพ และติดตามหลังการรักษา เน้นการให้ยาเพื่อให้เซลล์สมองฟื้นตัว เมื่อสมองดีขึ้นก็บำบัดด้านจิตใจ โดยฟื้นฟูสมรรถภาพรูปแบบชุมชนบำบัด แบ่งการรักษาเป็น 3 ประเภท ได้แก่ สมัครใจ, บังคับบำบัด และต้องโทษในราชทัณฑ์ ซึ่งสถาบันธัญญารักษ์มีเครือข่ายการบำบัดรักษาครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงศูนย์บำบัดรักษายาเสพติดประจำภาค ในจังหวัดเชียงใหม่, จังหวัดสงขลา, จังหวัดขอนแก่น, จังหวัดปัตตานี และจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นต้น โดยปัจจุบันประเทศไทยแบ่งผู้ติดยาเสพติดเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มผู้เสพ (Users) หมายถึง มีการเสพยาเสพติดเป็นครั้งคราว 2.กลุ่มผู้เสพแบบอันตราย (Abusers) หมายถึง เป็นการเสพที่ทำให้เกิดอันตรายหรือปัญหา 3.กลุ่มผู้เสพแบบติด (Dependence) หมายถึง เสพแบบมีปัญหา และ4.กลุ่มผู้เสพติดรุนแรง (…with comorbidity) หมายถึง กลุ่มผู้เสพ ที่มีปัญหา กาย จิต สังคม โรคร่วม
"ยาเสพติดที่ยอดฮิตที่ติดกันเกลื่อนบ้านเกลื่อนเมืองจะมีอยู่ 2 ตัวหลัก ๆ ได้แก่ยาบ้า และยาไอซ์ ในกลุ่มยาบ้าจะเป็นชนชั้นแรงงานติดเยอะที่สุด ส่วนยาไอซ์มาจากการสกัดยาบ้าให้บริสุทธิ์มากขึ้น จึงมีความเข้มข้นของตัวแอมเฟตามีนมากขึ้น ออกฤทธิ์ร้ายแรง รุนแรง และรวดเร็วกว่ายาบ้า จะฮิตอยู่ในกลุ่มชนชั้นกลาง ชนชั้นสูง และในกลุ่มวัยรุ่น ทั้งนี้กลุ่มที่ขายยาบ้า มักจะทำเป็นกิจการครอบครัว แถมคนในครอบครัวก็เสพกันเกือบทุกคน การเลิกจึงทำได้ยาก เพราะแม้จะเลิกได้แล้วแต่ต้องกลับไปอยู่วังวนเดิม ๆ ก็เสพใหม่อีก ต่างจากลุ่มที่ขายเฮโรอีน กลุ่มนี้จะขายอย่างเดียวไม่เสพ ขณะที่นักโทษในคุกส่วนมากกว่า 60-70% ก็เป็นผู้ทำผิดเรื่องยาเสพติด จึงไม่แปลกที่สังคมมักได้ข่าวการลักลอบนำเข้ายาเสพติดหรือโทรศัพท์มือถือไว้ติดต่อขายยาปรากฏเป็นข่าวอยู่บ่อย ๆ" นพ.จิโรธกล่าว
อนึ่ง โครงการพิราบอาสาต้านยาเสพติด เป็นกิจกรรมอบรมความรู้วิชาการด้านยาเสพติด และสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับสื่อมวลชนให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโทษพิษภัยยาเสพติด เพื่อให้เกิดผลต่อประชาชน โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 19 ธ.ค. 2555 ที่อาคารปาร์คเวนเจอร์ ห้องวิคเตอร์ 2-3 ซึ่งมีสื่อมวลชนเป็นเป้าหมายหลักในการอบรม



