ข่าว

ตร.แจงจับ'สื่อ'แอบอ้างร่วมม็อบฝ่าด่าน

ตร.แจงจับ'สื่อ'แอบอ้างร่วมม็อบฝ่าด่าน

27 พ.ย. 2555

ตร.แจงจับสื่อฯ แอบอ้างร่วมม็อบกดดันจนท. ขณะที่ บช.น.ถกคดีม็อบทำผิดกม. ยันสรุปสำนวนเสร็จใน 30 วัน

                     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 55  ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)  พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่ตำรวจควบคุมตัวช่างภาพสื่อมวลชน ขณะเกิดเหตุกลุ่มผู้ชุมนุมองค์การพิทักษ์สยาม พยายามฝ่าแนวกั้นของตำรวจที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ เมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา ว่า เหตุการณ์ในวันดังกล่าวไม่มีใครแสดงตัวว่าเป็นสื่อมวลชนแม้แต่คนเดียว บางส่วนอยู่บนรถของกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีการผลักดันเข้าไปพื้นที่หวงห้าม หลายคนได้แจ้งว่าเป็นสื่อมวลชน ขณะที่บางคนไม่มีบัตรประจำตัวสื่อมวลชน เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบสวนทราบว่าเป็นสื่อมวลชนจริงก็ได้ปล่อยตัวไป แต่บางคนอยู่ในข่ายที่เป็นผู้กระทำผิดจริงๆ เข้าไปเป็นตัวผลักดันจริง อันนี้ ต้องมีการดำเนินคดี ยืนยันว่าการปฏิบัติหน้าที่ของกองกำลัง ศอ.รส.ในทุกจุด เคารพสิทธิของสื่อมวลชนเป็นอย่างยิ่ง

                     พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ออกแถลงการณ์ ระบุว่า ตนได้แถลงสาเหตุที่ตำรวจควบคุมตัวช่างภาพสื่อมวลชนว่าถ่ายภาพขณะเกิดเหตุรุนแรง ถือเป็นการละเมิดสิทธิของประชาชน นั้น ยืนยันว่า ไม่เคยให้สัมภาษณ์ตามเนื้อหาดังกล่าวแต่อย่างใด เรื่องดังกล่าวน่าจะเป็นการเข้าใจคลาดเคลื่อน จึงได้ทำหนังสือชี้แจงไปยังองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน พร้อมทั้งแนบซีดีบันทึกคลิปเสียง และเหตุการณ์ต่างๆ ไว้อย่างชัดเจน

                     "เรื่องนี้มีความโปร่งใสตั้งแต่ต้น ยืนยันอีกครั้งว่าตำรวจเคารพสื่อมวลชนทุกคน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจมีบางคนแอบแฝงเข้ามาเพื่อปฏิบัติการบางอย่าง ซึ่งตรงนี้ตำรวจได้จับกุม การดำเนินคดีก็เป็นไปตามพยานหลักฐาน ยืนยันว่าการให้สัมภาษณ์ต่างๆ เรารับผิดชอบต่อคำพูดในการแถลงการณ์ และเป็นไปตามข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และครั้งนี้เป็นบทเรียนว่าในการปฏิบัติการครั้งต่อไป จะต้องมีการทำเครื่องหมายที่ชัดเจนว่าเป็นสื่อมวลชนที่ปฏิบัติหน้าที่ ต้องมีการทำความเข้าใจกัน เพื่อปรับปรุงให้ดีขึ้น"

                     ผู้สื่อข่าวถามว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไรบ้าง กรณีนี้ตำรวจปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้องทุกอย่าง สื่อมวลชนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรื้อลวดหนาม หลังถูกควบคุมตัวก็ได้รับการปล่อยตัวไป มีบางส่วนเท่านั้นที่มีส่วนปฏิบัติตนกดดันเจ้าหน้าที่ และไม่มีการแสดงเครื่องหมาย หรือแสดงตัวว่าเป็นสื่อมวลชนที่ชัดเจน ก็ต้องมีการสอบสวน ยืนยันว่าตำรวจมีหลักฐานชัดเจนว่ามีกลุ่มที่อ้างตัวว่าเป็นสื่อมวลชนแล้วเข้ามากดดันการทำงานของตำรวจ

 

บช.น.ถกคดีม็อบทำผิดกม. ยันสรุปสำนวนเสร็จใน 30 วัน

 

                     ที่ห้องประชุม บก.อก. กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ที่ปรึกษา (สบ 10) หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีที่กลุ่มผู้ชุมนุมองค์การพิทักษ์สยาม (อพส.) ปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจากการชุมนุม เมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา พร้อมด้วย พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น. ดูแลงานกฎหมายและคดี รองหัวหน้าพนักงานสอบสวน ร่วมกับตัวแทน บช.ภ.1 บช.ก. ตร. คณะพนักงานสอบสวน ฝ่ายสืบสวนและผู้เกี่ยวข้องหลังจากประชุม 3 ชั่วโมง

                     พล.ต.อ.ชัชวาลย์ เปิดเผยว่า สำหรับการประชุมวันนี้ เนื่องมาจากเป็นคณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้ตั้งขึ้น โดยมอบหมายให้ตนเป็นหัวหน้า มีการประชุมร่วมกันระหว่าง บช.น. บช.ภ.1 และบช.ก. โดยมีการประชุมในส่วนของการดำเนินคดีผู้ที่ฝ่าฝืนประกาศห้ามเข้าพื้นที่ตาม พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ซึ่งมี 2 จุด คือ ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ และแยกสวนมิสกวัน โดยได้มีการติดตามผล เนื่องจากมีการจับกุมผู้ต้องหาเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาส่วนนั้น โดยได้มีการแบ่งงานและเร่งรีบในการทำ เพราะคดีนี้อยู่ในอำนาจศาลแขวง มีอำนาจในการผลัดฟ้องผู้ต้องหา ได้เต็มที่ 30 วัน จึงต้องรีบตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

                     พล.ต.อ.ชัชวาลย์ กล่าวต่อว่า ตอนนี้ยังไม่มีการเรียกสอบปากคำพยาน หรือผู้ต้องหาเพิ่มเติม แต่มีพยานบางส่วนที่ต้องรีบสอบสวนเพิ่มเติม โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงพยานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติหน้าที่ในวันนั้น ส่วนคดีที่มีการแจ้งความในพื้นที่ สน.ดุสิต มีทั้งหมด 10 คดี ผู้ต้องหา 10 คน ก็ให้ทางพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ดำเนินการไป เพราะเป็นความผิดเฉพาะบุคคล เพื่อให้เกิดความชัดเจน ส่วนคดีที่ช่างภาพและสื่อมวลชนถูกทำร้ายก็แยกสำนวนเช่นกัน และตอนนี้ยังไม่มีผู้เสียหายมาแจ้งความที่ สน.นางเลิ้ง เพิ่มเติม

                     ส่วนจะมีการดำเนินคดีกับ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ เสธ.อ้าย ประธาน อพส. ข้อหากบฏหรือไม่ นั้น พล.ต.อ.ชัชวาลย์ กล่าวว่า ยังไม่ไปถึงจุดนั้น

                     เมื่อถามว่ามีคนอื่นหรือไม่ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ กล่าวว่า ตอนนี้สอบสวนเฉพาะเรื่องนี้ก่อน เพราะเวลามีน้อย แม้ผู้ต้องหาจะมีการปล่อยตัวชั่วคราว แต่ก็มีการผลัดฟ้องภายใน 48 ชั่วโมง ซึ่งระยะเวลารวมแล้วไม่เกิน 30 วัน ได้ทีละ 5 ครั้ง ครั้งละ 6 วัน ก็ได้ 30 วัน จึงต้องทำในส่วนนี้ก่อน

                     "ตอนนี้ผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับคดีฝ่าฝืน พ.ร.บ.ความมั่นคงฯมี ทั้งหมด 127 คน ซึ่งค่อนข้างนิ่งและลงตัวหมดแล้ว ตอนนั้นอาจยังไม่ชัดเจน เพราะมีบางส่วนไปรักษาตัว จำนวนตัวเลขจึงอาจคลาดเคลื่อน โดย 10 คน ที่เป็นของ สน. ดุสิต ก็จบไป โดยที่สะพานมัฆวาน มี 97 คน และแยกสวนมิสกวัน มีทั้งหมด 30 คน แบ่งเป็นเหตุการณ์ช่วงเช้า 16 คน และช่วงบ่าย 14 คน รวม 30 คน บวก 97 คน รวมทั้งสิ้น 127 คน จากการสอบปากคำกลุ่มผู้ต้องหา ส่วนใหญ่ให้การปฏิเสธ และไม่มีการพูดถึงแกนนำ ซึ่งในส่วนนี้อยู่ในสำนวนการสอบสวน"

                     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ต้องหา 10 ราย ที่ถูกดำเนินคดีที่ สน.ดุสิต นั้น ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งด่านบริเวณแยกขัตติยานี โดยถูกแจ้งข้อกล่าวหาถูกหมิ่นเจ้าพนักงาน และขัดขว้างการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ 1 ราย ส่วนอีก 9 ราย ถูกแจ้งข้อหา พกพาอาวุธมีด และพกพาวิทยุสื่อสารโดยไม่ได้รับอนุญาตบริเวณแยกวัดเบญจ อย่างไรก็ตาม บช.น.ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศปก.สส.บช.น.) ที่ห้องประชุม บก.อก.บช.น. เพื่อให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน สามารถมาแจ้งความร้องทุกข์ได้ ทั้งนี้ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ จะติดตามการประชุมความคืบหน้าครั้งต่อไปในวันที่ 30 พฤศจิกายน เวลา 13.00 น.