
กทม.สั่งคุมเข้มดอกไม้ไฟวันลอยกระทง
กทม.สั่งคุมเข้มดอกไม้ไฟวันลอยกระทง ตั้งวอร์รูม 5 จุด หน่วยแพทย์ทางบก-น้ำ เฝ้าระวังความปลอดภัยทั่วกรุงเทพฯ
27 พ.ย.55 นายวัลลภ สุวรรณดี รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เป็นประธานมอบนโยบายแก่เจ้าหน้าที่เทศกิจจากสำนักเทศกิจ สำนักงานเขต 50 แห่ง เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยแพทย์กู้ชีวิต รวม 870 คน ในการปฏิบัติงานดูแลความปลอดภัยและความเป็นระเบียบเรียบร้อยในวันลอยกระทงวันที่ 28 พ.ย.
นายวัลลภ กล่าวว่า กทม.กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกคนดำเนินการตามแผนหลักในการปฏิบัติภารกิจช่วงเทศกาลลอยกระทง รวมถึงเข้มงวดมาตรการป้องกัน และป้องกันอันตรายจากการผลิต สะสม จำหน่าย และการเล่นดอกไม้เพลิง เนื่องจากในวันลอยกระทงจะมีประชาชนเดินทางมาร่วมงานในสถานที่จัดงานต่างๆ สวนสาธารณะ ท่าเรือและโป๊ะริมแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองสายต่างๆ เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาจมีการจุดพลุ ดอกไม้ไฟ และโคมลอย ทำให้มีผู้บาดเจ็บได้ จึงขอให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งห้ามไม่ให้มีการจำหน่าย หรือจุดพลุ และโคมลอย เพื่อให้เทศกาลลอยกระทงมีความปลอดภัยมากที่สุด
นายวัลลภ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้กทม.ได้จัดตั้งกองอำนวยการร่วมส่วนหน้า จำนวน 5 จุด ดูแลความปลอดภัยทางบกในพื้นที่ 5 เขต ได้แก่ 1.บริเวณเชิงสะพานพระราม 8 เขตบางพลัด 2.บริเวณเชิงสะพานพระราม 9 เขตราษฎร์บูรณะ 3.บริเวณสวนสันติชัยปราการ เขตพระนคร 4.บริเวณสวนลุมพินี เขตปทุมวัน และ 5.บริเวณบึงลำพังพวย เขตบึงกุ่ม พร้อมประสานกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล สถานีตำรวจนครบาลท้องที่ และสมาชิก อปพร. ขณะที่สำนักงานเขตที่มีพื้นที่ติดแม่น้ำ ลำคลอง จะจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจสวมชูชีพประจำท่าเรือละ 2 คน สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2 คน และตำรวจ 1 คน เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน และจัดเจ้าหน้าที่ประจำสะพานข้ามแม่น้ำสะพานละ 5 คน เพื่อดูแลไม่ให้มีการขว้างปาสิ่งของหรือยิงพลุลงในเรือที่สัญจรไปมาในลำน้ำ และจัดรถพยาบาลฉุกเฉิน พร้อมทีมแพทย์ พยาบาล เวชภัณฑ์ต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเร่งด่วน ตั้งแต่เวลา 16.00-24.00 น. หรือจนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจ
นายวัลลภ กล่าวอีกว่า ส่วนความปลอดภัยทางน้ำ ได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ รวม 3 แห่ง ณ โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ โรงพยาบาลตากสิน และวชิรพยาบาล พร้อมทั้งจัดเรือตรวจการณ์ของกรุงเทพมหานคร กรมเจ้าท่า ตำรวจน้ำ และกองทัพเรือ จำนวน 41 ลำ และเรือของกองบังคับการตำรวจน้ำร่วมลาดตระเวนตลอดแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่สะพานพระราม 7 ถึง สะพานพระราม 9 รวมระยะทาง 45 กิโลเมตร โดยแบ่งลำน้ำเจ้าพระยาเป็น 3 ช่วงตอน ตั้งแต่สะพานพระราม 7 ถึงสะพานพระราม 9 โดยช่วงที่ 1 จากสะพานพระราม 7 ถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าช่วงที่ 2 สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ถึงสะพานกรุงเทพ และช่วงที่ 3 สะพานกรุงเทพ ถึงสะพานพระราม 9 ทั้งนี้ เพื่อให้การดูแลทั่วถึงและเข้าถึงพื้นที่เป้าหมายได้ในทันที
"กทม.ได้เปิดสวนสาธารณะ 28 แห่งให้ประชาชนเข้าไปลอยกระทง ยกเว้นสวนหลวง ร.9 และสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อีกทั้งจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจดูแลความปลอดภัยและความเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ให้มีการค้าหาบเร่แผงลอย รวมทั้งการทิ้งขยะมูลฝอยทั้งภายในและโดยรอบสวนสาธารณะ" รองผู้ว่าฯกทม. ล่าว
นายวัลลภ กล่าวด้วยว่า สำหรับสถิติการเกิดอุบัติภัยในวันลอยกระทง ปี 2553 รวมทั้งสิ้น 13 ราย ได้แก่ ลื่นล้ม 4 ราย อุบัติเหตุจากพลุ ดอกไม้เพลิง และลูกโป่งสวรรค์ 6 ราย ถูกทำร้ายร่างกาย 1 รายและทั่วไป 2 ราย ในส่วนของการจัดเก็บกระทงปี 2553 รวมกระทงที่จัดเก็บได้ 946,838 ใบ เป็นกระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ 767,533 ใบ คิดเป็นร้อยละ 81.11 และกระทงที่ทำจากโฟม 118,575 ใบ คิดเป็นร้อยละ 12.52 ทั้งนี้ ในปี 2554 กทม.มิได้จัดเก็บสถิติด้านอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลลอยกระทงรวมถึงการจัดเก็บกระทงไว้ เนื่องจากกรุงเทพมหานครประสบปัญหาอุทกภัย
กทม.เตรียมจัดงานเทศกาลปีใหม่กลางกรุง
นายมานิต เตชอภิโชค รองปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานประดับไฟเทศกาลปีใหม่ กรุงเทพมหานคร 2556 ซึ่งกทม.จัดเป็นกิจกรรมพิเศษเพื่อเฉลิมพระเกียรติ และส่งเสริมการท่องเที่ยวในย่านสำคัญ โดยนายมานิตกล่าวว่า งานดังกล่าวจะจัดในช่วงวันที่ 1 ธ.ค.55-15 ม.ค.56 จะมีการประดับตกแต่งไฟประดับตลอดแนวถนนย่านศูนย์การค้าใจกลางกรุงเทพฯ บริเวณย่านราชประสงค์ ตั้งแต่แยกชิดลมไปจนถึงสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสนามกีฬาแห่งชาติ ระยะทางรวม 495 เมตร โดยตกแต่งเกาะกลางถนนพระรามที่ 1 ด้วยม่านน้ำตกไฟแอลอีดี ส่วนสะพานลอย ทางเดินเท้า ทางเชื่อมจากสถานีรถไฟฟ้าเข้าสู่อาคาร และพื้นที่ใกล้เคียง จะตกแต่งด้วยไฟแอลอีดีหลากลวดลายและสีสัน พร้อมทั้งร่วมเฉลิมพระเกียรติด้วยการประดับไฟอย่างบนภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ติดตั้งบนสะพานลอยด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ บนถนนราชดำริ และที่สี่แยกปทุมวันด้วย
นายมานิต กล่าวต่อว่า นอกจากนี้จะจัดทำอุโมงค์ไฟแอลอีดีเป็นครั้งแรก ความยาวกว่า 20 กว้าง 16 เมตร บริเวณสะพานลอยทางเดินเชื่อมรถไฟฟ้าบีทีเอส ตั้งแต่หน้าอาคารมณียาเซ็นเตอร์ถึงแยกอังรีดูนังต์ โดยมีกำหนดเปิด-ปิดไฟในเวลา17.30 น. - 23.30น. ตลอด 46 วันของการจัดงาน ยกเว้นวันที่ 31ธ.ค.นี้ ซึ่งจะปิดไฟในเวลา 02.00น. ของวันที่ 1 ม.ค.2556 ทั้งนี้ การตัดกิจกรรมจะมีพิธีเปิดไฟ และการแสดงต่างๆ ของศิลปิน ดารา นักร้อง ในวันที่ 1 ธ.ค. ที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ด้านหน้าศูนย์การค้าเกษรพลาซ่า และการเฉลิมฉลองในเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ในวันที่ 24 ธ.ค. เวลา 18.00 น.-21-00 น.
นายมานิต กล่าวอีกว่า บริเวณราชประสงค์เป็นย่านสำคัญที่มีโรงแรมและศูนย์การค้าที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง จึงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ที่เดินทางมาช้อปปิ้งพร้อมทั้งร่วมกิจกรรมนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่เป็นประจำ อีกทั้งช่วงเดือนธ.ค.นี้ ประชาชนจะร่วมกันเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งกิจกรรมพิเศษที่จัดขึ้นในครั้งนี้จึงเป็นการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวกรุงเทพฯ โดยสร้างบรรยากาศในพื้นที่ให้มีสีสัน ความสวยงาม และเหมาะสมกับช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง ซึ่งจะส่งผลให้มีการเดินทางมาท่องเที่ยวกรุงเทพฯ มากยิ่งขึ้น
"มีการประเมินว่าตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพ.ย.2555ถึงปลายเดือนม.ค. 2556 ย่านราชประสงค์จะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมากกว่า 16 ล้านคน และมีเงินสะพัดกว่า 13,000 ล้านบาท มียอดการเข้าพักในโรงแรมสูงถึงร้อยละ 90" นายมานิต กล่าว



