ข่าว

กกต.ตรวจสอบพรรค"พอเพียง"ระบุเข้าข่ายฉ้อฉล

กกต.ตรวจสอบพรรค"พอเพียง"ระบุเข้าข่ายฉ้อฉล

27 พ.ค. 2552

นาง สดศรี สัตยธรรม กกต. ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีประชาชนหลายรายโทรศัพท์แจ้งมายังกกต. ว่าถูกชักชวนให้ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคพอเพียง ที่มีสำนักงานอยู่ในบ้านเลขที่ 106 / 550 ถ.ร่มเกล้า เขตลาดกระบัง กทม.

 โดยพรรคดังกล่าวอ้างว่า หากมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค จะได้รับเงินที่ทางพรรคจะไปร้องขอต่อรัฐบาลจำนวน 1 ล้านบาท โดยสมาชิกจะมีสิทธิ์ได้คนละ 1 แสนบาท

 ดังนั้น จึงได้ให้ผู้ที่ร้องเรียนส่งสำเนาเอกสารใบสมัครมาให้ พบว่า สำเนาในสมัครสมาชิกพรรคจะประกอบด้วย เอกสาร 3 รายการคือ 1.แบบฟอร์มใบสมัครเป็นสมาชิกพรรค 2.หนังสือกราบเรียนนายกรัฐมนตรี เพื่อขอการสนับสนุนงบประมาณ และ 3.แบบขอรับความช่วยเหลือจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) จึงได้สั่งการให้นาย ชัยณรงค์ เทียนมงคล ผอ.กกต.กทม. ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ

 นางสดศรี กล่าวต่อว่า จากการบอกเล่าระบุว่า มีผู้ไปสมัครเป็นสมาชิกอย่างล้นหลาม บริเวณสถานสำนักงานจะมีชายฉกรรจ์ดูแลและทำหน้าที่ตรวจสอบผู้ที่จะเข้าไปสมัคร ทำให้เจ้าหน้าที่กกต.เข้าไปตรวจสอบไม่ได้มากเท่าที่ควร ซึ่งอาจต้องประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าตรวจค้นหากมีความชัดเจน

 ทั้งนี้ กกต.ยังไม่มีการติตต่อสอบถามไปยังหัวหน้าพรรคพอเพียง หรือหน่วยราชการว่า มีการดำเนินการดังกล่าวจริงหรือไม่ เพราะต้องได้ข้อมูลที่ชัดเจนก่อน

 อย่างไรก็ตาม ขอเรียกร้องให้ผู้ที่คิดว่าได้รับความเสียหาย จากการให้ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคพอเพียงทำหนังสือร้องเรียนเป็นลายลักษณ์อักษรต่อกกต.โดยตรง พร้อมส่งหลักฐานที่ได้รับจากทางพรรคมาให้กกต.ตรวจสอบ เพื่อที่เราจะได้ดำเนินการอย่างเต็มที่

 นาง สดศรี ยังกล่าวอีกว่า เมื่อได้ข้อมูลที่ชัดเจนแล้ว ทางด้านกิจการพรรคการเมือง ก็จะมีการเสนอต่อกกต.ให้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้นมา ทำการตรวจสอบ ซึ่งก็จะมีการเชิญผู้ร้องมาชี้แจง พร้อมกับมีหนังสือขอคำยืนยันจากหน่วยราชการว่า มีการดำเนินดังกล่าวจริงหรือไม่ โดยกรณีดังกล่าว จะเป็นความผิดในประเด็นฉ้อฉล ฉ้อโกง หรือกกระทำการเข้าข่ายมาตรา 22 พรบ.พรรคการเมืองที่ห้ามมิให้พรรคการเมือง หรือผู้ใด เสนอให้ทรัพย์สินอันอาจคำนวนเป็นเงินได้เพื่อจูงใจให้สมัครเป็นสมาชิกพรรค ที่มีโทษทางอาญาทั้งจำและปรับ

 ด้านนายชัยณรงค์ กล่าวว่า จากที่ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบพบข้อเท็จจริงว่า มีประชาชนไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคพอเพียงวันละประมาณ 300 คน โดยเจ้าหน้าที่ของพรรคจะบอกว่า ให้ผู้สมัครจับกลุ่มให้ได้กลุ่มละ 10 คน โดยจะได้รับเงินคนละ 1 แสนบาท และให้ไปเปิดบัญชีไว้ เพราะเมื่อดำเนินการเรื่องการรับสมัครเสร็จสิ้น ทางพรรคก็จะทำเรื่องถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอเงินสนับสนุน โดยการชักชวนดังกล่าวถือว่า เข้าข่ายหลอกลวง ซึ่งทางกกต.กทม.กำลังรวบรวมรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อส่งให้กกต.กลางพิจารณาโดยเร็ว

ผบก.ป.สั่งตรวจเข้ม18มงกุฎอ้างชื่อ"สำนักงานชุมชนพอเพียง"หากิน

 จากกรณีเมื่อวันที่ 26 พ.ค. ที่ผ่านมา นายสุมิท แช่มประสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานชุมชนพอเพียง สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เข้าร้องทุกข์กับพ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ผกก.2 บก.ป. ที่กองปราบปราม ให้ทำการสืบสวนดำเนินคดีกับกลุ่มคนที่แอบอ้างชื่อสำนักงานชุมชนพอเพียงไปหลอกลวงชาวบ้านให้รวมกลุ่มสมัครเข้าโครงการชุมชนพอเพียง ก่อนเรียกเก็บค่าสมัครสมาชิกโครงการฯรายละ 1,500-2,000 บาท เพื่อแลกกับการได้กู้เงินรายละ50,000 – 1,000,000บาทแบบปลอดดอกเบี้ย 3 ปี รวมถึงมีการอ้างใช้ชื่อพรรคพอเพียง ในการหลอกลวงชาวบ้านลักษณะดังกล่าว จนมีชาวบ้านในหลายๆจังหวัดหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก

 เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม ทางด้านพ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ผกก.2 บก.ป. ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดีดังกล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากทางพล.ต.ต.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบก.ป. ให้ดำเนินการสืบสวนหาข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวโดยเร่งด่วน เนื่องจากพบว่ามีผู้ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก ซึ่งในวันนี้ตนได้มีการเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกก. 2 บก.ป. ก่อนมอบหมายให้ทางพ.ต.ท.สุรพงศ์ ธรรมพิทักษ์ สว.กก.2 บก.ป. และพ.ต.ต.วันพิชิต วัฒนศักดิ์มณฑา สว.กลุ่มงานป้องกันและปราบปราม บก.ป. จัดกำลังลงตามพื้นที่ที่ได้รับการร้องเรียน โดยจะเริ่มจากพื้นที่เขตลาดกระบังเป็นลำดับแรก เนื่องจากพบว่ามีผู้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการดังกล่าวจำนวนมาก ก่อนจะนำเรื่องทั้งหมดมาประมวลเพื่อนำเสนอต่อผบก.ป.เพื่อดำเนินการต่อไป